ReLEx

15 May

วันนี้ขอนำเสนอ เลสิคแบบใหม่ ที่จะทำให้เหมือนมีชีวิตใหม่ อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน (พาดหัวให้ดราม่า อิอิ)

คุณเคยมีปัญหาแบบนี้มั้ย…

สายตาสั้นสองข้างไม่เท่ากัน ใช้เลนส์เต็มที่ไม่ได้ เพราะจะทำให้มึนมาก

ใส่คอนแทคเลนส์แก้ตาเอียงไม่ได้ ทำให้มองเห็นไม่ชัด

หนีมาใส่คอนแทคเลนส์แบบแข็ง ก็แสบ หล่นหายอีก กรี๊ด

ใส่คอนแทคเลนส์ซอฟ ที่สั่งตัดให้แก้สั้นและเอียงได้ แต่เห็นชัดแป๊บเดียว ตาก็แห้ง กลายเป็นมัวๆเหมือนเดิม

ตาแห้งจนไม่กล้าทำเลสิคแบบที่คนอื่นแห่ไปทำกัน เพราะกลัวทำแล้วตาแห้ง

แว่นที่ตัดไม่ได้ดั่งใจ ใส่แล้วปวดหัวมั่ง ปวดตามั่ง เปลี่ยนบ่อยๆก็ค่าเลนส์แพงมาก

เลนส์แว่นหนามาก จนทำให้มองเห็นทุกอย่างเล็กลง ตัวหนังสือเล็กจนต้องเอามาจ่อใกล้ๆอยู่ดี ถึงแม้จะใส่แว่น

เวลาไปว่ายน้ำแล้วลืมใส่คอนแทคเลนส์ ว่ายไปก็เอามือตีขอบสระไป เพราะมองไม่เห็น (ยังอุตส่าห์จะว่ายอีก)

อยากใส่แว่นกันแดดเกร๋ๆบ้าง แต่ต้องใส่คอนแทคด้วย ตาแห้งอีก

ต้องใช้คอมระดับ 15 นิ้วขึ้นไป เพราะตัวหนังสือใหญ่ดี ถ้าเล็กกว่านี้ต้องเอาหน้าไปจ่อใกล้จอ (ไม่ใช่ทุกอย่างที่กดซูมได้)


 

ถ้าเคย และเบื่อสิ้นกับทุกวิธีการ เราขอแนะนำ ReLEx SMILE อิอิ (ป่าวได้ค่าโฆษณานะ แต่มันดีจริงเทอว์) เราเป็นตามที่กล่าวมาทุกข้อ เนื่องจากสายตาสั้น+เอียงดังนี้

ขวา: สั้น 925 เอียง 225   ซ้าย: สั้น 625 เอียง 175 + ปัญหาตาแห้งที่เป็นกรรมพันธ์ุ

เคยอยากเลสิคมานานละ แต่เนื่องจากว่าแบบเดิมๆ จะต้องใช้มีดหรือเลเซอร์ฝานเปิด cornea (กระจกตา) ทำให้เส้นประสาทถูกทำลายไปมาก การกระตุ้นความเจ็บลดลง น้ำตาก็จะยิ่งผลิตได้น้อยลง ขนาดคนไม่เคยตาแห้ง พอไปทำ ยังตาแห้งอยู่พักนึงเลย เราก็รอมาเรื่อยๆ

ด้วยความบังเอิญ มีคุณน้อง (นางงาม อิอิ) ชีทนใส่คอนแทคไม่ได้เพราะเคืองมาก แล้วชีกำลังจะไปทำ ReLEx นี่ ตอนแรกเราก็คัดค้าน ชีก็กลับมาพร้อมอธิบายหลักการ ว่ามันไม่ได้เปิดคอร์เนียเหมือนแบบเดิมนะ

หลักการคือ คำนวนค่าสายตาเรา (สั้น เอียง แก้ได้หมด) แล้วยิงเลเซอร์ไปบนกระจกตาเรย เสร็จแล้วก็เจาะรูเล็กๆมุมๆ เพื่อคีบซากที่เลเซอร์ทำลายไว้ออกมา ก็คือ Refractive Lenticule Extraction – ReLEx ไม่มีการเปิดฝานกระจกตากันอีกต่อไป กรี๊ดๆๆๆ กระจกตายังอยู่ ตาก็ไม่แห้ง (กว่าเดิม) แล้วสิ เย่ๆ

เราก็เลยจัดการโทรนัดที่ TRSC (คุณน้องทำที่นี่ เราก็ทำตามกัน) ปรึกษาเพื่อนอาย (ที่ก็ไม่รู้จักเหมือนกันว่า ReLEx คืออัลไลอะ แต่ก็ไปหาข้อมูลมาให้จนได้) แล้วทุกคนก็แนะนำว่า ‘ทำไปเถอะ’

ขณะนี้ Post op day 1 (แปลว่าหลังทำได้ 1 วัน) สายตาเราแทบจะเรียกได้ว่า เหลือ 0 เห็นชัดพอสมควรเลย (เค้าว่าจะชัดคมได้มากกว่านี้อีก) ก็เลยตื่นเต้น อยากบอกต่อ อิอิ ขอสรุปไว้เป็นตามหัวข้อนะฮะ

กระบวนการทำ

– นัดตรวจตาก่อน (คิวหมอแต่ละคนไม่เท่ากัน บางคนรอกันเป็นเดือนๆ) ซึ่งจะประเมิณค่าสายตาอีกที (ต้องคงที่ 2-3 ปี) แต่หลักๆเลยคือดูความหนากระจกตา เพราะถ้าหนาไม่พอ ก็ทำไม่ได้ เพราะจะตัดกระจกตาออกบางส่วนไม่พอ ดูความกว้างของรูม่านตา (pupil) ในที่มืด เพราะถ้ากว้างมาก แปลว่า โอกาสที่จะเห็นแสงกระจายตอนกลางคืนมากหลังจากทำ

– ตรวจเสร็จ หมอก็จะประมวลข้อมูลว่าทำได้ป่าว อย่างเรา ทำไม่ได้!! เพราะข้างขวาเราสั้นมา กระจกตาหนาไม่พอ เราต่อรองไปว่า เราไม่ต้องการให้แก้เหลือ 0 เหลือสั้นซัก 50 หรือ 100 นี่ เรารับได้นะ เพราะก็ไม่ได้ต้องใส่แว่นตลอดเวลาละ และเราไม่ต้องการแก้สายตาอะไรอีก ถ้ามันแก้ได้ไม่หมด (ถ้าจะแก้สายตาเพิ่มเติม คราวนี้ต้องฝานกระจกตาละ ซึ่งเราไม่ต้องการ) แปลว่า ครั้งเดียวจบค่ะ จัดเต็มเรยค่ะ หมอเลยคำนวนๆ สรุปว่าให้ทำได้โดยไม่เสียกระจกตาเกินมาตรฐาน เย่

– กรณีคนที่ทำไม่ได้จริงๆ จะมีออพชั่น ใส่เลนส์เสริม (phakic IOL) อารมณ์ใส่เลนส์ในคนแก้ตาต้อ ซึ่งราคาสูงปรี๊ดไปอีก และเพื่อนพี่อายหลายคนไม่แนะนำง่ะ ความเสี่ยงเยอะกว่าในแง่ผ่าตัด แต่หมอที่นี่บอกไม่มีอะไรนะ ทำกันมากมาย

– พอได้ทำ ก็นัดคิวผ่าตัดต่อ (อาจจะเดือนนึง)
– วันผ่าตัด ก็สระผมเตรียมไว้ (เพราะห้ามสระอีกหลายวัน) เนื่องจากเป็น TRSC อะนะ ก็พรีเมี่ยมอะนะ จะแนะนำกันละเอียดยิบ ปลอบประโลมทุกขั้นตอน (คือจริงๆก็ดีนะ พอมารับบริการเองบ้าง ทำให้เข้าใจผปมากขึ้น หนูอาจจะปลอบผปได้ดีขึ้น แหะๆ) ก็หยอดยาชา ยาฆ่าเชื้อ ยาแก้ปวด ตรงนี้ประมาณ 20 นาที
– แล้วก็เข้าห้องผ่าตัด นอนบนเตียง หมุนเข้าเครื่อง ยิงเลเซอร์เข้าตาทีละข้าง ต้องค้างตามองไฟไว้ 30 วินาทีในแต่ละข้าง (คนที่เคยโดนตรวจเรตินามาแล้ว สเตปพวกนี้กระจอกมาก) ยิงเสร็จจะมองเห็นเป็นฝ้าขาวที่ตา กรี๊ดดดด แต่จะเป็นตรงโซนกลางนะ รอบๆไม่ได้ถูกยิงด้วย
– ย้ายห้อง ไปคีบขาวๆนั่นออก (เรียก lenticule) ก็ไปนอนมองไฟ คือให้ทำตานิ่งๆน่ะ ไม่เกิน 1 นาที ก็คีบออกมาข้างนึงละ หลังจากนั้นก็ล้างๆตา ตอนคีบออกมา ยังเห็นไม่ชัดนะ เพราะกระจกตามีช่องว่างไง แต่พอหมอล้างๆตาแล้วกดๆกระจกตา ช่องมันจะแนบกัน เห็นชัดแจ๋วเบยยยย พอเลิกกดก็เด้งกลับไปไม่ชัดเหมือนเดิม
– สิริรวมการผ่าตัดจริงๆแค่ 5 นาทีเองมั้ง

– ก็หยอดยาฆ่าเชื้ออีกรอบ ครอบตาด้วย eye shield (มีรูๆให้มองลอด) กลับบ้านไปนอนพักตา เราก็ไม่ทำไรเรย นอกจากหลับตาโทรศัพท์หาเพื่อนคุยฆ่าเวลาไปเรื่อย จริงๆก็มองเห็นนะ แต่ visual field defect มาก คือ ลานสายตาถูกบดบังด้วยที่ครอบบางส่วน เดินสะดุดนู่นนี่ไปเรื่อย

การเปลี่ยนแปลงของสายตา

ตอนออกจากห้องผ่าตัด ก็จะเหมือนมีหมอกๆเต็มไปหมดบังตา พอนั่งรถถึงบ้าน (หลับตาตลอดทาง) หมอกค่อยๆลดลง พอนอนพักเพิ่มเรื่อยๆ หมอกก็ลดลงอีก จน 3-4 ชม.หลังผ่า ที่หมอกหายไปเกือบหมด (กระจกตาเชื่อมกันเรื่อยๆ) อาการเจ็บก็มีนิดหน่อย คล้ายเวลาเคืองคอนแทกเลนส์มากๆจนต้องถอด แต่ตอนกลางคืนก็ไม่เคืองละ ตื่นเช้ามาหลังมาเปิดตาที่คลินิค เห็นชัดแจ๋วเบย ไม่เคืองเลย สายตาเป็น 0 กรี๊ดๆๆ แต่ก็รู้สึกว่ายังไม่ชัดที่สุดอะนะ แต่สำหรับคนที่สายตาอย่างเรา ได้แค่นี้ก็พอใจมากละ ตาก็ไม่ได้แห้งเกินงาม (ก่อนทำก็แห้งแบบนี้แหละ) ส่วนเรื่องการมองเห็นกลางคืน เผอิญเราไม่ได้ขับรถ เลยไม่สนใจ แต่ถึงต้องขับจริง ก็ใส่แว่นตัดแสงไปเสะ

สรุปข้อดีข้อเสียของ ReLEx เทียบกับเลสิคแบบเดิม

ข้อดี แผลเล็ก เจ็บน้อย สามวันก็โดนน้ำได้ ลดอาการตาแห้ง และการกระจายแสงเวลามองไฟกลางคืน (ก็มีนะ แต่น้อยกว่า)

ข้อเสีย แพงงงงงง

โดยรวมแล้ว คุณภาพชีวิตเราดีขึ้นมากหลังจากวันเดียว โดยที่ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่อง cosmetics เลย เช่น เวลาทาหน้า เราจะถอดแว่น พอทาแป้งต่อ จะใช้มือคลำๆแปรงและกระปุกแป้งจากรูปร่าง เวลาวางคืนก็ลงร่องเดิมบ้างไม่ลงบ้าง ตอนนี้จะเห็นทุกอย่าง เย่ หรือไอโฟน รู้สึกไอโฟนที่ถืออยู่ใหญ่ขึ้น (ปริ้นเซ่ด กลายเป็นซัมซุงกาแลกซี่ละชิมิ) อิอิ

แต่ยังชินกับแว่นอยู่นะ เวลาจะนอนยังเผลอจะถอดแว่นจากตา บางทีเผลอจะขยับแว่นเวลามองคอม อิอิ และเราก็คงจะไปใส่แว่นอยู่บ้าง แต่ไปเปลี่ยนให้เป็นเลนส์พลาสติคเปล่าๆ เพราะบางทีก็ช่วยกันลมได้ กันเลือดได้ และดูจำหน้าได้ยากดี ใส่แว่นแล้วหน้าจะโหลกว่า (ไม่อยากให้ใครจำได้ อิอิ) ซึ่งใส่แค่ในบางโอกาสพอ

เราแนะนำวิธีนี้สำหรับคนที่ปัญหาเยอะแบบเรา แต่ถ้าสั้นไก่กา ก็ทำเลสิคแบบเดิมไปเถอะ ประหยัดค่ะ

5 Responses to “ReLEx”

  1. madpig May 29, 2015 at 1:14 pm #

    ราคาประมาณเท่าไหร่หรอครับ

    • DeeDee May 30, 2015 at 8:18 am #

      ประมาณ 1xx,xxx บางทีมีโปรโมชั่นค่ะ โทรไปถามเค้าได้นะคะ

  2. mind June 16, 2015 at 9:35 pm #

    trsc ทำกับคุณหมอชื่ออะไรหรอคะ

    • DeeDee June 17, 2015 at 8:56 pm #

      ทำกับหมอเอกเทศอะค่ะ

      • mind June 17, 2015 at 9:02 pm #

        ขอบคุณค่า เรานัดไปแล้วคุณหมอเอกเทศไปแล้ว แต่ต้องรอคิวหลายเดือนเลยคะ ได้คิวตรวจ เดือนธันวานู้นนนนน ขอบคุณมากเลยนะคะที่เขียนรีวิวประสบการณ์ให้อ่าน ☺️

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: