มาลดการสร้างขยะกัน ภาค 1

10 Jun

ช่วงนี้เป็นเวลาที่หลายๆคนเริ่มต้นชีวิตใหม่ ซื้อของเข้าบ้านใหม่ ย้ายบ้านหรือที่ทำงานพอดี เราก็เป็นหนึ่งในนั้นที่กำลังหาของ ก็เลยมาเจอเรื่อง Zero Waste หลายๆอย่างที่อ่านเจอแบบ…ทำไมเราไม่รู้เร็วกว่านี้นะ เราก็เลยอยากแบ่งปันต่อ (เขียนให้ผู้อ่านประมาณ 2 ท่านรออ่าน) ที่ต้องเข้าใจก่อนเลยคือ ไม่มีทางที่เราจะไม่สร้างขยะ มันก็ต้องมีบ้าง แล้วคนเราจะเข้าเส้นทางสายนี้ชั่วข้ามคืนคงเป็นไปได้ยาก ก็ควรจะค่อยๆปรับไปทีละอย่างสองอย่าง ตามไลฟ์สไตล์ ดีกว่าไม่ทำเลย ที่เราจะเอามายกตัวอย่าง เราก็ยังทำไม่ได้ตั้งหลายอัน ของหลายอย่างก็ยังไม่เคยลอง แต่ชอบไอเดีย ใครมีไอเดีย แนะนำ แก้ไข ติชม บอกได้นะฮะ

ข้อดีของการทำตัวลดขยะมีอะไรบ้าง

ลดขยะล้นเมือง ลดค่าใช้จ่ายในการขนขยะ ทำลายขยะ 

เวลาจะซื้อของใหม่เราก็คิดดีๆก่อนซื้อมากขึ้น ก็จะได้ของดี (เจ็บปวดมาเยอะกับของคุณภาพต่ำแต่ถูก) ราคาแพงหน่อย (แต่ถูกๆก็มี หรือพอคำนวนระยะยาวแล้วก็ถูกก่า) ของก็จะอยู่กับเราไปนานๆ

ประหยัดให้ตัวเราเองด้วย

ลดการตายของปลาวาฬ (ที่กินถุงพลาสติค) เต่าทะเล (ที่โดนหลอดพลาสติคอุดจมูก)

สิ่งที่สำคัญกว่าการ recycle คือ reduce และ reuse เพราะการ recycle ก็ต้องใช้พลังงานในการแปรรูปมากมาย reduce คือ ลดการซื้อ ซื้อที่จำเป็น ไม่ซื้อของไม่มีคุณภาพ ที่ต้องทิ้งบ่อยๆ ก็เป็นการ reduce ขยะละ ส่วน reuse ถ้าอันไหนใช้ไม่ได้ ก็ลองหาทางออกว่าเอาไปทำอย่างอื่นได้มั้ย ก่อนจะต้องทิ้ง หรือเอาไปบริจาค แล้วก็จะย้อนกลับไปที่ตอนซื้อของใหม่ ว่าก่อนซื้อเราก็ต้องคิดด้วยว่า ถ้าเราไม่เอามันแล้ว เราจะทิ้งมันยังไง บริจาคได้มั้ย บริจาคที่ไหน ถ้าเอาไปทิ้งขยะ มัน recycle ได้ป่าว (ไม่ใช่ว่าพลาสติคทุกอย่างจะรีได้) เราก็จะมีสติก่อนซื้อมากขึ้น

มาดูของที่ปรับเปลี่ยนได้

ถุงผ้าลดโลกร้อน 

IMG_1661.JPG

ถุงผ้าเราเอง ใช้จนปลาเน่าละ

เริ่มจากของเบสิคที่สุดที่เราว่าใครๆก็ต้องมี แต่เคยพกติดตัวบ่อยแค่ไหน? เราลืมประจำเรย ถ้าตั้งใจจะไปจ่ายตลาด ก็จะเอาไป แต่ก็มีหลายโอกาสที่ไม่ได้ตั้งใจไป อ้าว ของอันนี้น่ากินจัง ซื้อดีกว่า อ้าวไม่มีถุง เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญกว่าการซื้อ/มีถุงลดโลกร้อน คือ พกมันติดตัวตลอดเวลาราวกับกระเป๋าตัง (อันนี้เตือนตัวเองด้วย ลืมประจำ) หมายเหตุ บางครั้งอาจจะต้องพกมากกว่า 1 ใบ (ใครขับรถใส่ไปหลายๆใบเลย) 

 

แก้วน้ำ 

แก้วใช้แล้วทิ้งมีเต็มไปหมด ทั้งแก้วกระดาษหรือพลาสติค แก้วกาแฟ แก้วชานมไข่มุก หลายคนเราเชื่อว่าก็มีแก้ว tumbler ใส่กาแฟกันอยู่บ้าง ก็เหมือนเรื่องถุง หลายๆครั้งเดินไปเจอร้านเปิดใหม่ หรือตอนนี้ง่วงจัง ซื้อกาแฟดีกว่า โดยที่ไม่ได้แพลนมาจากบ้าน เราก็จะไม่พกแก้วมาจากบ้าน หรือบางคนขี้เกียจล้างแก้วตอนจบอีก ต้องเปลี่ยนความคิดก่อนว่า ควรพกแก้วติดตัวให้มากขึ้น ใครขับรถก็ติดของพวกนี้ไว้ในรถ ถ้าขี้เกียจล้างแก้วทุกวัน ก็อาจจะต้องมีแก้วหลายใบ พอครบหลายๆใบค่อยล้างทีเดียว (ยังไงก็ต้องล้างนะ) อ้าว มีแก้วหลายใบก็สร้างขยะรึป่าว…ก็ถ้าเก็บไว้ใช้ตราบนานเท่านาน ไม่ซื้อเพิ่มบ่อยๆ เอาของแจกฟรีตามงานมาใช้ ก็ถือว่าลดแก้วใช้แล้วทิ้งได้เยอะอยู่นะ เห็นตู้กดน้ำเป็นแก้วกระดาษ ก็หยิบแก้วเราไปเติมแทน เรื่องแก้วขอแยกประเด็น

 

61zZPx67hvL._SL1200_.jpg

อันนี้เป็นแก้วกาแฟหรือจะใส่น้ำก็ได้ ทำจากซิลิโคน เปิดแค่ตรงปากที่จะกิน ทางไปซื้อ 

แก้ว tumbler ที่เก็บร้อนเย็นไว้ใส่กาแฟ ถ้าใครจะซื้อใหม่ ขอแนะนำจากประสบการณ์เราที่เจ็บปวดมาเยอะ อย่าซื้อพลาสติค เพราะกลิ่นกาแฟติด กลิ่นอับๆยังไงไม่รู้ เก็บความร้อนก็ไม่ได้ เย็นก็ไม่ได้นาน จ่ายแพงขึ้นเอาเป็น stainless ไปเลย และเชคด้วยว่า leak proof รึป่าว คือน้ำไม่รั่ว เพราะบางทีเราอาจจะปิดฝาโยนในกระเป๋า ส่วนขนาดของแก้วเอาขนาดที่คิดว่ากินบ่อยที่สุด เราชอบ 20-24 oz เวลาซื้อน้ำตามร้านจะประมาณนี้ 

 

61rqKe7Qo4L._SL1000_.jpg

อันนี้เป็นแก้วน้ำปกติเลย เปิดฝาก็จะกว้าง ปากฝาเป็นสแตนเลสเพื่อความสเตเบิล ทางไปซื้อ

แก้วน้ำ อันนี้อาจจะเป็นปัญหาส่วนตัวของเรา ที่ต้องเดินไปมาตามที่ต่างๆในโรงเรียน ไม่สามารถพกขวดน้ำไปด้วยตลอด พอหิวน้ำก็ไปหยิบแก้วใช้แล้วทิ้ง กดแล้วก็ทิ้ง (โออาร์ที่นี่ไม่มีแก้วเซรามิควางไว้ให้ล้างเองเหมือนไทยนะ) พอดีเห็น collapsible cup แล้วแบบ…มันใช่อะ มันพกใส่กระเป๋ากางเกงได้ ก็ใส่กระเป๋าติดไว้ คิดซะว่าเป็นส่วนนึงของกุญแจบ้าน (ที่ใหญ่อยู่) มีแบบ stainless และ silicone ถ้าเอา silicone อาจจะมีเรื่องกลิ่นติดถ้าเอาไปใส่กาแฟ หรือล้างยากกว่า แต่มันก็จะเบาบางกว่า (แล้วแต่รุ่น) หลายคนรีวิวก็บอกว่าไม่มีปัญหากับซิลิโคนนะ ถามว่าซิลิโคนปลอดภัยมั้ย ไม่มีรายงานชัดเจนถึงความไม่ดี แต่ซิลิโคนก็ถูกเอามาใช้หลายอย่าง (ทำนม) และทนทาน รียูสได้ดีกว่าพลาสติค ตอนนี้เราเห็นแก้วขายใหญ่สุดที่ 16 oz ถ้าขาย แบบ collapsible 20 oz เมื่อไหร่จะซื้อ เพื่อตอบโจทย์แก้ว tumbler พกพาได้ตลอดเวลาอย่างแท้จริง

หลอด

71IcuFeqGZL._SL1350_.jpg

เมืองไทยมีขายหลายที่นะ เครดิต

ทางที่ดีที่สุดคือ ไม่เอาหลอด เมืองไทยเป็นธรรมเนียมที่กินน้ำจากขวดต้องใช้หลอด ส่วนกินจากแก้วนี่หลายประเทศก็ใช้หลอด ไม่เข้าใจเหมือนกันเพราะเราชอบกินจากแก้ว/ขวดโดยตรง แต่เพิ่งจะพยายามใช้หลอดมากขึ้นเวลากินกาแฟหรือชา (ลดการ stain ที่ฟัน) แต่สิ่งที่ยากที่สุดคือ การบอกพนักงานเซเว่นว่า ไม่เอาหลอดค่ะ หรือบอกพนักงานที่ร้านหลังจากสั่งน้ำไปแล้ว ว่าไม่ต้องใส่หลอดนะคะ (no straw please) เพราะพนักงานทุกคนทำเป็นรีเฟลกซ์ ของเซเว่นยังคืนได้ แต่ตามร้านที่จุ่มหลอดมาในแก้วแล้ว ก็จบกัน คืนไม่ได้ เพราะฉะนั้นต้องฝึกตัวเองให้พูดเป็นรีเฟลกซ์เช่นเดียวกันหลังจากสั่งน้ำว่าไม่เอาหลอดค่ะ แต่ถ้าอยากกินหลอด ก็พกหลอดรียูสได้แทนดีกว่า (พกอีกละ) มีทั้ง stainless, แก้ว, พลาสติค มีแปรงล้างหลอดขายด้วยนะ ไม่ต้องกัวเน่า มีบางคนทำหลอดแก้วแตก แต่ข้อดีคือมันใส เห็นว่าข้างในเน่ารึป่าว เราซื้อแบบพลาสติคไว้นานแล้วอะ (ถ้ารู้เร็วกว่านี้คงไปตามหาสแตนเลสแทน) แต่ตอนนี้เรารอหลอดสแตนเลสพับได้อยู่ 

straw_2048x2048.jpg

แนะนำให้ดูคลิปใน เวบ final straw

ขวดน้ำ

จะพก tumbler อาจจะเก็บน้ำได้ไม่สะใจ ปากกว้างเกินไปกินยาก บลาๆ งั้นมาพกขวดน้ำแทนการซื้อน้ำขวด มีหลายแบบมากเช่นกันทั้ง พลาสติค แก้ว สแตนเลส ซิลิโคน เราไม่แนะนำพลาสติคเลย เพราะเพิ่งทำแตกไปหลังจากหล่น แก้วจะหนักถ้าเอาขวดใหญ่ ไม่เสี่ยงแตกมากเพราะมันจะหุ้มซิลิโคนเป็นส่วนใหญ่ สแตนเลส เก็บร้อนเย็นได้ แต่ก็จะหนัก เราเพิ่งไปเจอแบบที่ไม่เก็บร้อนเย็น ก็เลยเบา ชอบมาก เห็นมีขายปากแคบ กับปากกว้าง ถ้าใครอยากใส่น้ำแข็งก็เอาปากกว้าง เราใช้ของ Miir ซิลิโคนนี่ก็ดีงาม เบา พับได้ (collapsible bottle) เริ่ดมาก (ส่วนตัวเราชอบความรู้สึกสแตนเลสสุด) น้ำเป็นอะไรที่กินวันนึงเยอะ เราแนะนำให้ซื้อขวดใหญ่ >25 oz ไปเลย เพราะเคยซื้อขวดเล็กคิดว่าจะได้เบาๆพกง่าย แล้วไปเติมเอา ในความเป็นจริงก็ขี้เกียจหาที่เติม 

กล่องอาหาร

61ToVOsLl3L._SL1200_.jpg

อิเกียไทยมีขายนะ ถ้าจะเอาสีนี้ ไม่งั้นร้าน refill station ก็มีขาย ถ้าเมกา ทางนี้เลย

เจ็บปวดมาเยอะกับกล่องทัพเพอแวร์พลาสติค ทำแกงกะหรี่ทีเหลืองไปทั้งกล่อง ล้างก็ไม่ออก ของมันๆก็ล้างยาก เราจะบริจาคกล่องพลาสติคก่อนย้ายบ้านให้หมด แล้วจะหาแต่แบบที่เป็นแก้ว (pyrex) แทน ข้อเสียคือมันหนักมาก แต่ล้างง่าย เอาเข้าไมโครเวฟก็ไม่นอยด์ว่าจะได้สารอาหารจากพลาสติค ราคาแพงขึ้นมาหน่อย แต่ทน เอาไปอบเค้กก็ได้ ถ้าไม่ได้แคร์เรื่องเข้าไมโครเวฟ แนะนำแบบสแตนแลส (ตราหัวม้าลายเลย ของดีที่คนญี่ปุ่นชอบมาซื้อ) เบา+ล้างง่าย ล่าสุดเห็นแบบ collapsible จากซิลิโคนอีกแล้ว (ตอนนี้เทรนด์ collapse กะลังมา) อันนี้ชอบมากเวลาไปกินข้าวนอกบ้าน แล้วกินเหลือ จะเก็บกลับบ้าน พนักงานก็จะเอากล่องโฟม/พลาสติค/กระดาษ มาใส่ให้ พร้อมใส่ถุงพลาสติคให้อีกชั้น พอถึงบ้าน กล่องพวกนี้ก็หมดชีวิตโดนทิ้งลงถังขยะ หรือเวลาไปซื้อหมูปิ้งตลาดนัด แม่ค้าใส่ถุงพลาสติคให้ กิน 5 นาทีหมด ถุงก็หมดอายุขัยตามกัน เรามีทางออกแล้ว พกกล่องซิลิโคนนี่ตลอดเวลา (พกอีกแล้ว) เนื่องจากมันแบน เบา พอจะใช้ก็คลี่มันออกมา พอกินเสร็จก็ปิดฝา ไม่มีรั่ว เอากลับไปล้างที่บ้าน กินอาหารเหลือที่ร้าน แต่ก่อนจะเขินๆถ้าเอาถุงไปใส่กลับบ้านเอง เราต้องสร้างเทรนด์ใหม่ค่ะ หยิบกล่องเก๋ๆของเราขึ้นมาเทใส่เองเรย 

ช้อนส้อมตะเกียบ

ซื้ออาหารตามตลาดนัด งานวัด หรือถ้าเมกา อาหารที่โรงอาหารทุกที่ ร้านอาหารฟาสท์ฟูดทุกที่ ใช้มีดส้อนพลาสติคใช้แล้วทิ้ง กิน 20 นาทีเสร็จ ก็ทิ้ง ตะเกียบนี่ก็เหมือนกัน แทบจะไม่มีร้านไหนที่ล้างตะเกียบแล้ว เรามาสร้างจุดเปลี่ยนเล็กๆกัน คนอื่นไม่ทำ เราก็ทำของเราเงียบๆ พกช้อนส้อมตะเกียบตลอดเวลา (พกกี่อย่างแล้วเนี่ย) จะเอาแบบไหนก็ได้ ขอเป็นแบบรียูส สัญญากับมันว่าเราจะพกมันไปด้วยทุกที่แล้วเอากลับมาล้างที่บ้าน เราชอบสแตนเลส เพราะได้ความรู้สึกกินข้าวบ้าน อาจจะหนักหน่อย แต่ลองหาแบบไซส์เล็กลง พลาสติคเราเพิ่งทำหักไป ถ้าอยากได้เบาๆเราแนะนำแบบไม้ไผ่ ถึงจะหัก ขยะไม้ไผ่ก็ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมแบบพลาสติค แล้วพอกินเสร็จจะเก็บกลับบ้านยังไงล่ะ ก็ควรมีอะไรหุ้มห่อ ไม่แนะนำกล่องพลาสติคอีกเช่นกัน เพราะเราทำกล่องพังมาละ หาถุงผ้าเล็กๆที่มีหูรูดในบ้านนี่แหละ ถ้าไม่มี ให้เอาผ้าเช็ดปากที่ไว้ปูรองตักเวลาไปตามร้านดีๆอะ อาจจะต้องไปซื้อผ้าแบบนั้น มาห่อช้อนส้อมตะเกียบหลอด เอามาห่อให้หมด ถ้าใส่กล่องบางทีหลอดยาวไป แต่ถ้าห่อผ้าเอง ก็จะได้ขนาดตามต้องการ หาอะไรมารัดไว้ กินเสร็จก็ห่อกลับ แถมได้ใช้ผ้าเช็ดปากไปด้วย ไม่ต้องหยิบทิชชู ถ้าสั่งอาหารมากินที่บ้าน …ควรบอกที่ร้าน หรือถ้าสั่งออนไลน์ให้หาช่องกรอกไปว่าไม่เอาช้อนส้อมนะ (no plastic cutlery please)

เราเจอคนพกขวดแก้ว mason jars (ขวดแก้วมีฝาปิด) แล้วยัดอุปกรณ์กินข้าวช้อนส้อม (ที่สั้นๆหน่อยนะ) และผ้าเช็ดปากลงไป ขวดแก้วนี่ก็แทนแก้วได้ทุกชนิด ก็สะดวกดีนะ ที่เห็นเราเขียนๆนี่ไม่ได้ทำได้หมดนะ ยิ่งวันไหนอยู่เวรไม่ได้นอน งอแง เรา dispose ทุกสิ่ง แต่ส่วนใหญ่ก็พยายามลดขยะแหละ

วันนี้เอาแค่นี้ก่อน เดี๋ยวมาต่อภาคสอง ใครอยากหาไอเดียเองเพิ่ม เข้ายูทูปหรือกูเกิ้ล พิมพ์ว่า zero waste มีคนมาแนะนำเยอะมาก จะเห็นที่ 4 ปีสร้างขยะแค่ 1 ขวดเล็กๆ ก็ไม่ต้องขนาดนั้น มันจะดูไกลตัวไป เอาเท่าที่ทำได้ อย่าทิ้งของเพื่อจะมาชอปปิ้งของ zero waste คุ้ยของในบ้านก่อน พลาสติคมีแล้วก็ใช้ไปก่อน อันไหนที่เห็นว่าควรซื้อจริงๆค่อยซื้อ ของหลายๆอย่างที่ไทยมีขายนะ ออนไลน์ก็มี ละเราชอบร้านนี้มาก Refill Station ปั๊มน้ำยา ลองเข้าไปดู

Advertisements

2 Responses to “มาลดการสร้างขยะกัน ภาค 1”

  1. kookandkik June 10, 2018 at 5:19 pm #

    ของภาค1 นี่เราใช้คล้ายๆกันหลายอย่างเลย (แต่ไม่ค่อยมีของพวกยืดหดได้55) โดยเฉพาะกล่องข้าวเวลาไปซื้ออาหารสำเร็จทาน แม่ค้านี่แถมให้ตลอด เราไม่กินกาแฟ แต่ชงชาใส่ขวดไปดื่มที่ทำงาน คนที่ทำงานมีเยอะมาก แต่มีคนพกถุงผ้า พกกล่อง พกขวด เหมือนเราแค่คนเดียว 55 รอตามอ่านภาค2 นะคะ

    • DeeDee June 11, 2018 at 8:59 am #

      ของยืดหดได้เหมือนเพิ่งจะแพร่หลายมั้ง ไม่เคยเห็นมาก่อนเหมือนกัน สู้ๆนะคะ รู้สึกเป็นตัวประหลาดเหมือนกัน ทำอะไรแบบนี้อยู่คนเดียว จนมาเจอในยูทูป ไอจี กรุปในเฟซบุค ถึงรู้สึกมีเพื่อน

      ภาค 2 มาแล้วนะคะ 🙂

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: