เดินตามรอยอากงอาม่า: ถู่โหลว #1

23 Apr

คราวนี้ไปหมู่บ้านคนแคะกันบ้าง ขอเชิญลูกหลานจีนแคะรับชม ไปร่วมกันเยี่ยมชมบ้านดิน ที่นาซ่ายังตกใจ

ออกจากมณฑลกวางตุ้ง (Guangdong กว่างตง) เข้าสู่มณฑลฮกเกี้ยน (Fujian ฟูเจี้ยน) (วงเล็บจีนกลางไว้ให้) ก็นั่งรถบัสจากเมืองแต้จิ๋ว ไปเมืองท่าสำคัญของฮกเกี้ยน คือ เซี่ยเหมิน (Xiamen) ซึ่งเราจะมาชื่นชมกันทีหลัง นั่งรถกัน 3-4 ชม. เราก็หาโรงแรมพักผ่อน เตรียมเดินทางไปเยี่ยมชมถู่โหลววันรุ่งขึ้น

เล่าประวัติจีนแคะก่อนดีกว่า เพิ่มความเร้าใจ คนแคะ ไม่ใช่คนแคระ (มีลูกหลานจีนแคะบางคนน้อยเนื้อต่ำใจว่านอกจากเป็นจีนส่วนน้อยในไทยแล้ว ยังเป็นจีนตัวแคระอีก) คำว่า แคะ แปลว่า แขก ในภาษาไทยเลย (แอบคิดว่าคนไทยรับคำว่า แขก ในความหมายว่าแขกเหรื่อที่มาเยี่ยมเยือน ไม่ใช่แขกเชื้อชาติ มาจากภาษาจีนรึป่าว) เพราะจีนแคะจึงเป็นจีนต่างถิ่น เป็นแขกของพื้นที่นั้น ในสมัยก่อน ที่ในวังตบตีแย่งชิงเปลี่ยนฮ่องเต้ เปลี่ยนราชวงศ์ หรือใครทำผิด แล้วต้องประหารกันเจ็ดชั่วโคตร (ดูหนังจีนกันน่าจะคุ้นๆนะ) แต่นี่เป็นความจริงอันโหดร้าย บ้านไหนไหวตัวทัน ก็รีบเก็บข้าวของกันเป็นครอบครัวใหญ่ๆ (ก็เจ็ดชั่วโคตรอะ) แล้วรีบอพยพหนีลงมาทางใต้ แต่ก่อนทางเหนือเจริญ เพราะเมืองหลวงเมืองโบราณจะอยู่ทางเหนือ ซึ่งคนพวกนี้มักจะเป็นขุนนางเจ้าหน้าที่ระดับสูง ความรู้สูง มารยาทดี พออพยพลงใต้ (สมัยก่อนถือว่าบ้านนอกกว่า) ก็ถูกคนท้องที่แถวนั้นขับไล่อีก ว่าอย่ามาแย่งที่ชั้นนะ คนพวกนี้ก็ต้องอพยพกันต่อๆไปบนภูเขา แล้วไปปักหลักกันอยู่บนนั้น น่าสงสารจริง

คนแคะในภาษาอังกฤษ เรียก Hakka เนื่องจากในไทยคนจีนส่วนใหญ่เป็นแต้จิ๋ว เลยคิดว่าแต้จิ๋วมีมากที่สุดในโลก (อิอิ อันนี้พูดขำๆนะ) จิงๆแล้วแต้จิ๋วเป็นส่วนเล็กๆอย่างที่เคยบอก ไปเสิร์ช wikipedia จะเขียนแต้จิ๋วน้อยนิด ในขณะที่จีนอพยพทั้งหลายส่วนใหญ่เป็นฮกเกี้ยน และส่วนนึงที่ปนๆมาก็เป็นจีนแคะนี่แหละ ด้วยนิสัยภูมิหลังของจีนแคะซึ่งเป็นชนชั้นสูงมาก่อน ก็จะออกแนวขยันเรียน ไม่ใช่แนวค้าขาย  คนดังๆที่เป็นจีนแคะ เช่น เติ้งเสี่ยวผิง ลีกวนยู ดร.ซุนยัดเซ็น รวมทั้ง ทักษิณ ชินวัตร (ครุคริๆ วิกีมันเขียนไว้อะ) และระดับผู้นำอีกหลายๆประเทศเบย เพราะฉะนั้นลูกหลานจีนแคะอย่าได้น้อยใจไป

กลับมาที่ ถู่โหลว (Tulou) ดีกว่า พอคนแคะหนีกันไปอยู่บนเขา ก็ไปสร้างบ้านรวมๆกัน เป็นบ้านดินเหนียวนะ (จีนแคะทำตัวเก๋กันมานานแล้ว) อาจจะผสมไม้ ไม้ไผ่หน่อย แล้วสร้างเป็นวงกลมมั่ง สี่เหลี่ยมมั่ง (แบบเก๋จะเป็นวงกลม) เพื่อให้อยู่รวมกัน ตรงกลางไว้ใช้ทำกิจกรรมร่วมกัน ห้องน้ำจะอยู่นอกถู่โหลว เวลาใครมาสู้รบตบตี ก็ร่วมมือสู้กันเป็นวงกลมนี่แหละ เก๋มะ ความเก่าก็หลายหลาย เก่าสุดก็เกือบพันปีเชียว มันโด่งดังขึ้นมาในต่างชาติ เพราะนาซ่าใช้ดาวเทียมส่องเห็นอะไรวงกลมๆเต็มไปหมด นึกว่าจีนซ่องสุมอาวุธ (เยิน) ถู่โหลวนี่มีในหลายเมืองนะ กระจายทั่วไปในจีนตอนใต้ แต่อันดังๆต้องอยู่ที่ฮกเกี้ยน

มาครั้งนี้ไม่ได้เตรียมตัวอะไรมาเลย พ่อซื้อหนังสือเที่ยวไม่ทัน เราก็อ่านเอาแต่จาก wikitravel ซึ่งบางส่วนไปก๊อปโลนลี่แพลนเนทมา แต่ขอบอกว่า การเที่ยวจีนในโซนแรร์ๆ อย่าไปไว้ใจโลนลี่เชียว หาคนจีนไปด้วยดีกว่า

มีเวลาน้อย กะไปเช้าเย็นกลับ ก็ไปขึ้นรถบัสในเซี่ยเหมิน ที่สถานี Hubin Bus Station ตอน 7.50 เป็นเหมือนรถเมล์เล็กเมืองไทย นั่งกันไปเยินๆ 3 ชม. ค่ารถประมาณ 70 หยวน แต่ทางดีมากเลยเทอ คดเคี้ยวแค่ไหน ก็ถนนดีซะส่วนใหญ่ หนทางได้อารมณ์อุ้มผางยืดออก แปลว่า ถนนคดแต่กว้าง ก็เลยไม่เมารถแบบนั้น ภูเขาข้างทางก็สูงใหญ่กว่า ปลายทางคือ หย่งติ้ง (yongding)

สภาพรถทัวร์เล็ก จากเซี่ยเหมิน ไปหย่งติ้ง คนยืนน่าจะเร้าใจกว่า (แต่ความปลอดภัยไม่รู้)

ข้างทางเริ่มมีถูโหลวเล็กๆให้เห็นบ้าง เป็นบ้านสี่เหลี่ยม

มีนาขั้นบันไดให้เห็นระยะประชิด ระหว่างทาง

ขั้นบันไดระยะไกล มีทุ่งนา และบ้านชาวนาตามตีนเขา จะเห็นแบบนี้ไปเรื่อยๆตลอดทาง ยุโรปก็ยุโรปเหอะ จีนก็มีเหมือนกันนะ (แต่เข้าถึงยากกว่า)

มีทางเยินบางเล็กน้อย แต่ส่วนใหญ่ดี ไต่ขึ้นเขาข้ามเขากันไปเรื่อยๆ

มีถูโหล่วปอมพยายามสร้างข้างๆของเก่า อิอิ

ถู่โหลวจริงระหว่างทาง

ถึงแล้ว ตามโพยวิกีให้ลงตรงนี้แหละ Hongkeng Tulou Cluster Scenic Spot (จำวิธีออกเสียงตรงนี้ไม่ได้ แหะ)

พอลงรถ วิกีบอกว่า อย่าเข้าไปใน Hongkeng นี่นะ ทั้งๆที่มันเป็นอันที่สวยมาก เพราะรัฐบาลมารีโนเวทจนดูปอมไปหมดแล้ว ทุกถู่โหลวที่จะเข้าต้องเสียตังทั้งนั้นนะคะ ไม่ใช่อยากขับรถเลี้ยวเข้าไปดูกันได้เล่นๆ

ของปอม

ถู่โหลวครึ่งเสี้ยว ของปอมเหมือนกัน สร้างให้เป็นโรงแรมมั้ง

คือไม่ได้สตัดดี้อะไรกันมา รู้แต่ว่าต้องไปดู “4 ชาม 1 ถ้วยซุป” แล้วไงต่อ มีแต่ของปอมให้ดูเต็มเบย ตอนแรกจินตนาการว่า พอลงรถปุ๊บ จะมีคนขับรถมารุมๆ ว่าจ้างรถมั้ยๆ แต่เดี๋ยวนี้จีนรวยค่ะ แต่ละคนเค้าขับรถกันมาเอง จบ ก็เลยไม่มีใครมาดักรอให้จ้างรถเบย ทำไงต่อดี เคว้ง พอดีเจออาเจ้คนนึง เป็นพนักงานของอันปอม แต่ก็พยายามมาช่วย ชีก็ติดต่อรถให้ ตอนแรกได้ราคานึง ซึ่งโอเคไปละ ซักพักอีนี่มาใหม่ …เอ่อ พอดีคนขับจะกลับเซี่ยเหมินด้วย ถ้าคิดราคาเหมารวมพากลับไปถึงเซี่ยเหมินเลย เอามั้ย 450 หยวน …ก็เอาสิ ถูกและสบายดี อาเจ้ก็หายไป ซักพักมาใหม่ …เอ่อ คนขับบอกว่า ราคาแค่นี้ถูกเกิน ไม่ไปละนะ ต้องเอาแพงกว่านี้ …อ้าวอีนี่ เราก็ไม่รู้ทำไง เลยจะเดินเข้าไปหาเนทเล่น (ก็ไม่รู้จะไปหาที่ไหน แต่แกล้งทำเป็นหยิ่ง จะดูของปอมก็ได้วะ เข้าไปได้ห้านาที …เจ้ เดินตามหา อาเจ้บอกว่า อะๆ คนขับยอมไปละ #ดีออก เราเลยคิดว่า ถ้าไม่มีคนพูดจีนมาด้วยจะทำไงกัน

แต่คนที่พูดได้ แนะนำว่าให้สตัดดี้ก่อนมาอย่างดี หาบริษัทที่จะจ้างรถไว้ให้ จริงๆคนขับที่เราได้เป็นคนดีนะ แต่พูดอังกฤษไม่ได้ ถ้าไม่มายด์ภาษามือ มาขอเบอร์ได้ อิอิ คิดว่าคนที่ร้ายคืออาเจ้นั่น ถ้าจะกลับไปอีกคงจ้างคนขับนี่ให้ขับมาตั้งกะเซี่ยเหมินเบย จะประหยัดเวลา และสบายขึ้นอีกมาก

เย่ เรามาเดินทางไปดูถ้วยดูซุปกันได้ละ มีรถแล้ววว (ขอให้ดูขนาดรถกับภูเขา เปรียมเทียบความแกรนด์)

ขอไปไว้บลอคหน้านะ ไม่งั้นรูปจะโหลดกันมากเลยเทอ

ปล. เนื้อหาชาวจีนแคะ เก็บๆมาจากพ่อและอ่านวิกีนิดหน่อย (หน่อยเดียว แหะ) ผิดพลาดตรงไหนบอกได้

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: