Zakka Tour: Kichijoji

1 Apr

吉祥寺 ย่านนี้พลุกพล่านขึ้นมาหน่อย แต่ไม่ขนาดชิบุยะ ถ้าให้พาใครมาชอปปิ้ง เราว่าที่นี่กำลังดีนะ มีทุกอย่างที่ต้องการ ร้านขายยา มูหยิ ลอฟท์ แต่สาขาอาจจะไม่อลังเท่า เดินทางก็ไม่ยาก นั่งรถไฟสุดสายจากชิบุยะเอง

ถ้าเทียบกะย่านเก๋สองย่านก่อนหน้านี้ ที่นี่อาจจะมีความบ้านปนบ้าง แต่ราคาของก็ซื้อได้มากขึ้น เสื้อผ้าแนว ญ ราคาไม่เกินพันบาทมีให้เลือกเพียบ ร้านอาหารทั้ง ญ ทั้งคาเฟ่มีหมด ของซักกะก็มีเยอะ ถึงแม้จะไม่รู้สึกว่าเก๋เท่า (คงเพราะร้านมาอัดกันเยอะเกินไป ตัวร้านเลยดูกิ๊บเก๋น้อยลง)

ร้านซักกะเหมือนเดิม ก็ต้องมีของแบบนี้กองๆ แต่บางร้านก็ไม่ใช่สไตล์เรานะ พวกที่พยายามเป็นแนวอิงลิชคันทรี่ ลูกไม้เยอะๆ หนูชอบแบบเรียบๆสไตล์ ญ มากกว่า

Steak House Satou

มีร้านสเต็กที่อีพรบอกให้กิน แถวยาวอย่างที่โฆษณา อีพรบอกให้กินโคโรเกะก็พอ 120 บาทเอง อ่ะไปต่อ พนักงานเดินมาบอกว่า ปลายแถวไม่ใช่ตรงนี้ อยู่นุ่นนนน จ๋อย เลยไปหาอย่างอื่นดีก่า ไม่ควรมาเสียเวลา

Inokashira Park (井の頭恩賜公園)

เป็นสวนยาวๆ มีเรือให้ถีบ มีชิงช้าให้เด็กเล่น และ มีซากุระที่ยังไม่บาน…จ๋อยยย คนเดินไปเดินมามากมาย ที่โตเกียวไปไหนก็คนเยอะตลอด คิดถึงซัปโปโรจัง

จักรยานจอดเรียงราย คนก็ยังออกจากบ้านมาอาบแดด (และรังสี อิอิ)

ซากุระบานหนึ่งต้น

อยากถีบเป็ดบ้าง

ก็ยังพาลูกหลานมาโล้ชิงช้ากันสนุกสนาน ใช้ชีวิตตามปกติสุขมาก

เส้นทางจากรถไฟมาถึงสวนนี่ จะมีร้านเก๋ๆสองข้างทางมากกว่าอีกด้านนึงของสถานีรถไฟ มีร้านอาหารต่างชาติ เช่น อาหารไทย อาหารอินเดีย มีเสื้อผ้าแนวที่ขายในข้าวสารบ้านเราขายด้วย เลยแอบนึกถึงเดินอยู่ข้าวสาร

ทางเข้าทางเดินไปสวน จะมีรถเล็กๆแบบนี้ ขายของกินเช่นเครป แต่ตรงนี้จะมีหลายอย่าง ซ่ึงดูหน้าตาไม่ค่อยออกเหมือนกัน ถ้าได้ไปอีกจะไปลอง

เดินได้วันละย่านเองอะ จิงๆอยากไป Nippori ที่ขึ้นชื่อว่า fabric town ด้วย หนูจะไปซื้อผ้า เค้าบอกว่ามีเศษผ้าขายราคาไม่ถึงร้อยเยน แล้วผ้า ญ จะเป็นคอตตอนลายน่ารักๆ และปกติจะแพงมาก เพราะฉะนั้นถูกขนาดนี้ควรจะไปมาก

แต่หนูขาแพลงวันก่อนหน้า จากการลง sentou (โรงอาบน้ำ) ตรงบ่อน้ำมันก็ฟองฟู่สีขาว แถมไม่ได้ใส่แว่นอีก แถมไม่ได้มา ญ นาน ลืมไปว่าในบ่อมันมีข้ันบันไดให้นั่งได้ ก็เลยเหยียบพลาด แล้วหลักการของการรักษาข้อเท้าแพลงคืออะไรคะ RICE ไงคะ ทำได้ทุกข้อ ยกเว้น Ice เพราะทั้งตัวแช่อยู่ในน้ำร้อน 50 C กระตุ้นอินเตอลิวคินให้หลั่งออกมามาย แช่ไปก็นอยด์ไป ว่าเม็ดเลือดขาวมากองกันกี่ตัวแล้ว อักเสบกว่าเดิมอีก วันรุ่งขึ้นเดินแทบไม่ไหว ยาหรือผ้าพันข้อเท้าก็ไม่มี ก็เลยใช้วิชาที่คุณครูเคยสอนไว้ รู้สึกซาบซึ้งมากที่คุณครูสอนการทำ ankle strap เพราะช่วยชีวิตไปได้ทั้งวัน โดยไม่ต้องซื้อ elastic bandage เลย แต่ก็ไม่กล้าเสี่ยงไปเดินตามหาร้านขายผ้าอยู่ดีอะ

โตเกียว กะ รังสี

สรุปว่าถ้าเดินบนท้องถนนทั่วไป เราก็ไม่เห็นความผิดปกติอะไรนะ คงผ่านมาสองอาทิตย์แล้วด้วยมั้ง คนคงกลัวน้อยลง รังสีจะลอยมาก็ช่างมันเถอะ (half-life ของไอโอดีนสั้นจะตาย) รถไฟก็คนแน่นเหมือนเดิม มีความผิดปกติอยู่อย่างเดียว คือ ตามซุปเปอร์มาเกท และ คมบินี (convenient store)

ช่องขายน้ำจะโหรงเหรงแบบนี้ ไม่ว่าจะเข้าไปตอนเช้าหรือเย็นก็ตาม น้ำบ้าบอที่เคยกินก็ไม่ค่อยมี เสียใจ

ช่องอาหารตามคมบินีก็เช่นเดียวกัน โอนิกิริถึงมีเต็มชั้น ก็มีไส้ให้เลือกไม่เยอะมาก

มาดูอาหารการกินตามร้านบ้าง แอบไปกิน ทงคัทจึ (tonkatsu) คนเดียว (จิงๆแล้วโดนทิ้ง ฮือ) การไปไหนคนเดียว ทำให้แอพพรีอะไรมากขึ้นนะ เช่น เข้าร้านอาหารก็ต้องไปนั่งเค้าน์เตอร์ ก็เลยได้ดูคุณลุงเตรียมทงคัทจึของหนู เริ่มตั้งแต่หยิบเนื้อหมู แล่มันออกเล็กน้อย แล่อย่างกะจะตบแต่งให้ชิ้นมันสวยขึ้นอย่างนั้นแหละ หลังจากนั้นชุบไข่ ชุบแป้ง แล้วก็ชุบไข่ชุบแป้ง ซ้ำไปซ้ำมาซักห้ารอบได้ ค่อยมาชุบเกล็ดขนมปัง แต่ละขั้นตอนที่ทำ ดูคุณลุงตั้งใจทำมาก รู้สึกเลยว่าถึงแม้รสชาติไม่อร่อย แต่ก็จะยอมเฟคว่าอร่อย ออกมาก็อร่อยจิงๆนะ หมูนุ่มอร่อยดี ผักดองให้มาก็หลายอย่าง ประทับใจ

ทงคัทจึของคุณลุง ร้านไม่ใหญ่ แต่คนเข้าออกเรื่อยๆถึงแม้จะบ่ายกว่าแล้ว

ส่วนตอนเย็น นัดเจอ ฮารู เย้ ดีใจ ไม่ได้เจอกันมาห้าปีได้มั้ง (ชีแต่งงานไปแล้ว หนูยังด๊องแด๊งอยู่เรย) ก็สุ่มเลือกร้านยากิโตริ บน Marunouchi Building (ลองไปเดินดูซักครั้ง แล้วจะกรี๊ดว่ามันมีแต่ของน่าจะราคาแพงทั้งนั้น ที่กินไปราคาเท่าไหร่ไม่รู้ ฮารูเลี้ยง)

ชอบนาเบะอันนี้ เป็นรสที่มาจากแถบโทโฮคุ (จะมีรังสีมั้ย) แต่เป็นโทโฮคุฝั่งตะวันตก คือ ยามากาตะ (ลืมชื่อนาเบะไปแล้วง่ะ อีพรมาบอกหน่อยสิ) จะใส่โมจิ แต่เป็นโมจิที่ยังเห็นเป็นเม็ดข้าวอยู่เรย มันจะไม่เหนียวหนืด แต่นิ่มๆกำลังดี หนูชอบมากมาย

คิดถึงคอกเทวแก้วนี้ Cassis Orange เป็นแก้วประจำที่เราต้องสั่งทุกครั้งเวลาออกไปสังสรรกะผู้คน แนะนำโดยฮารูนี่แหละ ส่วนก้อนขาวๆในถาดเป็นเต้าหู้ชีส ร้านนี้อร่อยหอมๆดี หอมแบบเต้าหู้แต่หนืดแบบขีส (เคยไปกินร้านก่อนหน้ากะเอ รสชาติเหล้ามาก กินกันคนละคำก็เลิกละ)

หมดละ สามวันเต็มๆ ได้ไปแค่นี้ล่ะ ไว้มีโอกาสค่อยว่ากันใหม่

ทริปนี้คงต้องขอบคุณเอ ที่เอื้อเฟื้อสถานที่ให้เกาะ อิอิ ไว้จะไปเกาะใหม่นะ

Zakka Tour: Daikanyama Jiyugaoka

4 Responses to “Zakka Tour: Kichijoji”

  1. Pook April 4, 2011 at 8:30 pm #

    อยากไปนิปโปริด้วย เสียใจไม่ได้ไป เจ๊ดี้อยู่ไหนเนี่ย ไม่น่ากลัวหรืออย่างราย

    • DeeDee Lam April 4, 2011 at 8:32 pm #

      กลับมาแล้ว ไม่เห็นมีอะไรเหมือนในวิดีโอเรย ปกติมากมาย

  2. Sudarat April 4, 2011 at 8:31 pm #

    I went shopping at kichijoji too.

Trackbacks/Pingbacks

  1. Zakka Tour: Daikanyama « Simple & Clean - June 12, 2011

    […] Zakka Tour: Jiyugaoka, Kichijoji […]

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: