ลอยกระทง

13 Nov

ตั้งแต่จำความได้ จำไม่ได้ว่าเคยไปลอยกระทงนอกสถานที่แบบเต็มๆมั้ย ครั้งล่าสุดเมื่อหลายปีมาแล้ว (น่าจะ 4 ปีก่อน) นัดกันกะ เบว ปริ้น (อิ๋น ด้วยมั้ยนะ) พวกไม่มีคู่มารวมตัวกันไปนั่งเรือข้ามฟากลอยกลางแม่น้ำเจ้าพระยา แล้วก็แยกย้าย เป็นอันจบพิธี

ปีนี้มาอยู่อุ้มผาง ซึ่งเต็มไปด้วยวัฒนธรรมภาคเหนือ ปนพม่า ปนกะเหรี่ยง เลยได้พบเห็นอะไรเก๋ๆ รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนบ้านนอกเข้ากรุงทันที เริ่มตั้งแต่ รอบๆบ้านจะจุดเทียนกัน (ในกรุงจะมีมั้ยยย) ตามถนนก็ไม่เทียนจุดเป็นแนวยาวตลอดทาง บ้านก็ดูไทยๆ มีเทียนจุดลดหลั่นตามบันไดลงมา นั่งรถผ่านราวกับดูไฟวันปีใหม่ที่ตกแต่งตามห้างและโรงแรมในกรุง (เว่อมะ อิอิ)

เริ่มที่มากินข้าวบ้านพี่ (น้อง) อินเทิน ที่เป็นคนอุ้มผาง กินใต้แสงเทียนและพระจันทร์เต็มดวง อิอิ

เล่นดอกไม้ไฟกันเป็นเด็กๆ มีเราคนเดียวที่คุยเรื่องดอกไม้ไฟกะคนอื่นไม่รู้เรื่อง เพราะแม่ไม่ให้เล่น แถมในกรุงก็ไม่มีที่จะเล่นมากนัก

งานลอยกระทงก็อารมณ์งานวัด แต่ซุ้มที่กิ๊บเก๋อยากบอกต่อ คือ ซุ้มละครม่าน แปลง่ายๆว่า ละครพม่า มีเด็กๆมาเต้น มีเสียงบรรยายเป็นภาษาพม่า ดนตรีที่เล่นสดกันหน้าเวทีก็เป็นดนตรีพม่า คนที่นั่งดูก็เป็นคนพม่าปาดตะนะคาข้างแก้มมาดูกันน่ารักดี ดูๆไปแล้ว…นี่ชั้นอยู่ประเทศพม่าใช่หรือไม่ เหลือบไปมองเวทีดนตรีไทย มีประกวดเอเอฟร้องเพลงลูกทุ่ง มีคอมเมนเตเตอร์ มีหางเครื่อง…ว้า ไม่สนุกเรย กลับมาดูละครม่านต่อดีกว่า ท่ารำก็ไม่ใช่ธรรมดา หนูค้นพบแล้วว่า รากเหง้าของฮิปฮอปบีบอยเกิดจากที่นี่ (จิงๆแล้วคงเป็นวัฒนธรรมเต้นแบบอินเดียน่ะ ท่ียกขาสูง) ตอนเปลี่ยนองก์ ระหว่างรอนักแสดง (เด็ก) ดนตรีก็เล่นไปเรื่อยๆ จังหวะคึกคักสนุกสนาน (เราชอบมากกว่าดนตรีไทยนะ มันออกอินเดียๆหน่อย) ลุงคนดูคนนึงอยู่ดีๆก็ลุกขึ้นเต้นสเตปเฉยเรย ได้รับเสียงปรบมือเกรียวกราว รู้สึกเอาเองว่าสเตปการเต้นแบบนี้เหมือนใครๆก็ต้องเต้นเป็น อารมณ์ใครๆก็ต้องรำวงเป็นอย่างนั้นรึป่าวนะ เอาเป็นว่า ซุ้มนี้ได้รับการใส่ใจจากเราและคณะมากที่สุด อยากดูต่อ แต่หลังจากนั้นเริ่มเป็นพูดๆ ประมาณจะแสดงตลก แถมไม่มีซับไตเติ้ล เลยเดินออกมาดีกว่า ตอนหลังรู้มาว่า คณะนักแสดงนี้มาจากชายแดนอุ้มผาง-รัฐกะเหรี่ยงนี่เอง

ละครม่าน ช่วงที่เราได้ดูมีแต่โชว์เด็กๆ

มาดูแบบวีดีโอเรยดีกว่า พอเป็นไอเดีย อิอิ

หลังจากนั้นก็ย้ายทำเล ไปลอยกระทงผักกาดหอม (กระทงทำจากผักกาดหอม ที่พี่พยาบาลทำเผื่อไว้ให้ เย้) ลอยในแม่น้ำอุ้มผาง (ที่ไหลลงสู่แม่น้ำแคว ต่อเป็นแม่น้ำแม่กลอง ลงสู่อ่าวไทยรึป่าว ยังสงสัยอยู่) น้ำเชี่ยวมากกก หลังจากปล่อย กระทงแล่นราวกับเรือใบ ต้องลุ้นว่าจะแล่นต่อหรือติดอยู่ข้างทาง น่าหาโอกาสมาลอยเล่นอีก อิอิ

กลับไปที่งานอีกเขตนึง มีรำวงที่ต้องเสียตัง แต่ส่องดูแล้ว มีแต่ มึก้า (อ่านว่า mu ไม่ใช่ mi นะ) แปลว่า ป้าๆ ในภาษากะเหรี่ยง แต่นี่เป็นมึก้าไทย เลยขอยืนดูมึก้ารำดีกว่า ซักพักนึง ประมาณสี่ทุ่ม (เวลาเด็กเข้านอน) เวทีลูกทุ่งเริ่มครึกครื้น หางเครื่องที่แต่งตัวน้อยอยู่แล้ว เริ่มออกท่าทาง อิอิ กะลังคิดถึงเพลงคันหูอยู่ดีๆ นักร้องและแดนเซอร์ก็จัดให้ทันที หุหุ ถ้ายืนดูต่ออาจมีเคาะกะลาให้ดู งานลอยกระทงมันดีอย่างนี้เอง หุหุ

คันหู ไม่รู้เป็นอะร้ายยย

แล้วก็ไปหาโคมมาลอยกัน ไม่งั้นจะไม่ครบองค์ประกอบของงานลอยกระทงภาคเหนือ แอบเห็นมีคนลอยติดโดนสายไฟ สายไฟไหม้ กรี๊ซซซ

แว้ก โคมติดสายไฟ

 

พลุเต็มหน้า แต่ก่อนเคยภูมิใจ ว่าอยู่ซีรี่ได้เห็นพลุสนามหลวงแตกเต็มหน้า แต่อยู่อุ้มผางก็ได้เห็นนี่่นา แต่อาจจะไม่มีรูปหัวใจ รูปคนยิ้ม เท่านั้นเอง

2 Responses to “ลอยกระทง”

  1. holdman November 14, 2011 at 10:48 pm #

    ลอยได้เวิ่นเว้อมากฮะ
    พี่ดีดี้ ทำให้หน้าแรกมันขึ้นแค่ส่วนหนึ่งของบล๊อกนี่มันกดตรงไหนอ่ะ
    และก็ทำให้มันไปปรากฎบนหน้าเฟซนี่ทำยังไงฮะ

  2. Nat November 17, 2011 at 9:54 pm #

    Culteral มากๆ🙂

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: