Kadoorie Farm x Wishing Tree

9 Mar

เดี๋ยวนี้ต้องหาที่แรร์ๆในฮ่องกงไป เอามาอวดชาวบ้าน อิอิ หลังจากประเมิณความยากง่ายและระยะเวลาแล้ว ก็เลือกไปที่ Tai Po อยู่ใน New Territories หรือแปลว่า บ้านนอกของฮ่องกงที่อยู่บนฝั่งเกาลูนนั่นเอง ซึ่งมีฟาร์มที่เค้าบอกว่าเดินง่ายๆมั่กๆ

Kadoorie Farm เป็นชื่อของคนอังกฤษพี่น้องสองคน คือ Kadoorie brothers เข้ามาตั้งรกรากในฮ่องกง และสร้างฟาร์มนี้ตั้งแต่ปี 1951 ผลิตไข่ไก่ เนื้อสัตว์ อาหารต่างๆ เพราะช่วงนั้นหลังจากญี่ปุ่นออกไปจากจีนแล้ว คนก็อพยพมาอยู่ฮ่องกงกันใหญ่เรย ก็เลยต้องผลิดอาหารเพิ่ม และสร้างงานให้คนที่อพยพมาด้วย ด้วยความที่ฮ่องกงมีแต่ภูเขา ฟาร์มก็เลยลาดไปตามภูเขา

การเดินทาง ก็เริ่มจากลงรถไฟ KCR ที่ Tai Po Market แล้วก็นั่งรถเมล์ต่อ (แต่หนูลืมง่ะว่าเบอร์อะไร ประมาณ 73 หรือ 74) คนโล่ค่อนเรียกฟาร์มนี้ว่า ก๊าโต่เหล (มาจาก Kadoorie ไง) แต่เค้าก็มีบอกเป็นภาษาอังกฤษข้างๆกันด้วย คิดว่าไปไม่ยากเรยนะ เผอิญว่าพ่อเชี่ยวแถวนี้ เราก็เลยเดินตามอย่างเดียว ค่าเข้าฟาร์มก็ 10 บาท (HK$) และควรขอซื้อแผนที่ด้วย 5 บาทแน่ะ แต่จำเป็นเพราะฟาร์มใหญ่ใช้ได้ ขนาดมีแผนที่หนูยังเดินหลงๆเรย แนะนำให้รอขึ้นรถ shuttle bus ด้วย เพราะเดินขึ้นเขาด้วยตัวเองนี่ตายแน่ (แต่อยากลองของก็ไม่ว่าอะไรกันจ้ะ) ขอคูปองจากคนขายตั๋วนี่แหละ รถจะมีออกเป็นรอบๆ ก็แนะนำให้ขึ้นไปกับรถจนถึงจุดสูงสุด คือ ตรงหลุมศพพี่น้องก๊าโต่เหล หรือ ตรงเจ้าแม่กวนอิมก็ได้ แล้วค่อยเดินลงมาเอง แต่ถ้าขี้เกียจมาก ก็เกาะรถไปตลอดทางก็ได้

วิวจากด้านบนอย่างนี้

หรืออย่างนี้ อากาศขมุกขมัวตามประสาฮ่องกง

จิงๆแล้วตรงตัวฟาร์มไม่ค่อยมีให้เราไปดูหรือไปยุ่งได้มาก เหมาะกับครอบครัวพาลูกมาดูหมู ดูวัว มากกว่า แต่ที่แนะนำเพราะขึ้นไปถึงยอดแล้วดูวิวลงมาสวยดีนะ และคนที่ใส่ใจต้นไม้ก็มาดูต้นไม้แบบจีนๆที่ปลูกแทรกอยู่ได้ แถมได้เดินลงเขาท่ามกลางใบหญ้าก็มีความสุขดีนะ (แต่คนที่มาเน้นชอปปิ้ง เวลาน้อย และอยากดูวิวแบบฝั่งฮ่องกง ก็ไม่แนะนำเท่าไหร่) ควรเอาอาหารมาด้วย เพราะที่นี่ยังไม่เปิดร้านอาหาร (เห็นว่าจะเปิดปีนี้) เอามานั่งปิคนิคดูหมูดูไก่ก็เก๋ดี

แปลงผักจะอยู่ล่างๆ ก็ได้แค่ดูจากไกลๆ (กอคะน้าใหญ่ได้ใจมาก) จะเห็นว่าแปลงจะลาดๆลงไป เป็นการปลูกผักแบบข้ันบันได้สินะ

แอบดูฟลามิงโก แอบสังเกตว่าปีกนกสองข้างไม่เท่ากันทุกตัวเลย มันโดนตัดปีกไม่ให้บินได้รึป่าวนะ เพราะเป็นกรงที่เปิดด้านบน

Wishing Tree

เมื่อหลายปีมาแล้ว มีคนเคยรีเควสอยากไปโยนต้นส้มตามแบบหนังฮ่องกง ที่จะต้องไปขอความรักบ้าบอกันที่นั่น พ่อเราก็บอกว่าไกล ไม่ต้องไปหรอก เราเองก็ว่าไร้สติ แต่บังเอิญว่าจากฟาร์มก็อีกนิดเดียวจะถึงวัดโยนส้มแล้ว ก็เลยต้องไปซะหน่อย นั่งรถเมล์ฝั่งตรงข้ามฟาร์มไปได้เลย ถามคนขับเพื่อความชัวร์ก็ได้ บริเวณที่จะไปนี้เป็นหมู่บ้านตระกูลลิ้ม เรียกว่า Lam Shun (หลั่มชุ้น) แต่ก็มีภาษาอังกิดประกอบอยู่ดีว่า Wishing Tree

ทางเข้าวัด จะเป็นทางเข้าหมู่บ้านแซ่ลิ้ม หรือ หลั่มชุ้น (ลิ้ม=แต้จิ๋ว หลิง=จีนกลาง หลั่ม=กวางตุ้ง เข้าใจชื่อหนูรึยัง)

ตรงวัดที่ให้ไหว้เจ้าจิงๆ เล็กๆจิ๋วๆอย่างนี้แหละ แต่คิดว่าคนที่มาส่วนใหญ่ไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก ณ จุดนี้

พอเดินเข้าไปในวัด พ่อตกใจมากที่มีตำรวจมาช่วยยืนเฝ้า ข้างในก็ตกแต่งซะดีงาม (เราเฉยๆน่ะ แต่พ่อบอกว่าอดีตเป็นแค่วัดบ้านๆวันหนึ่ง) ส่วนต้นโยนส้มก็มีทางเดินพิเศษเข้าไป

ทางเดินอย่างเวอร์

มีต้นไม้สองต้น อันนี้คือต้นเดิมที่ใช้โยนกันมาหลายสิบปี แต่มันตายแร้วง่ะ อาจจะเกิดจากคนรุมโยนมากเกินไป ต้นไม้อาจจะน้อยเนื้อต่ำใจ และก็มีเหตุว่ามีไฟไหม้โดนต้นส้มด้วย น่าฉงฉาน แถมเคยมีส้มหนักเกิน ต้นเลยล้มทับคนซะเรย

นี่คือต้นใหม่ เพิ่งมาตั้งได้ไม่กี่ปี เห็นว่าซื้อมาจากไต้หวันนะ สังเกตว่าคนกำลังเล็งจะโยนส้มอยู่ และก็จะเห็นส้มคาต้นมากมาย

เจ๊ทส้มก็ต้องไปซื้อเค้ามา ประกอบด้วย ส้มปอม ผูกด้วยริบบิ้นติดกับกระดาษแบบฟอร์มการอธิษฐาน ซึ่งให้เลือกว่าจะขอพรข้อไหนบ้าง (มีทุกอย่าง ตั้งแต่ขอให้ตัวเองรวยจนถึงขอให้โลกนี้มีแต่ความสงบสุข) ก็เหลือบทุกคนก็ติ๊กมันทุกข้อนะ เพราะฉะนั้นก็ไม่ต้องรู้หรอกว่ามันเขียนว่าอะไรมั่ง ส่วนอีกด้านให้เขียนชื่อเราและคำขอพรของเราเอง ทั้งเจ๊ทนี่ตั้ง 20 บาทแน่ะ

หลังจากนั้นก็เอาส้มไปโยน จะถือส้มหรือถือริบบิ้นแล้วเหวี่ยงก็ตามใจชอบ เราเลือกถือส้ม ซึ่งต้องโยนให้ส้มติดคาอยู่บนต้นไม้จะถือว่าคำขอพรจะสัมฤทธิ์ผล หลังจากเราโยนไปสามที ก็ติดในครั้งที่สาม ลูกล่างที่ริบบิ้นสีม่วงนั่นแหละของหนูเอง ซึ่งหลายคนโยนกันหลายรอบมาก ไม่ว่าจะโยนใกล้หรือไกล ก็รอดรูต้นไม้ลงมาหมด และนี่คงเป็นเหตุผลให้เดเวลอปใช้ส้มปอม จะได้ไม่เน่าเผละเวลาตกลงพื้น (แต่ก่อนเค้าใช้ส้มจิงกันนะ)

ก็ถือว่าเป็นแอคติวิตี้ไร้สติที่สนุกดีเหมือนกันนะ แค่นั่งดูคนอื่นโยนก็ลุ้นเหมือนกันว่าจะโยนได้มั้ย บางครอบครัวโยนไม่ติดกันทั้งครอบครัวก็มี คาดว่าโยนกันรอบที่ร้อยกว่าจะติด

ตอนออกจากวัดเห็นอะไรแบบนี้ เอ๊ะ เหมือน ญ เรยที่เอาคำอธิษฐานมาผูกๆ จิงๆแล้วเกิดจากฮ่องกงห้ามเผากระดาษเงินกระดาษทองกันแล้ว เลยใช้วิธีเอามาผูกแทน ซึ่งพบเห็นได้แค่ที่ฮ่องกง เพราะเมืองจีนยังไม่มีกฎหมายห้ามออกมา

คราวหน้าใครมาฮ่องกง ขอให้ลองมาเที่ยวเล่นแถวนี้กัน ก็สนุกดีไปอีกแบบ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: