ย่างกุ้ง และ บทสรุป

30 Aug

ในเมื่อเล่านิทานมาเยอะแล้ว ก็เลยคิดว่าต้องเล่าให้ถีงตอนจบ ซึ่งตามทริปที่เราไป ก็ไปจบที่ย่างกุ้งเหมือนกัน แถมอยู่ตั้งสองวันเต็มๆ เพราะไม่มีเวลาไปเมืองอื่นแล้ว ตัวเมืองย่างกุ้งเองไม่มีอะไรดึงดูดสำหรับเรา (ชเวดากองเรายังไม่ไปเรย) เอาแต่เดินตลาดหาของกินดูชีวิตชาวบ้าน แล้วก็นอนอืดในโรงแรม แต่เพราะว่างแบบนี้ เลยมีเวลาอ่านหนังสือที่ขนไปอย่างเต็มๆจนเรียนรู้เรื่องประวัติศาสตร์พม่ามากขึ้น

ที่เราเขียนๆมาในแง่เล่านิทาน และชื่อเรียกหลายๆอย่าง เอามาจากทั้ง โลนลี่แพลนเนทพม่า และ หนังสือ ‘ท่องแดนเจดีย​์ไพรในพุกามประเทศ’ ซึ่งเขียนดีจิง แม่ยืมมาจากห้องสมุดให้อ่าน เราพลิกๆดูแล้วพบว่าดีมากเลยต้องยอมแบกหนักๆไปอ่านต่อที่พม่าด้วย มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยจากหนังสือหลายเล่มมารวมไว้ มีการค้นคว้าเพิ่มเติม ไม่ใช่ว่าแค่ไปเหยียบแล้วก็เล่าเป็นไดอารี่เหมือนหนังสือท่องเที่ยวที่วางกันเกร่ออยู่ตอนนี้ พวกชื่อต่างๆเราก็ต้องเปิดคู่กับโลนลี่แพลทเนทเพราะชื่อในภาษาไทยจะคุ้นเคยกว่า แต่เล่มนี้ไม่ได้บอกวิธีเดินทาง เลยต้องถือคู่กัน เราก็เลยขอให้เครดิตหนังสือ 2 เล่มนี้ แต่เครดิตตรงไหนบ้างนี่จำไม่ได้ เพราะอ่านแล้วเมมมาเขียนไม่ได้กลับไปพลิกดูอีก จึงอาจผิดบ้างถูกบ้าง (อ่านเอามันก็พอนะ อย่าเชื่อหมด)

เล่มนี้ แต่คงหาซื้อไม่ได้แล้วล่ะ มันเก่าละ และก็ไม่เห็นว่ามีพิมพ์ใหม่ ตอนนี้อยากอ่าน ขอม ที่เขียนโดยคนนี้เหมือนกัน แต่คงต้องจากห้องสมุด

เล่มนี้ แต่คงหาซื้อไม่ได้แล้วล่ะ มันเก่าละ และก็ไม่เห็นว่ามีพิมพ์ใหม่ ตอนนี้อยากอ่าน ขอม ที่เขียนโดยคนนี้เหมือนกัน แต่คงต้องจากห้องสมุด

กลับมาเล่าต่อละกัน หลังจากมัณฑะเลย์ล่ม อังกฤษที่ตอนนั้นยึดย่างกุ้งได้มานานแล้ว ก็เลยให้ย่างกุ้งเป็นเมืองหลวงไป แล้วก็ตั้งรกรากอยู่ย่างกุ้ง รวมๆแล้วอังกฤษมาอินเวดพม่ารวม 100 กว่าปี และพม่าเป็นเมืองขึ้นเต็มตัวอยู่ประมาณ 60 ปี ซึ่งชีวิตชาวพม่าก็ลำบาก แต่ไม่แน่ใจว่าถ้าราชวงศ์พม่าที่เจ้าโดนฆ่ากันไปสิ้นแล้ว เหลือแต่อะไรก็ไม่รู้ ประชาชนจะดีกว่ากันรึป่าว สำหรับชนกลุ่มน้อย (ซึ่งในอดีตยิ่งใหญ่มาก่อนทั้งนั้น) ที่เกลียดพม่า กลับชอบอังกฤษ เพราะดีกว่ายอมให้พม่าปกครอง กะเหรี่ยงและอาระกันนี่ถึงกับร่วมกับอังกฤษรบกับพม่าในตอนแรกเลยด้วยซ้ำ พวกลูกหลานเจ้าของชนกลุ่มน้อยก็ได้รับการทรีทอย่างดี ลูกหลานเจ้าฟ้าไทใหญ่มากมายถูกส่งไปเรียนอังกฤษเป็นอย่างดี ในขณะที่คนพม่าเองไม่มีแบบนี้ ก็คงอาฆาตชนกลุ่มน้อยกันอยู่ ช่วงนี้ก็มีการทะลักของ แขก และ จีน เข้าพม่ากันใหญ่

การทะเลาะกันจิงจังระหว่างพม่ากับอังกฤษเห็นจะเป็นเรื่องใส่รองเท้าเข้าวัด เพราะอังกฤษไม่ยอมถอด พระพม่าก็ประท้วง แล้วก็ถูกประหารกันไป หลังจากนั้นประท้วงกันเรื่อยมาทั้งพระทั้งนักเรียน จนช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นมายึดพม่า ก็มีนักเรียนกลุ่มนึงมีอยู่ 30 คน ซึ่งแอบไปฝึกทหารกะ ญ มา พอกลับมาก็มาต่อต้านอังกิด แต่ตอนหลัง ญ แพ้สงคราม และ ญ เองก็ทรีทพม่าแย่ไม่ต่างกัน ก็ต้องดิ้นรนต่อต้านอังกฤษกันต่อไป จนในที่สุด 1 ในนักเรียนกลุ่มนี้ คือ อองซาน บินไปตกลงกับอังกฤษว่าขอเป็นเอกราช ซึ่งอังกฤษจะขอดูอาการก่อน โดยให้ปกครองตนเองได้แต่ยังขึ้นกับอังกฤษ ซึ่งอองซานก็รีบบินกลับมาตกลงกับชนกลุ่มน้อยทั้งหลาย ว่าอย่าเพิ่งทะเลาะกันเลย เรามาร่วมมือกันก่อน ให้อังกฤษเห็นว่าพม่าเข้มแข็งพอท่ีจะเป็นเอกราช จะอัญเชิญเจ้าฟ้าไทใหญ่มาเป็นกษัตริย์ ส่วนอองซานเป็นนายก แล้วพอครบ 10 ปี ชนกลุ่มน้อยก็ค่อยแยกตัวไปปกครองตนเองได้ตามใจชอบ ชนกลุ่มน้อยก็ดี๊ด๊าดีใจ เซ็นสัญญาตกลงกันดีงาม เรียกว่า สัญญาปางโหลง (หรือปางหลวงก็ได้)

ทุกอย่างดูสวยหรูมาก แต่ 1 เดือนต่อมา ขณะที่อองซานกำลังประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีเจ้าฟ้าหลายคนรวมทั้งทีมงาน 30 คนบางส่วนด้วย ก็มีมือปืนเข้ามายิงตายกันสิ้น เป็นอันว่าความฝันทั้งหมดพังทลาย คนที่จ้างมือปืนมายิงก็คือ 1 ใน 30 ที่เคยร่วมรบกับอองซานนั่นเอง เพราะไม่เห็นด้วยกับการจะให้ชนกลุ่มน้อยแยกตัว คนจ้างก็โดนประหารต่อมาไม่นาน ต่อมา อูนุ ซึ่งก็มาจากกลุ่มนักเรียนนี่เหมือนกัน ก็เป็นนายกต่อ อังกฤษก็ยอมให้เอกราชต่อมาไม่นาน อูนุก็ปกครองไพร่ๆ คู่แข่งก็มาก พอตัวเองเริ่มง่อย ก็ไปดึง เนวิน ซึ่งเป็นทหารมาปฎิวัติ เพิ่อให้ตัวเองได้เป็นนายกต่อ ทำอย่างนี้ได้ซักพัก เนวินก็ปฎิวัติจิง ไล่อูนุออกไป

ยุคเนวินก็เลยเป็นยุคเผด็จการทหารของจิง การเมืองพม่าช่วงนี้สับสนวุ่นวายจนเราเองก็จำมาไม่ไหว คงไม่ต่างจากของไทยตอนนี้ เอาเป็นว่า เนวินอยู่ได้ไม่นานก็เจอกรรมตามสนองเหมือนกัน ตอนหลังก็โดนกักตัวในบ้านพักริมทะเลสาบใกล้ๆบ้านซูจีตอนนี้เลย ส่วน ซูจี ซึ่งหลังจากเรียนจบจากออกซ์ฟอร์ด แล้วกลับพม่ามาเยี่ยมแม่ ดันมาตรงกับช่วง 8-8-88 คือ วันที่ 8 เดือน 8 ปี 1988 ซึ่งมีการประท้วงใหญ่โต และนักเรียนโดนฆ่าตายไปมากมาย ซูจีก็โดนกระแสให้กลับมาช่วย ซึ่งซูจีก็ทำได้ จนพม่ายอมให้มีเลือกตั้ง ซูจีก็ชนะ แต่ก็โดนกักตัวในที่สุด ปัจจุบันนี้พม่าปกครองโดย ตานฉ่วย ซึ่งก็มาจากแก๊ง 30 คนเหมือนกัน พยายามบอกว่าปกครองแบบพุทธสังคมนิยม รักศาสนา ต้องมีรูปไปทำบุญแปะอยู่ให้เห็นกันทั่วไป แต่ตอนพระประท้วงเมื่อ 2 ปีก่อน กลับฆ่าพระได้เฉยเรย ตอนนี้ก็จะเห็นประเทศ (รัฐบาล) นี้เชิดชู พ่อ คือ อองซาน เป็นวีรบุรุษที่ทำให้เป็นเอกราชจากอังกฤษ แต่กลับเกลียด ลูก คือ ซูจี หาเรื่องซูจีอย่างที่เห็น โลนลี่แนะนำเลยว่า ไม่ต้องกระแดะไปเยี่ยมบ้านซูจี เพราะทั้งคนเยี่ยมและคนขับแทกซี่ที่พาไปจะโดนจับได้ และทางที่ดีก็อย่าหาเรื่องคุยเรื่องการเมืองกะคนพม่า จนกว่าเค้าจะพูดขึ้นมาก่อนค่อยรับฟังเค้า

เมืองหลวงพม่าตอนนี้ จิงๆแล้วอยู่ที่ เนปีดอ อยู่กลางประเทศ เพิ่งย้ายไปตอนปี 2005 ด้วยเหตุผลอันใดมิทราบได้ บางคนว่ารัฐบาลสร้างหลุมหลบภัยกันระเบิดนิวเคลียร์ไว้ที่นั่น ซึ่งเมืองนี้ไม่มีอะไรเรยนอกจากเมืองทหาร และเพราะย้ายเมืองทำให้ค่าใช้จ่ายมาก อาจจะเป็นเหตุผลให้รัฐบาลต้องขึ้นค่าน้ำมันที 200% เลยเกิดการประท้วงในปี 2007 อย่างที่ว่า เมืองใหญ่สุดยังคงเป็นย่างกุ้ง แต่ดูท่าทางจะไม่ได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นแต่อย่างใด ก็รัฐบาลมันไม่อยู่แล้วนิ ส่วนชนกลุ่มน้อยนี่ยิ่งหนักกว่า คงเป็นการแก้แค้นเอาคืนมั่ง ก็ยังรบกันไม่เลิก ฆ่าตายไม่รู้เท่าไหร่ ผู้หญิงก็โดนข่มขืนเป็นว่าเล่น (เป็นคำสั่งลงมาเลยว่าต้องทำเพื่อให้คนเกรงกลัว) ส่วนสัญญาปางโหลงอันสวยหรูก็ไม่ต้องพูดถึงกันอีกต่อไป

จากการอ่านประวัติศาสตร์รวมๆทั้งหมด เรารู้สึกว่าพม่าในอดีตยิ่งใหญ่มากเลยนะ มีอะไรอลังการมากกว่าไทยเยอะ พวกชนกลุ่มน้อยก็น่าสนใจเพราะวัฒนธรรมหลากหลาย แต่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่กับรัฐบาลแบบนี้ ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ประเทศนี้จะดีขึ้น ใครที่อยากไปเที่ยวอะไรที่ adventurous ค่าใช้จ่ายไม่แพง (เราใช้ไปคนละ 10,000 บาทไทยเท่านั้นใน 1 อาทิตย์รวมค่าตั๋วทุกอย่างแล้ว) หรือ อยากได้อารมณ์อินเดียแต่ไม่ต้องการความแอกเกรซซีฟแบบแขก พม่าก็เป็นตัวเลือกดีทีเดียว ไม่อันตรายอย่างที่คิด ผู้คนนิสัยดี นักท่องเที่ยวก็ไม่มาก แต่ไปเที่ยวเองแล้วไปกระจายรายได้โดยตรงดีกว่า เพราะถ้าผ่านบริษัททัวร์หรืออะไรก็ตามที่ทำให้ชีวิตสบายขึ้น จะหมายถึงเงินเข้ารัฐบาลโดยไม่รู้ตัว (เงินนี่เล็กน้อยสำหรับรัฐบาล แต่มันมีค่ามากสำหรับชาวบ้าน)

ดูรูปย่างกุ้งเล็กน้อยปิดท้ายละกัน

เปรียนเสมือน อนุสาวรีย์ชัย คือ เจดีย์สุเล (Sule Paya) เป็นใจกลางเมือง และไว้เริ่มต้นนับถนน

เปรียบเสมือน อนุสาวรีย์ชัย คือ เจดีย์สุเล (Sule Paya) เป็นใจกลางเมืองย่างกุ้ง และไว้เริ่มต้นนับถนน

เนื่องจากอังกฤษมายึดย่างกุ้งไว้นาน ก็เลยสร้างตึกสไตล์อังกฤษไว้มากมาย ติดๆกันหลายตึกเลย สวยดีนะ เราชอบมากกว่าที่ฮ่องกงอีก แต่ด้วยความที่ขาดการดูแล ก็เลยโทรมๆเน่าๆแบบนี้

เนื่องจากอังกฤษมายึดย่างกุ้งไว้นาน ก็เลยสร้างตึกสไตล์อังกฤษไว้มากมาย ติดๆกันหลายตึกเลย สวยดีนะ เราชอบมากกว่าที่ฮ่องกงอีก แต่ด้วยความที่ขาดการดูแล ก็เลยโทรมๆเน่าๆแบบนี้

5 Responses to “ย่างกุ้ง และ บทสรุป”

  1. benz September 15, 2009 at 9:05 pm #

    ไปอ่านประวัติศาสตร์ขอมสิ จะดูยิ่่งใหญ่กว่านี้มาก

    แต่สุดท้ายขอมก็โดนไทยทำลายสิ้น

    มีน่าล่ะขอมถึงไม่ค่อยชอบไทย

    ถ้าอ่านประวัติศาสตร์ไทยก็จะบอกว่าพวกเขมรนี่เป็นพวกชอบตีท้ายครัว

    แต่ถ้าเจาะลึกไปจริง ๆ ก็ไทยนี่แหละที่ไปทำเค้าก่อน

  2. DeeDee September 16, 2009 at 6:33 pm #

    จากหนังสือที่เรารีเฟอร์ถึง คนแต่งก็เขียนเรื่องขอมเหมือนกันและพยายามเปรียบเทียบเป็นระยะ เค้าก็ว่ายิ่งใหญ่พอกันอ่ะ อยู่กันคนละแม่น้ำ แต่สิ่งก่อสร้างมันอลังการไม่เท่ากัน แต่นั่นก็เพราะอย่างที่บอกว่าเป้าหมายของขอมคือพยายามสร้างให้เป็นเขาพระสุเมรุตามฮินดู แต่พม่าสร้างกันตามศรัทธาในแบบพุทธ เลยเปรียบเทียบกันยาก

    จิงๆเราก็อ่านขอมมาบ้างเหมือนกันตอนเด็กๆ ตอนนี้จำได้ลางเลือน ในขณะที่พม่านี่เพิ่งเรียนรู้แล้วพบว่าไม่ธรรมดา ประวัติศาสตร์ไทยก็ทำให้พม่าดูร้ายและไม่น่าสนใจในสายตาเราก่อนหน้านี้เหมือนกันนะ แต่ยังไงก็มีเป้าหมายไปเขมรในอนาคตซึ่งก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่

  3. ปวร September 17, 2009 at 10:39 pm #

    มันคนละนิกายกันนิ พม่าเป็นเถรวาทแต่ไหนแต่ไร ส่วน เขมร เป็นมหายาน+พราหมณ์ฮินดู แล้วกลายมาเป็นเถรวาท

    ขอยืนยันว่าพม่ายิ่งใหญ่กว่า อิอิ ประวัติศาสตร์ลากไปได้ไกลกว่า เพียงแต่ว่าเขมรมีปราสาทหิน ซึ่งคงทนถาวรกว่าเจดีย์ก่ออิฐถือปูน มันก็เลยเห็นได้ชัดกว่า พม่าไม่มีช่วงไหนเลยที่อ่อนแอ (อ่อนแอสุดก็ตอนนี้แหละ) และไม่เคยตกภายใต้อิทธิพลใครจนกระทั่งยุคล่าอาณานิคม ส่วนเขมรนี่ยิ่งใหญ่จริง แต่ก็อ่อนลงเรื่อยๆ โดนไทยขยายอำนาจแบบที่ต้ิงบอก แล้วก็โดนญวนมาซ้ำเติม จนพระนโรดมต้องมาพึ่งฝรั่งเศส

    ประวัติศาสตร์เขมรก็เปรียบตัวเองโดนย่ำยีและไทยเป็นฝ่ายกระทำเหมือนของไทยเปรียบพม่ามาย่ำยีและไทยเป็นฝ่ายถูกกระทำ คนแถวนี้คิดกันได้แค่นี้ถึงไม่ค่อยเจริญ (ไม่รู้พูดแรงหรือเปล่า) แต่ที่น่าสนใจคือของเวียดนามที่บิดเบือนแบบคอมมิวนิสต์ อีหรอบจีนเลย ยกย่องฮีโร่ของตัวว่าสามารถต่อสู้ชนะศัตรูที่มาบุกได้ ในนั้นมีคนนึงที่สามารถปราบกองทัพไทย ตอนที่ไทยทำสงครามกับญวนสมัยรัชกาลที่ 3 (ประวัติเจ้าพระยาบดินทรเดชา คุ้นๆ ไหม) ฟังๆ ดูแล้วอารมณ์เดียวกันกับประวัติศาสตร์จีนเลยอะ

  4. DeeDee September 18, 2009 at 5:45 pm #

    ไองงๆว่ายูต้องการจะบอกอะไรตรงของเวียดนามหรอ เอาดีเทวมาเพิ่มก็ได้จ้ะ

  5. benz September 21, 2009 at 7:07 pm #

    โดยส่วนตัว แอบชอบขอมมากกว่า (มี bias)

    ขอมสร้างปราสาทหินได้ยิ่งใหญ่อลังการดี

    มีการเอาคนจีนมาเป็นเมีย เอามาเป็นทหารรับจ้าง

    ไม่รู้ว่าใครจะยิ่งใหญ่กว่าใคร อาจเป็นเพราะยังไม่ได้ศึกษาพม่าดีพอ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: