พุกาม

23 Aug

พุกาม หรือ Bagan อยู่ทางกลางๆประเทศ  เราเดินทางอย่างยากลำบากมาจากมัณฑะเลย์ ทั้งๆที่ระยะทางห่างกันนิดเดียวเอง จิงๆเราอยากล่องเรือลงมาตามแม่น้ำอิระวดี แต่ฤดูนี้เป็นโลว์ซีซั่น เลยมีเรือออกอาทิตย์ละครั้งสองครั้งเองและต้องรอไปอีกอาทิตย์นึง ก็เลยเลือกนั่งรถบัส 7 ชม. ตุ๊มต่อมว่าสภาพรถจะเยินแค่ไหน พอเห็นว่ามีแอร์เราก็พอใจละ แต่ทางขรุขระตลอด รถเลยแล่นได้ช้ากว่าปกติ แล้วพอยิ่งใกล้พุกามซึ่งเป็นเมืองแห้งแล้ง มีแต่ทรายและต้นไม่เตี้ยๆ จนฝุ่นทรายพวกนี้เข้ามาในรถ ผู้คนก็นั่งไอจากฝุ่นกันเป็นระยะ ก่อนเข้าเมืองนี้ก็เจอด่านดักเก็บเงินนักท่องเที่ยวคนละ 5 เหรียญ ชิ งกจิง (ที่พม่าใช้เงิน จ๊าด กับ US ดอลลาร์ปนกัน เวลาเป็นเงินจ๊าด เราจะคูณเป็นไทยบาทให้ละกัน

มาย้อนกลับไปสมัยพันปีก่อน หลังจากมอญมีศาสนาพุทธดีงาม แต่พม่าซึ่งกำลังเข้มแข้งขึ้นเรื่อยๆยังนับถือ ผี กันอยู่เรย ซึ่งพม่าเรียกว่า นัต มีอยู่หลายนัตด้วย ตามแต่เรื่องที่อยากขอ เพราะแต่ละนัดก็เชี่ยวแต่ละอย่าง (พระเจ้าตะเบงชเวตี้โดนให้เป็นนัดทีหลังด้วย) พระเจ้าอโนรธาของพม่าซึ่งตอนนั้นชนะพวกปยู และยึดพุกามของปยูไว้ วันดีคืนดีมีพระมอญเดินทางหลงเข้าไปในพุกามและไปเทศนาให้พระเจ้าอโนรธาฟังจนเลื่อมใส กะจะให้คนพม่าเลิกนับถือนัต แล้วมานับถือพุทธดีกว่า ก็ไปขอ พระไตรปิฎก จากมอญ แล้วใครจะให้กันง่ายๆล่ะ พระเจ้าอโนรธาก็เลยต้องยกไปตี มอญก็แพ้ พม่าก็เลยรวบรวมเป็นอาณาจักรจิงจังครั้งแรกตอนนี้เอง โดยมีเมืองหลวงแห่งแรกที่พุกาม

หลังจากศาสนาพุทธเผยแพร่ดีงามในพุกาม กษัตริย์ทุกองค์ก็ต้องสร้างเจดีย์ประจำตัว ต้องสร้างข่มองค์ก่อนเรื่อยมา เสร็จบ้างไม่เสร็จบ้าง เทรนด์สร้างเจดีย์ก็เลยตกทอดไปถึงชาวบ้าน หาปูนทรายแถวนั้นมาสร้างกันตามมีตามเกิด (คือถ้ารวยก็สร้างใหญ่ จนก็สร้างเล็กน้อย) จากศรัทธาแรงกล้าต่อพุทธศาสนา สมัยนั้นเลยสร้างได้ถึง 4000 กว่าเจดีย์ ถึงได้ขึ้นชื่อว่า ทะเลเจดีย์ แต่หลังจากผ่านไปตามกาลเวลา บวกกับแผ่นดินไหวที่พุกามเมื่อ 1975 ก็เลยเหลืออยู่ 2000 กว่าเอง แต่แค่นี้เราก็ว่าอลังการงานสร้างแล้ว

ทะเลเจดีย์ วิวจากเจดีย์ Shwesandaw ซึ่งปีนไปสูงจนเห็นวิวเช่นนี้ จะเห็นงามกว่านี้ถ้าไปทัวร์ขึ้นบอลลูน

ทะเลเจดีย์ วิวจากเจดีย์ Shwesandaw ซึ่งปีนไปสูงจนเห็นวิวเช่นนี้ จะเห็นงามกว่านี้ถ้าไปทัวร์ขึ้นบอลลูน

เดินทางดูทะเลเจดีย์นี่ เราอยากขี่จักรยาน 8 กม.แบบอีแฮ่นบ้าง แต่ไปกะแม่ เลยต้องไปจ้างรถม้าให้พาไปแทน เราไม่ได้ถ่ายรูปมาหมดทุกวัดหรือเจดีย์นะ เพราะไปมาเกือบ 20 แห่ง อันนี้หมายถึงวัดดังๆที่มีประวิตินะ ให้ดูอันที่มีเรื่องมีราวละกัน

พระเจ้าอโนรธาก็สร้าง เจดีย์ชเวซานดอว์ ซึ่งวิวจะงามมากตอนพระอาทิตย์ตก (แต่หนูไม่สน ไปมันทั้งเปรี้ยงอย่างนั้นแหละ) เจดีย์นี้สูง 5 ชั้น และชันมากกกก และที่ดีมากคือ อนุญาตให้ปีนขึ้นไปถึงข้างบนได้ เลยเป็นจุดถ่ายรูปเอาบรรยากาศทะเลเจดีย์ที่ฮิตที่สุด เราเอาเรื่องชเวซานดอว์ไปเขียนไว้ข้างหลังอีกที เดี๋ยวอ่านประวัติศาสตร์ไม่ต่อเนื่อง

ย้อนกลับไปที่กษัตริย์มอญที่แพ้ศึก ชื่อว่า พระเจ้ามนูหะ ก็ถูกจับให้มาบวชอยู่ในวัดละแวกนี้ ชื่อว่า วัดมนูหะ พระเจ้าอโนรธาก็อนุญาตให้สร้างพระพุทธรูปภายในได้ พระเจ้ามนูหะก็เลยสร้างประชดชีวิต ให้พระพุทธรูปใหญ่คับวัด เป็นพระท่านั่ง 3 องค์ กะ พระนอนอีก 1 องค์ เป็นการแสดงออกว่าคับแค้นใจที่ถูกจับมา

พระอึดอัด สังเกตดูตรงช่วงไหล่และแขน ติดผนังพอดีเรย แค่นิ้วหนึ่งนิ้ว ก็ตัวเทียบเท่าเด็ก 1 คนได้

พระอึดอัด สังเกตดูตรงช่วงไหล่และแขน ติดผนังพอดีเรย แค่นิ้วหนึ่งนิ้ว ก็ตัวเทียบเท่าเด็ก 1 คนได้

หลังจากพระเจ้าอโนรธา ก็เป็นพระเจ้าจันสิตตาครองราชย์ต่อ แต่ก็เริ่มเสื่อมลงเรื่อยๆ เพราะไม่เก่งเหมือนพระเจ้าอโนรธา ก็สร้าง วัดอานันทวิหาร หลังสร้างเสร็จ พระเจ้าจันสิตตาปลาบปลื้มในความงามของวัดมาก และเพื่อไม่ให้มีวัดไหนสวยเป็นคู่แข่งกัน ก็สั่งประหารช่างที่สร้างวัดนี้สแตทเลย โหดร้ายไม่เข้ากะความเลื่อมใสศาสนาเลยนะ

อานันทวิหาร สร้างโดยพระเจ้าอโนรธาหลังจากที่ได้ปักหลักที่พุกาม มีสถาปัตยกรรมแบบ arch เป็นครั้งแรกในละแวกนี้ วัดนี้ถือว่าสวยมากๆๆในสมัยนั้น ข้างในมีพระบึ้งพระยิ้ม คือ พอยืนอยู่ห่างๆจะเห็นว่าพระพุทธรูปที่ยืนอยู่องค์เบ้อเริ่มดูกำลังยิ้มอยู่ แต่พอเดินเข้าไปใกล้ๆจะเห็นว่าหน้าบึ้ง เป็นความฉลาดในการกะให้แสงสว่างตกแบบนี้

อานันทวิหาร มีสถาปัตยกรรมแบบ arch เป็นครั้งแรกในละแวกนี้ วัดนี้ถือว่าสวยมากๆๆในสมัยนั้น ข้างในมีพระบึ้งพระยิ้ม คือ พอยืนอยู่ห่างๆจะเห็นว่าพระพุทธรูปที่ยืนอยู่องค์เบ้อเริ่มดูกำลังยิ้มอยู่ แต่พอเดินเข้าไปใกล้ๆจะเห็นว่าหน้าบึ้ง เป็นความฉลาดของช่างในการกะให้แสงสว่างตกแบบนี้

หลังจากนั้นก็เป็นพระเจ้าอลองซิตู ซึ่งตอนแก่แล้วบวชอยู่ที่วัด ก็ถูกลูกเอาผ้าอุดปากตาย ลูกคนเดียวกันก็ฆ่าพี่น้องด้วยกันจนได้ขี้นเป็นกษัตริย์องค์ถัดมา คือ พระเจ้านรสุ ซึ่งขึ้นชื่อว่าโหดร้าย พอจะสร้างเจดีย์กะเค้าบ้างก็ไม่มีใครอยากมาช่วยสร้าง ก็เลยต้องเกณฑ์ชาวบ้านมาสร้าง โดยกะจะให้ใหญ่ที่สุดในบรรดาเจดีย์ทั้งหมด คือ ธัมมะยังจี แล้วพระเจ้านรสุจะมาตรวจดูการสร้่างทุกวัน โดยการเอาเข็มสอดระหว่างอิฐ ถ้าตรงไหนเข็มสอดได้ แสดงว่าก่ออิฐไม่เรียบ จะสั่งตัดมือช่างที่สร้างตำแหน่งนั้นทันที โดยยังมีแท่นหินที่มีรอยบากเป็นรูปกากบาทพอดีสำหรับแขนวาง และให้มีดตัดพอดี หลงเหลือให้ดูอยู่ แต่ด้วยความใจร้าย พระเจ้านรสุครองราชย์ได้ 3 ปีก็โดนลอบฆ่าซะแล้ว คนพม่าเองก็ไม่ชอบไปกราบไหว้เจดีย์นี่กันเท่าไหร่

เนื่องจากสร้างได้แค่ 3 ปี ก็เลยเป็นเจดีย์สร้างไม่เสร็จ เตี้ยๆอยู่แบบนี้ แต่ฐานกว้างทีเดียว

เนื่องจากสร้างได้แค่ 3 ปี ก็เลยเป็นเจดีย์สร้างไม่เสร็จ เตี้ยๆอยู่แบบนี้ แต่ฐานกว้างทีเดียว

ธัมมะยังจี จากมุมสูง

ธัมมะยังจี จากมุมสูง

เจดีย์ระดับชาวบ้าน แต่ก็คงไม่บ้านมากหรอก ใหญ่ขนาดนี้ อันนี้เค้าให้เราปีนขึ้นไปดูวิวได้ (พวกอันดังๆมักจะปิดเพื่ออนุรักษ์ไว้) แต่ก็ต้องแลกกับการซื้อของที่ระลึกจากคนดูแลเจดีย์แทน เป็นรูปวาดจากทราย ซึ่งจะเห็นจนเกร่อทั่วพุกาม

เจดีย์ระดับชาวบ้าน แต่ก็คงไม่บ้านมากหรอก ใหญ่ขนาดนี้ อันนี้เค้าให้เราปีนขึ้นไปดูวิวได้ (พวกอันดังๆมักจะปิดเพื่ออนุรักษ์ไว้) แต่ก็ต้องแลกกับการซื้อของที่ระลึกจากคนดูแลเจดีย์แทน เป็นรูปวาดจากทราย ซึ่งจะเห็นจนเกร่อทั่วพุกาม

หลังจากพุกามตั้งมาได้ 200 ปีก็เสื่อมลงเรื่อยๆ จนกุบไลข่านมาตี แล้วยึดไว้สองสามปี แล้วก็โดนพวกมอญกะไทใหญ่มายึดไป ก็หมดอาณาจักร์แรกของพม่าไป ทะเลเจดีย์นี่สร้างในยุคใกล้กับนครวัดนครธม แต่ไม่ใหญ่โตแบบนั้น จากหนังสือก็คงเพราะว่า ที่พุกามสร้างจากศรัทธาของคน มาช่วยๆกันสร้าง ในขณะที่นครวัดต้องไปเกณฑ์แรงงานมาสร้างเพื่อให้ไปถึงพระเจ้า แต่เราว่าเปรียบเทียบกันไม่ได้หรอก สวยคนละแบบ

มาดูศิลปะต่างๆที่สอดแทรกตามวัดที่เราว่าแปลกดีบ้างละกัน

รูปวาดบนผนังวัด แสดงถึงศิลปะพุกาม หน้าดูดิสทอร์ท (distort) ในความรู้สึกเรา ตาก็แอบมีหยักตรงกลาง

รูปวาดบนผนังวัด แสดงถึงศิลปะพุกาม หน้าดูดิสทอร์ท (distort) ในความรู้สึกเรา ตาก็แอบมีหยักตรงกลาง

จากหลักศิลาจารึก ที่นี่จารึกกัน 4 ภาษาค่ะ มีบาลี พม่าโบราณ มอญ ปยู แต่ดูแล้วยึกยือเหมือนกันหมดว่ามั้ย ถ้าดูใกล้ๆก็พอจะเห็นความแตกต่างในความเหมือนอยู่บ้าง

จากหลักศิลาจารึก ที่นี่จารึกกัน 4 ภาษาค่ะ มีบาลี พม่าโบราณ มอญ ปยู แต่ดูแล้วยึกยือเหมือนกันหมดว่ามั้ย ถ้าดูใกล้ๆก็พอจะเห็นความแตกต่างในความเหมือนอยู่บ้าง

พุกามมีผลิตภัณฑ์โอทอปที่โด่งดังคือ lacquerware หรือ เครื่องเขิน เราก็แวะไปเยี่ยมชมหมู่บ้านที่ผลิต (คนขับรถม้าคงได้คอมมิชชั่น) เจ้าของก็อนุญาตให้ดูได้เต็มที่ถึงแม้จะไม่ซื้อ เราก็เพิ่งรู้ว่ามันทำจากไม้ไผ่สาน ถ้าของดีต้องทำจากขนม้าจะทำให้บางยิ่งขึ้น และค่อยไปเคลือบ

พุกามมีผลิตภัณฑ์โอทอปที่โด่งดังคือ lacquerware หรือ เครื่องเขิน เราก็แวะไปเยี่ยมชมหมู่บ้านที่ผลิต (คนขับรถม้าคงได้คอมมิชชั่น) เจ้าของก็อนุญาตให้ดูได้เต็มที่ถึงแม้จะไม่ซื้อ เราก็เพิ่งรู้ว่ามันทำจากไม้ไผ่สาน ถ้าของดีต้องทำจากขนม้าจะทำให้บางยิ่งขึ้น และค่อยไปเคลือบ

เด็กขายของ

หนู (และนักท่องเที่ยวทุกคน) ต้องโดนอินเวดจากเด็กขายของพวกนี้มากมาย แต่เค้าว่านี่อินเวดน้อยกว่าอินเดียหรือตุ๊กตุ๊กเมืองไทยแล้ว พวกนี้ภาษาอังกฤษเก่งใช้ได้เลยนะ คำทักทายแรกๆจะเป็น ‘hello, how are you?’ ‘where are you from?’ บางทีไม่ถาม แต่พูดชื่อประเทศมาเรย ‘korea’ ‘japan’ พอรู้ว่าประเทศไทยปุ๊บ ก็จะตามด้วย ‘ซาหวัดดีค่า’ ซักพักก็จะมีเด็กน้อยเอาเหรียญบาทที่ตัวเองสะสมมาอวด แล้วถามว่ามีเหรียญให้มันบ้างมั้ย ซักพักก็จะมีเด็กโตเอาแบงค์ร้อยบาทไทยยื่นมา แล้วถามว่ามันอยากแลกกะดอล เพราะมันไม่ได้ใช้ แลกกะมันเหอะนะ นะ อีกแบบนึงก็จะเป็น พาเราดูนู่นนี่ในวัดดีงาม อธิบายพร้อมชี้ประกอบ มีไกด์ส่วนตัวค่ะ พอดูเสร็จก็จะบอกว่า อย่าลืมมาที่ร้านขายของที่ระลึกมันนะ พร้อมกับลากเราไปดูจนได้ พอไม่ซื้อก็จะแบบ ซื้อเถอะ i’m a student, i want money for school เราก็จะตอบไปว่า หนูก็เป็นนักเรียนจนๆเหมือนกันจ้ะ อีพวกนี้ก็จะอึ้งไป 2 วิ แล้วก็ตื๊อต่อไป

เราก็อยากกระจายรายได้นะ แต่พวกนี้โดนสปอยล์ ขายนักท่องเที่ยวแพงซีเวียร์มาก ต้องใช้มุขกระโดดขึ้นรถม้าไปแล้ว พวกนี้ถึงยอมให้ราคาที่เราต้องการ

แก๊งเด็กน้อยที่พยายามขายของที่ ชเวซานดอว์ แต่นี่เด็กเกิน เลยปีนตามอย่างเดียว ขอให้สังเกตข้างหลังเปรียบเทียบ ว่านี่ขึ้นมาสูงมาก บันไดก็โคตรชัน แต่อีเด็กพวกนี้ปีนขึ้นกันอย่างสนุกสนาน ที่เห็นทาที่หน้าคือ ตะนะคา เดี๋ยวมีเรื่องเล่าทีหลังจ้ะ

แก๊งเด็กน้อยที่พยายามขายของที่ ชเวซานดอว์ แต่นี่เด็กเกิน เลยปีนตามอย่างเดียว ขอให้สังเกตข้างหลังเปรียบเทียบ ว่านี่ขึ้นมาสูงมาก บันไดก็โคตรชัน แต่อีเด็กพวกนี้ปีนขึ้นกันอย่างสนุกสนาน ที่เห็นทาที่หน้าคือ ตะนะคา เดี๋ยวมีเรื่องเล่าทีหลังจ้ะ

พอขึ้นมาแล้ว ก็มาเล่นเป่่ายิ้งฉุบกันต่ออีก เวลาเป่าทีก็กระโดดด้วย ทั้งๆที่มีพื้นที่น้อยกว่าแมวดิ้นตายอีก มันไม่กัวตกเจดีย์ตายรึไงนะ เราเองพอถ่ายรูปเสร็จ ก็ไปเล่นเป่ายิ้งฉุบด้วย อิอิ เด็กพวกนี้ก็สอนเราเล่นใหญ่เรย

พอขึ้นมาแล้ว ก็มาเล่นเป่่ายิ้งฉุบกันต่ออีก (เวอร์ชันพม่า) เวลาเป่าทีก็กระโดดด้วย ทั้งๆที่มีพื้นที่น้อยกว่าแมวดิ้นตายอีก มันไม่กัวตกเจดีย์ตายรึไงนะ เราเองพอถ่ายรูปเสร็จ ก็ไปเล่นเป่ายิ้งฉุบด้วย อิอิ เด็กพวกนี้ก็สอนเราเล่นใหญ่เรย

เด็กคู่นี้จองล้างจองผลาญเรามาก เป็นเด็กคนเดียวที่ขายหนังสือ Burmese Days ของ George Orwell โดยชีไปซื้อมือสองมา แล้วพอเราไม่เอา (ตอนแรกแม่ไปต่อราคาเอามันไว้นะซิ ชีคงมีความหวัง) ชีก็ถีบจักรยานตามไปเจดีย์อื่นๆที่เราไปอีก จนในที่สุดชีต้องยอมแพ้ไปเอง เราก็สงสาร แต่อินเวดขนาดนี้ไม่ไหว ถ้าเราซื้อ ชีก็ทำอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ คงไม่ดีมั้ง

เด็กคู่นี้จองล้างจองผลาญเรามาก เป็นเด็กคนเดียวที่ขายหนังสือ Burmese Days ของ George Orwell โดยชีไปซื้อมือสองมา แล้วพอเราไม่เอา (ตอนแรกแม่ไปต่อราคาเอามันไว้นะซิ ได้เล่มละ 2$ ชีคงมีความหวัง) ชีก็ถีบจักรยานตามไปเจดีย์อื่นๆที่เราไปอีก จนในที่สุดชีต้องยอมแพ้ไปเอง เราก็สงสาร แต่อินเวดขนาดนี้ไม่ไหว ถ้าเราซื้อ ชีก็ทำอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ คงไม่ดีมั้ง

เราชอบเด็กคนนี้ที่สุด พอไปถึงเจดีย์ชเวซานดอว์ เราก็หยิบหนังสือภาษาไทยของเรามาอ่าน เด็กพวกนี้ก็มารุมดู แล้วก็เล่นสปอตไดแอกกันใหญ่เรย (spot diagnosis แค่เห็นคนไข้ปุ๊บก็รู้เลยว่าเป็นโรคอะไร) คือ อ่านไม่ออก แต่บอกได้ว่าเจดีย์นี้คือเจดีย์อะไร เด็กคนนี้ตอบได้เจื้อยแจ้วที่สุด พอเราเลิกอ่าน ก็มาขอหนังสือเราไปนั่งดู

เราชอบเด็กคนนี้ที่สุด พอไปถึงเจดีย์ชเวซานดอว์ เราก็หยิบหนังสือภาษาไทยของเรามาอ่าน เด็กพวกนี้ก็มารุมดู แล้วก็เล่นสปอตไดแอกกันใหญ่เรย (spot diagnosis แค่เห็นคนไข้ปุ๊บก็รู้เลยว่าเป็นโรคอะไร) คือ อ่านไม่ออก แต่บอกได้ว่าเจดีย์นี้คือเจดีย์อะไร เด็กคนนี้ตอบได้เจื้อยแจ้วที่สุด พอเราเลิกอ่าน ก็มาขอหนังสือเราไปนั่งดู

มาดูสภาพเมืองพุกามในปัจจุบันดีกว่า

บ้านนอกดีมั้ยคะ อดีตเมืองหลวงอันยิ่งใหญ่ ชีวิตก็สงบเงียบดีนะ เสียแค่ฝุ่นเยอะและดูแห้งแล้ง

บ้านนอกดีมั้ยคะ อดีตเมืองหลวงอันยิ่งใหญ่ ชีวิตก็สงบเงียบดีนะ เสียแค่ฝุ่นเยอะและดูแห้งแล้ง

แม่น้ำอิระวดี จะให้ดูว่ามันกว้างใหญ่จิงๆนะ

แม่น้ำอิระวดี จะให้ดูว่ามันกว้างใหญ่จิงๆนะ

เฮ้อ เขียนเสร็จซะที เหลืออีกหลายตอน อาจจะเห็นเราเขียนอะไรเลือดสาดไปบ้าง ขอบอกว่า อันถัดไป คือ มัณฑะเลย์ สาดกว่านี้อีก (หนูชอบ อิอิ)

3 Responses to “พุกาม”

  1. kittitik August 24, 2009 at 12:05 am #

    ตายละเก๋มาก
    เด็กดูเฟรนดลี่เชียว พาไอไปบี้งซิ

  2. DeeDee August 24, 2009 at 6:52 am #

    อีพวกนี้หลอกง่ายเนอะ อีปวรก็อีกคนทำมาเป็นอยากไป พอตอนไอชวนก็ไม่ไป ชิ

  3. pradt August 24, 2009 at 1:52 pm #

    ดีเทลช่างล้ำลึก!

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: