Personality Disorders

18 Jul

เลิกใส่ใจ เอนเนียแกรม ชั่วคราว เนื่องจากอ.ที่รามาไม่ให้หนูไปเข้าค่ายนพลักษณ์ด้วย หนูงอน แต่จิงๆแล้วเพราะช่วงนี้เพิ่งผ่านจิตเวช ซึ่งที่ซีรี่ไม่มีสอนอะไรเรื่องเอนเนียแกรมหรอก แต่มีเรื่องที่ใครๆต้องรู้อย่างเร่ืองบุคลิกภาพผิดปกติ ซึ่งไม่ได้ถึงกะต้องกินยาอะไรหรือเป็นโรคร้ายแรงอะไร ก็แค่บุคลิกผิดไปจากชาวบ้าน การแบ่งบุคลิกภาพผิดปกติแบบนี้ คนทั่วไปน่าจะรู้จักมากกว่าเอนเนียแกรม หลายๆอันชื่อก็คุ้นเคยอยู่แล้ว เช่น histrionic narcissistic paranoid

เราเป็นพวกชอบให้ตัวเองเป็นโรคนั่นนี่อยู่แล้ว เลยพยายามยัดเยียดบุคลิกผิดปกตินี่ให้ทั้งเราเองและคนอื่นรอบข้าง ทั้งๆที่ไม่ได้เป็นโรคกันจิงๆหรอก แต่มันก็มีแนวโน้มว่าเป็นบุคลิกไปในแนวทางไหนเท่านั้นเอง มีทั้งหมด 10 อย่าง อ่านๆไปก็พอเอามาลิงก์กะเอนเนียแกรมได้บ้างนะ เราเอาไครทีเรีย (criteria เกณฑ์การวินิจฉัย) ของแต่ละบุคลิกตาม DSM IV (ประมาณว่าเป็นเกณฑ์มาตรฐานใช้กันทั่วโลก) มาให้อ่านกัน เอามาจาก เวบจิตเวชรามา ซึ่งเราขอดัดแปลงภาษาให้อ่านง่ายอีกทีนึง

มาดูไครทีเรียว่า เป็นคนบุคคลิกภาพผิดปกติรึป่าวก่อน

A. ลักษณะคงอยู่ตลอด ผิดปกติไปมากตามวัฒนธรรมของคนนั้น แสดงออกในด้านต่อไปนี้ 2 ข้อขึ้นไป

  1. cognition (ได้แก่ วิธีการรับรู้ต่อตนเอง ผู้อื่น หรือสถานการณ์ และการแปลความหมายของสิ่งที่รับรู้นั้น)
  2. affectivity (ได้แก่อารมณ์ตอบสนอง โดยดูในแง่ของขอบเขต ความมากน้อย ความง่ายต่อการเปลี่ยนแปลง และความเหมาะสม)
  3. กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับผู้อื่น
  4. การควบคุมแรงผลักดันภายใน

B. ลักษณะไม่ยืดหยุ่น และเป็นไปแทบทุกๆ สถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นด้านส่วนตัว หรือด้านที่เกี่ยวข้องกับผู้อื่น

C. ทำให้มีความทุกข์ทรมานอย่างมีความสำคัญทางการแพทย์ หรือกิจกรรมด้านสังคม การงาน หรือด้านอื่น ที่สำคัญบกพร่องลง

D. เป็นอยู่อย่างคงที่และนาน และระยะเริ่มต้นนั้นสามารถสืบย้อนไปได้ว่าเป็นมาอย่างน้อยตั้งแต่ช่วงวัยรุ่นหรือวัยผู้ใหญ่ตอนต้น

E. ไม่เข้ากับโรคทางจิตเวชอื่นๆ

F. มิได้เป็นจากผลโดยจาก สารเสพติด ยา หรือความเจ็บป่วยทางกาย

พวกเราแถวนี้ก็คงไม่มีใครซีเวียร์ขนาดมีปัญหาด้านการงานสังคมอะไรหรอก อาจจะโดนนินทาบ้างก็แค่นั้น แต่เรามายัดเยียดความผิดปกติกันดีกว่า โดยมีทั้งหมด 10 แบบ แล้วแบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ 3 clusters A, B, C ตามหลักการเค้าให้ผิดปกติกันแบบเดียว แต่เราชอบเหมารวมให้เป็นหลายๆอย่าง บางคนเป็นทั้งคลัสเตอร์เรย แต่ไม่ค่อยข้ามคลัสเตอร์นะ

A แปลก : paranoid, schizoid, schizotypal

B ดราม่า เจ้าอารมณ์ : antisocial, borderline, histrionic, narcissistic

C กังวล กลัว : avoidant, dependent, obsessive-compulsive

Paranoid

ไม่ไว้ใจและตั้งข้อสงสัยผู้อื่น คิดไปว่าผู้อื่นไม่หวังดี หงุดหงิดง่าย เซนซิทีฟ ขี้อิจฉา ต้องมี 4 ข้อขึ้นไป

  1. ตั้งข้อสงสัยโดยที่ไม่มีหลักฐานเพียงพอว่าผู้อื่นหวังประโยชน์ มุ่งร้าย หลอกลวง
  2. หมกมุ่นกับความสงสัยเกินเหตุเกี่ยวกับความซื่อสัตย์ หรือความน่าไว้วางใจของคนอื่น
  3. ไม่เต็มใจที่จะเปิดเผยความลับแก่ผู้อื่น เพราะกลัวแบบไร้เหตุผลว่าผู้อื่นจะใช้ข้อมูลไปในทางที่ไม่ดีต่อตน
  4. ไวต่อการดูถูกหรือท่าทีที่คุกคาม แม้จะไม่เห็นชัด และเป็นเรื่องเล็กน้อย
  5. เจ้าคิดเจ้าแค้น ได้แก่ ไม่ยอมยกโทษต่อการถูกดูถูก เหยียดหยาม หรือทำร้าย
  6. เห็นว่าตนเองถูกโจมตีในเรื่องบุคลิกลักษณะหรือชื่อเสียง โดยที่ผู้อื่นมิได้เห็นเช่นนั้น และมีปฏิกิริยาตอบสนองด้วยความขุ่นเคืองหรือตอบโต้อย่างทันทีทันใด
  7. ตั้งข้อสงสัยอย่างไม่มีเหตุผลอยู่เรื่อยๆ ในเรื่องความซื่อสัตย์ของคู่ครอง

Schizoid

ปลีกตัวจากสังคม การแสดงออกของอารมณ์มีน้อย ไม่ชอบสบตาคน 4 ข้อขึ้นไป

  1. ไม่ชอบการมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับใคร รวมถึงการเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว
  2. เลือกกิจกรรมที่ทำตามลำพังแทบจะทุกครั้ง
  3. มีความสนใจน้อยต่อการมีความสัมพันธ์ทางเพศกับผู้อื่น
  4. มีความสุขกับกิจกรรมเพียงไม่กี่อย่าง
  5. ขาดเพื่อนสนิทหรือคนที่ไว้วางใจได้ นอกเหนือไปจากญาติใกล้ชิด
  6. ไม่ว่าจะชมหรือด่าก็แสดงอารมณ์ไม่ต่างกัน
  7. แสดงอารมณ์เย็นชา เหินห่าง หรือไร้อารมณ์

Schizotypal

ทำตัวแปลกทุกด้านทั้งความคิด พฤติกรรม มักจะเชื่อไสยศาสตร์ 5 ข้อขึ้นไป

  1. คิดเองว่าคนอื่นเฝ้ามองตัวเองอยู่ (น่าจะเป็นแนวหวาดระแวงมากกว่าหลงตัวเอง)
  2. เชื่อไสยศาสตร์ โชคลาง ซิกเซนส์
  3. บอกว่าเคยมีประสบการณ์แปลกๆ หรือเคยเห็นร่างกายตัวเองผิดแปลกไป
  4. ความคิดและการพูดจาวกวน หรือพูดซ้ำๆ หรือพูดจาเลื่อนลอยไร้สาระ
  5. หวาดระแวง
  6. การแสดงอารมณ์ไม่สมเหตุสมผล
  7. พฤติกรรมแปลกประหลาด
  8. ขาดเพื่อนสนิทหรือคนที่ไว้วางใจได้ นอกเหนือไปจากญาติใกล้ชิด
  9. กระวนกระวายเวลาเข้าสังคม แต่เป็นในแนวพารานอยด์ หวาดระแวง

Antisocial

ละเมิดหรือไม่สนใจสิทธิของผู้อื่น อายุอย่างน้อย 18 ปี 3 ข้อขึ้นไป

  1. ไม่ทำตามกฎหมาย ถูกจับได้อยู่เรื่อยๆ
  2. โกหกอยู่เรื่อยๆ ใช้ชื่อปลอม หรือปลิ้นปล้อน เพื่อประโยชน์ส่วนตน
  3. ควบคุมตนเองไม่ได้ หรือไม่สามารถวางแผนล่วงหน้า
  4. หงุดหงิดและก้าวร้าว มีการชกต่อยหรือทำร้ายร่างกายอยู่เรื่อยๆ
  5. บ้าระห่ำโดยไม่สนใจความปลอดภัยของตนเองหรือผู้อื่น
  6. ไม่มีความรับผิดชอบ
  7. ไม่มีความเสียใจแสดงโดยการไม่สนใจหรือหาเหตุผลมาอธิบายการที่ตนทำให้ผู้อื่นเสียใจ

Narcissistic

รู้สึกว่าตนเองยิ่งใหญ่มีความสำคัญ (ในจินตนาการหรือพฤติกรรม) ต้องการให้ผู้อื่นชื่นชม และไม่สนใจอารมณ์ความรู้สึกของผู้อื่น 5 ข้อขึ้นไป

  1. มีความรู้สึกว่าตนเองมีความสำคัญมาก (เช่น คิดว่าตนเองเก่งแต่เกินความเป็นจริง คาดหวังที่จะได้รับการยอมรับว่าตนเองเหนือกว่าผู้อื่นโดยที่จิงๆแล้วไม่ได้เก่งถึงขั้นนั้น
  2. จมอยู่กับความคิดเพ้อฝันเกี่ยวกับ ความสำเร็จ อำนาจ ความหลักแหลม ความสวยงาม หรือความรักในอุดมคติ
  3. เชื่อว่าตนเองเป็นคนพิเศษผิดจากใครๆ และมีแต่คน (หรือสถาบัน) ที่พิเศษหรือมีฐานะสูงอื่นๆ เท่านั้น ที่จะเข้าใจตนเอง หรือที่ตนเองควรเกี่ยวข้องด้วย
  4. ต้องการการชื่นชมอย่างมาก
  5. รู้สึกว่าตนเองมีสิทธิพิเศษเหนือคนอื่น เช่น คาดหวังให้มีคนเอาใจใส่เป็นพิเศษ หรือให้ผู้อื่นปฏิบัติไปตามที่ตนเองหวังไว้
  6. แสวงผลประโยชน์จากสัมพันธภาพกับผู้อื่น ได้แก่ ใช้ประโยชน์จากผู้อื่นเพื่อให้ตนเองได้ในสิ่งที่มุ่งหวัง
  7. ไม่สนใจอารมณ์ความรู้สึกของผู้อื่น: ไม่สนใจที่จะรับรู้หรือเข้าใจความรู้สึกและความต้องการของผู้อื่น
  8. มักอิจฉาผู้อื่น หรือเชื่อว่าผู้อื่นอิจฉาตนเอง
  9. มีท่าทีหรือพฤติกรรมแบบหยิ่งยะโส ถือตัว

Histrionic

เจ้าอารมณ์และต้องการให้ผู้อื่นสนใจตนเอง 5 ข้อขึ้นไป

  1. รู้สึกอึดอัดเวลาที่ไม่ได้เป็นจุดสนใจ
  2. ยั่วยวนทางเพศเกินควรหรือมีพฤติกรรมกระตุ้นความรู้สึกทางเพศ
  3. อารมณ์ที่แสดงออกเปลี่ยนแปลงเร็วและไม่ลึกซึ้ง
  4. มีการใช้รูปร่างหน้าตาเพื่อดึงดูดให้ผู้อื่นหันมาสนใจตนเองอยู่เสมอๆ
  5. ลักษณะการพูดจะเน้นเรื่องของอารมณ์ความรู้สึกมากเกิน และไม่มีเนื้อหาสาระ
  6. การแสดงออกเหมือนเล่นละคร แสดงสีหน้าท่าทางมาก และมีการแสดงออกของอารมณ์มากเกินไป
  7. ถูกชักจูงง่าย กล่าวคือ ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของผู้อื่นหรือสถานการณ์ต่างๆ ได้ง่าย
  8. เห็นความสัมพันธ์ที่มีกับผู้อื่นเป็นแบบใกล้ชิดกว่าที่เป็นจริง

Borderline

สัมพันธภาพกับผู้อื่น ภาพลักษณ์ของตนและอารมณ์ที่ไม่คงที่ ควบคุมตนเองไม่ได้อย่างมาก 5 ข้อขึ้นไป

  1. พยายามอย่างรุนแรงที่จะหลีกเลี่ยงการถูกละทิ้ง ไม่ว่าจะเป็นจริงหรือเป็นสิ่งที่คิดเอง
  2. ความสัมพันธ์กับผู้อื่นรุนแรงและไม่มั่นคง สับเปลี่ยนไปมาระหว่างการยกย่องเทิดทูนมากกับการดูถูกไม่เห็นคุณค่าอย่างมาก
  3. มีปัญหาในเรื่อง identity ของตัวเอง: มีภาพลักษณ์ของตนเองและ sense of self เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด (หนูให้เองว่าเป็นกิ้งก่า)
  4. ควบคุมตนเองไม่ได้ในอย่างน้อย 2 ด้านที่อาจก่อให้เกิดผลเสียแก่ตนเองได้ (เช่น การใช้จ่าย เรื่องทางเพศ การติดสารเสพติด การขับรถอย่างบ้าระห่ำ การกินไม่หยุด)
  5. มีการขู่ แสร้งหรือพยายามฆ่าตัวตายอยู่เรื่อยๆ
  6. อารมณ์แปรปรวน เปลี่ยนไปตามสิ่งแวดล้อมอย่างมาก (เช่น ไม่สบายใจอย่างมาก หงุดหงิด หรือวิตกกังวล มักเป็นไม่กี่ชั่วโมง)
  7. รู้สึกว่าตนเองไร้ค่าอยู่ตลอด
  8. มีอารมณ์โกรธรุนแรง
  9. มีความคิดหวาดระแวงมากเกินปกติเวลามีความกดดัน

Avoidant

ไม่เข้าสังคม รู้สึกว่าตนเองไม่เก่งไม่มีความสามารถ และอ่อนไหวง่ายต่อการถูกประเมินในทางลบ 4 ข้อขึ้นไป

  1. เลี่ยงกิจกรรมการงานที่ต้องพบปะผู้คนอย่างมาก เพราะกลัวถูกติเตียน ไม่ถูกใจหรือถูกปฏิเสธ
  2. ไม่ต้องการที่จะเกี่ยวข้องกับผู้คน ยกเว้นหากทราบแน่ว่าตนเองเป็นที่พึงพอใจ
  3. ระมัดระวังตนเองในสัมพันธภาพที่ใกล้ชิด เนื่องจากเกรงว่าตนเองจะมีท่าทีที่น่าอับอายหรือน่าหัวเราะเยาะ
  4. กังวลอยู่แต่เรื่องการจะถูกติเตียนหรือถูกปฏิเสธต่อหน้าผู้อื่น
  5. ไม่ express ตัวเองในสถานการณ์ที่อยู่กับผู้คนที่ยังใหม่ต่อการรู้จักกัน เนื่องจากรู้สึกว่าตนเองไม่เก่ง ไม่มีความสามารถ
  6. มองตนเองว่าเข้าสังคมไม่เป็น ไม่น่าสนใจหรือด้อยกว่าผู้อื่น
  7. ไม่เต็มใจเกินปกติในการเข้าหาคน หรือที่จะเข้าร่วมในกิจกรรมใหม่ๆ เพราะกลัวมีเรื่องอับอาย

Dependent

มีความต้องการอย่างมากที่จะให้มีผู้ดูแลตนเอง จนทำให้เป็นคนยอมไปทุกอย่างและยึดติดกับผู้นั้นตลอด และเกรงการถูกแยก 4 ข้อขึ้นไป

  1. ไม่กล้าตัดสินใจเรื่องต่างๆ ต้องการคนคอยให้คำแนะนำหรือยืนยันความคิดเห็นอย่างมาก
  2. ต้องการให้ผู้อื่นมารับผิดชอบต่อเรื่องต่างๆ ในชีวิตของตนเองแทบจะทั้งหมด
  3. ไม่กล้าที่จะไม่เห็นด้วยกับผู้อื่น เพราะกลัวว่าจะขาดการช่วยเหลือหรือการยอมรับ
  4. ไม่กล้าเริ่มโครงการหรือทำสิ่งต่างๆ ด้วยตนเอง (เพราะไม่มั่นใจในการตัดสินใจหรือความสามารถของตนเอง มากกว่าจะเป็นจากไม่อยากทำหรืออ่อนเพลีย)
  5. ต้องการที่จะได้รับการดูแลเอาใจใส่และการช่วยเหลือสนับสนุนจากผู้อื่นเป็นอย่างมาก จนกระทั่งเต็มใจที่จะทำสิ่งที่ไม่ต้องการ
  6. รู้สึกอึดอัดและหมดหนทางเมื่อต้องอยู่คนเดียว เนื่องจากกลัวอย่างมากกับการที่ไม่สามารถจะดูแลตนเองได้
  7. เมื่อเสียความสัมพันธ์เดิมไป จะรีบหาความสัมพันธ์ใหม่ทันทีให้มาช่วยดูแลตัวเอง
  8. หมกมุ่นเกินเหตุว่าจะถูกทิ้งให้ต้องดูแลตัวเอง

Obsessive-Compulsive

หมกมุ่นกับเรื่องของ ความเรียบร้อย สมบูรณ์ครบถ้วน และการควบคุมจิตใจและปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น จนทำให้สูญเสีย ความยืดหยุ่น ความเปิดเผยตนเองและความมีประสิทธิภาพ 4 ข้อขึ้นไป

  1. หมกมุ่นอยู่กับ รายละเอียด กฎเกณฑ์ รายการ ลำดับขั้นตอน การจัดการ หรือกำหนดการ มากจนทำให้พลาดสาระสำคัญของกิจกรรมนั้นๆ
  2. perfectionist มากเกินจนงานไม่เสร็จ (เช่น ไม่สามารถทำโครงการให้เสร็จสิ้นเพราะเห็นว่ายังไม่เข้าเกณฑ์ที่ตัวเองคิดว่าดีพอ ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่เคร่งเกินไป)
  3. ทำงานมากเกินจนไม่ได้พักผ่อนหรือสร้างความสัมพันธ์กับคนอื่น (ไม่รวมกรณีที่เป็นเหตุจำเป็นทางเศรษฐกิจ)
  4. มโนธรรมสูงมาก จริงจังเรื่องความถูกผิด เคร่งครัดในเรื่องที่เกี่ยวกับศีลธรรม จริยธรรม หรือค่านิยม (ไม่รวมกรณีที่เป็นลักษณะตามวัฒนธรรมหรือศาสนา)
  5. ไม่สามารถทิ้งสิ่งของที่ชำรุดหรือไม่มีค่าแล้ว แม้สิ่งนั้นจะเป็นสิ่งที่ไม่มีคุณค่าทางจิตใจแต่อย่างใด
  6. ไม่ไว้ใจที่จะให้คนอื่นทำงานแทนให้ จนกว่าจะได้รับการยืนยันว่าจะทำตามอย่างที่ตนเองเคยทำทุกอย่าง
  7. ใช้ชีวิตแบบทนทุกข์ทั้งกับตนเองหรือที่ตั้งกับผู้อื่น มองว่าเงินเป็นสิ่งจำเป็นเผื่ออนาคตอาจมีเหตุร้ายแรง
  8. มีลักษณะไม่ยืดหยุ่น เปลี่ยนยาก

ขอเล่าเคสโอซีดีที่เจอมา แต่อันนี้เป็นโรคจิงๆ ไม่ใช่แค่ความผิดปกติของบุคลิกภาพ คือ มีการย้ำคิดย้ำทำ ซึ่งส่วนใหญ่จะมาด้วยโอซี่ล้างมือบ่อยๆเพราะคิดว่ามือไม่สะอาด เช็คกลอนประตูบ่อยๆเพราะคิดว่ายังไม่ได้ล็อค แต่ของคนไข้เรานี่น่ารักมากเรย (แต่เจ้าตัวเค้ากลุ้มใจฮ่ะ เพราะทำงานทำการไม่ได้เลย) เค้าจะย้ำคิดว่าเค้าทำอะไรผิดไปหมด แล้วก็มีความรู้สึกผิดอยู่ตลอด ก็เลยฝากความรู้สึกผิดไว้กับส่ิงของ เช่น กระเป๋าตังค์ มือถือ ที่บ่อยสุด คือ ผ้าเช็ดหน้า แล้วก็ย้ำทำด้วยการทิ้งของพวกนี้ไว้ตามที่ต่างๆ เอาไปสอดใต้โซฟาก็มี ทำเอาผ้าเช็ดหน้าหมดบ้านเรย บางทีต้องไปยืมผ้าเช็ดหน้าคนอื่นมาทิ้ง พอทิ้งของไปแล้วจะรู้สึกดีขึ้น วันรุ่งขึ้นสำนึกผิดได้ก็จะมาเอาผ้าเช็ดหน้าคืนไป รู้สึกว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่เลว

ทั้งหมดนี่ ออกข้อสอบข้อเดียว คือ borderline เหมือนข้อสอบเก่าด้วย หนูรู้อยู่แล้ว แต่ก็ยังเลือกที่จะอ่านบทนี้เยอะสุด อย่างอื่นก็เลยเน่าหมดเรย ทุกบุคลิกเราหาตัวแทนให้ได้ทุกอัน แต่ไม่ควรบอกออกอากาศเนอะ

References:

หนังสือจิตเวชศาสตร์รามาธิบดี และเวบ ramamental.com

หนังสือ Pocket Handbook of Clinical Psychiatry ของ Kaplan & Sadock

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: