Food in China (2009)

7 Jul

ของกินในเมืองจีนนี่ถูกยิ่งกว่าฮ่องกงมากมาย เรียกได้ว่าพอๆกะเมืองไทย แต่ปริมาณที่ให้เยอะกว่า รสชาติก็โอ เราเน้นกินแต่อาหารข้างทางไพร่ๆเหมือนเดิม ซึ่งอาหารก็อูมามิตามประสา และพอไปถึงแถวกุ้ยหลินก็จะเป็นแนวอาหารเผ็ด พวกภูมิประเทศภูเขาจะชอบกินเผ็ดๆกัน

นี่ที่เสิ่นเจิ้้น เดี๋ยวนี้เมืองจีนเน้นกินด้วยแก้วพลาสติค กล่องโฟม ถึงแม้ว่าจะนั่งกินที่ร้านก็ตาม เพราะขี้เกียจล้างชาม เป็นการสร้างขยะมากมาย สภาพแก้วก็ใช่ว่าดูน่าสะอาดนะนั่น ต้องทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้กินๆเข้าไป

นี่ที่เสิ่นเจิ้้น เดี๋ยวนี้เมืองจีนเน้นกินด้วยแก้วพลาสติค กล่องโฟม ถึงแม้ว่าจะนั่งกินที่ร้านก็ตาม เพราะขี้เกียจล้างชาม เป็นการสร้างขยะมากมาย สภาพแก้วก็ใช่ว่าดูน่าสะอาดนะนั่น ต้องทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้กินๆเข้าไป

ชานมไข่มุกในราคา 3 หยวนเท่านั้น เลยรีบวิ่งไปซื้อมาลอง ปกิสว่ารสชาติไ่พร่มาก กินได้สองคำก็ต้องทิ้ง เสียกได้ว่าคนจีนชอบกินหวานแบบคนไทยเลย แล้วทำไมฮิ่งกิงกินขม

ชานมไข่มุกในราคา 3 หยวนเท่านั้น เลยรีบวิ่งไปซื้อมาลอง ปกิสว่ารสชาติไ่พร่มาก กินได้สองคำก็ต้องทิ้ง เสียกได้ว่าคนจีนชอบกินหวานแบบคนไทยเลย แล้วทำไมฮิ่งกิงกินขม

อาหารข้างทางสุดฮิตในเสิ่นเจิ้น ต้องขายทุกหัวมุมถนน และคนกินกันมากมายจิงๆ ตัวเส้นทำมาจากแป้งมันฝรั่ง คล้ายวุ้นเส้นแต่ดึ๋งๆและเส้นใหญ่กว่า และจะต้องปรุงให้เผ็ด พอกินเข้าไปแล้วพบว่า มันเปรี้ยวมากกก เปรี้ยวแบบน้ำส้มสายชู ไม่มีความอร่อยสำหรับเราเรย กินได้สองคำรู้สึกว่าลิ้นชาจากน้ำส้ม ทอกซิคเป็นอย่างมาก ก็ต้องทิ้งอีกเช่นกัน

อาหารข้างทางสุดฮิตในเสิ่นเจิ้น ต้องขายทุกหัวมุมถนน และคนกินกันมากมายจิงๆ ตัวเส้นทำมาจากแป้งมันฝรั่ง คล้ายวุ้นเส้นแต่ดึ๋งๆและเส้นใหญ่กว่า และจะต้องปรุงให้เผ็ด พอกินเข้าไปแล้วพบว่า มันเปรี้ยวมากกก เปรี้ยวแบบน้ำส้มสายชู ไม่มีความอร่อยสำหรับเราเรย กินได้สองคำรู้สึกว่าลิ้นชาจากน้ำส้ม ทอกซิคเป็นอย่างมาก ก็ต้องทิ้งอีกเช่นกัน

มาดูกุ้ยหลินกันบ้าง อาหารประจำเมือง คือ กุ้ยหลินหมีเฝิ่น (mifen) ลักษณะเส้นคล้ายขนมจีน แต่หนากว่า เค้าจะลวกเส้นกะใส่หมูให้ ที่เหลือเติมเองตามใจชอบ มีผักดอง พริก ต้นหอม แวริเอช่งไปตามแต่ละร้าน มาคิดๆดูแล้วแอบนึกถึงข้าวซอย เราว่านี่เป็นต้นกำเนิดข้าวซอยแน่เรย เพราะปวรเคยบอกว่าพม่าก็มีข้าวซอยแต่ไม่เหมือนเป๊ะ มันก็น่าจะอดอปกันมาเรื่อยๆป่าวนะ

มาดูกุ้ยหลินกันบ้าง อาหารประจำเมือง คือ กุ้ยหลินหมีเฝิ่น (mifen) ลักษณะเส้นคล้ายขนมจีน แต่หนากว่า เค้าจะลวกเส้นกะใส่หมูให้ ที่เหลือเติมเองตามใจชอบ มีผักดอง พริก ต้นหอม แวริเอช่งไปตามแต่ละร้าน มาคิดๆดูแล้วแอบนึกถึงข้าวซอย เราว่านี่เป็นต้นกำเนิดข้าวซอยแน่เรย เพราะปวรเคยบอกว่าพม่าก็มีข้าวซอยแต่ไม่เหมือนเป๊ะ มันก็น่าจะอดอปกันมาเรื่อยๆป่าวนะ

อาหารที่เราอยากกินมากที่สุด คือ mabotofu แต่นั่นเป็นชื่อในอาหารซื่อชวน คนที่นี่เรียกว่า malatofu แปลว่า เต้าหู้เผ็ดและชา (เผ็ดจนชา) อรึ่ยส์มีก ในราคา 6 หยวนเท่านั้น ถ้ากินอย่างนี้ที่ ญ คุ้นๆว่าเกือบพันเยน จำได้แต่ว่าเรากินอาหารจานนี้ตามร้านไม่ได้เลย แพงเกินเหตุมากๆ

อาหารที่เราอยากกินมากที่สุด คือ mabotofu แต่นั่นเป็นชื่อในอาหารซื่อชวน คนที่นี่เรียกว่า malatofu แปลว่า เต้าหู้เผ็ดและชา (เผ็ดจนชา) อรึ่ยส์มีก ในราคา 6 หยวนเท่านั้น ถ้ากินอย่างนี้ที่ ญ คุ้นๆว่าเกือบพันเยน จำได้แต่ว่าเรากินอาหารจานนี้ตามร้านไม่ได้เลย แพงเกินเหตุมากๆ

ออริจิแนวของ ราเมง หรือที่เรียกว่า ล่าเมี่ยน (lamian) ซึ่งแปลว่า หมี่ที่ใช้มือดึง (ล่า แปลว่า ดึง) ถ้าจะให้ออริจิแนวจิงๆต้องทำโดยคนมุสลินในเมืองจีนด้วย เพราะออริจิแนวมาจากคนกลุ่มนี้ ซึ่งร้านที่ได้ไปกินเป็นอย่างนั้นเรย ดึงหมี่ให้กินชามต่อชาม ต้องลวกเส้นสองครั้งด้วย ไม่รู้ว่าทำไม เส้นนิ่มเหนียวดีจิงๆ ให้กินแต่เส้นเปล่าก็ยอมๆ นอกจากเอามากินเป็นน้ำก็เอาไปผัดได้ด้วยเหมือนกัน

ออริจิแนวของ ราเมง หรือที่เรียกว่า ล่าเมี่ยน (lamian) ซึ่งแปลว่า หมี่ที่ใช้มือดึง (ล่า แปลว่า ดึง) ถ้าจะให้ออริจิแนวจิงๆต้องทำโดยคนมุสลินในเมืองจีนด้วย เพราะออริจิแนวมาจากคนกลุ่มนี้ ซึ่งร้านที่ได้ไปกินเป็นอย่างนั้นเรย ดึงหมี่ให้กินชามต่อชาม ต้องลวกเส้นสองครั้งด้วย ไม่รู้ว่าทำไม เส้นนิ่มเหนียวดีจิงๆ ให้กินแต่เส้นเปล่าก็ยอมๆ นอกจากเอามากินเป็นน้ำก็เอาไปผัดได้ด้วยเหมือนกัน

มาดูของขายข้างทางกันบ้าง เห็นผลไม้ขายเยอะมาก ดูขายไม่ค่อยออก มะม่วงไม่รู้เอามาจากไหน ปลูกกันได้เองหรอเนี่ย แต่ดูไม่น่ากิน ลิ้นจี่ กล้วย ท้อ ก็ขายเยอะ

มาดูของขายข้างทางกันบ้าง เห็นผลไม้ขายเยอะมาก ดูขายไม่ค่อยออก มะม่วงไม่รู้เอามาจากไหน ปลูกกันได้เองหรอเนี่ย แต่ดูไม่น่ากิน ลิ้นจี่ กล้วย ท้อ ก็ขายเยอะ

ปลาทอดเสียบไม้ขาย ไม่ได้กินฮ่ะ เห็นว่าวางดูดีเฉยๆ

ปลาทอดเสียบไม้ขาย ไม่ได้กินฮ่ะ เห็นว่าวางดูดีเฉยๆ

อั่งไส (ลูกพลับ) ตอนเป็นเด็ก

อั่งไส (ลูกพลับ) ตอนเป็นเด็ก

ชีสเค้กเป็นไฮไลท์ของกุ้ยหลินสำหรับเรา อิอิ เดินเจอโดยบังเอิญมาก เค้าให้ชิมก็กินไปอย่างงั้น คิดว่าคงรสชาติไพร่ ปกิสว่า มันละลายในปากเหมือนชีสเค้กที่ฮอกไกโดเรย (อีอีฟคงบอกว่าหยุดเวลา อิอิ) ก้อนเบ้อเริ่ม 28 หยวนเท่านั้น ขายได้วันละหลายร้อยอันเรย (ที่ร้านบอกมา) แต่ยังมีขายแค่ที่กุ้ยหลิน (แต่พ่อไปเสิ่นเจิ้นมาล่าสุด บอกว่าเห็นกล่องลายวัวนี่ขายแล้ว ในราคา 20 หยวนเองด้วย คงจะต้องไปลอง)

ชีสเค้กเป็นไฮไลท์ของกุ้ยหลินสำหรับเรา อิอิ เดินเจอโดยบังเอิญมาก เค้าให้ชิมก็กินไปอย่างงั้น คิดว่าคงรสชาติไพร่ ปกิสว่า มันละลายในปากเหมือนชีสเค้กที่ฮอกไกโดเรย (อีอีฟคงบอกว่าหยุดเวลา อิอิ) ก้อนเบ้อเริ่ม 28 หยวนเท่านั้น ขายได้วันละหลายร้อยอันเรย (ที่ร้านบอกมา) แต่ยังมีขายแค่ที่กุ้ยหลิน (แต่พ่อไปเสิ่นเจิ้นมาล่าสุด บอกว่าเห็นกล่องลายวัวนี่ขายแล้ว ในราคา 20 หยวนเองด้วย คงจะต้องไปลอง)

มาดูของขายจากซุปเปอร์กันบ้าง ส่วนใหญ่ไม่มีอะไรแปลกใหม่ไปจากฮ่องกง แต่เรามาอเมซซิ่งกับเลย์รสแปลกๆ เช่น บลูเบอร์รี่ ลิ้นจี่ มะม่วง แตงกวา มะเขือเทศ หลังจากซื้อมาแจกน้องๆเป็นของฝากแล้วขอกินด้วย รู้สึกว่ามันแค่อัดกลิ่นเข้าไป กลิ่นก็อาติ๊ (artificial) มาก มันฝรั่งก็เค็มๆปนหวานเล็กน้อย เราไม่ชอบเรย น้องส่วนใหญ่ก็ไม่ชอบ แต่มีบางกระแสเกิดชอบขึ้นมาเหมือนกัน บอกว่ารสชาติผู้ดีมาก

มาดูของขายจากซุปเปอร์กันบ้าง ส่วนใหญ่ไม่มีอะไรแปลกใหม่ไปจากฮ่องกง แต่เรามาอเมซซิ่งกับเลย์รสแปลกๆ เช่น บลูเบอร์รี่ ลิ้นจี่ มะม่วง แตงกวา มะเขือเทศ หลังจากซื้อมาแจกน้องๆเป็นของฝากแล้วขอกินด้วย รู้สึกว่ามันแค่อัดกลิ่นเข้าไป กลิ่นก็อาติ๊ (artificial) มาก มันฝรั่งก็เค็มๆปนหวานเล็กน้อย เราไม่ชอบเรย น้องส่วนใหญ่ก็ไม่ชอบ แต่มีบางกระแสเกิดชอบขึ้นมาเหมือนกัน บอกว่ารสชาติผู้ดีมาก

ที่นี่ชอบขายของที่มีดาราปะอยู่บนสินค้าเลย และต้องมีลายเซ็นกำกับว่าเป็นตัวจิงด้วย rain ดูท่าจะดังจิง เพราะเป็นคนเดียวไม่ใช่จีนมาปะอยู่บนสินค้า

ที่นี่ชอบขายของที่มีดาราปะอยู่บนสินค้าเลย และต้องมีลายเซ็นกำกับว่าเป็นตัวจิงด้วย rain ดูท่าจะดังจิง เพราะเป็นคนเดียวไม่ใช่จีนมาปะอยู่บนสินค้า

น้ำหวังลี่หง ยี่ห้อ wahaha (เสียงหัวเราะน่ะ) ยี่ห้อนี้ขายดีมาก และทำน้ำทุกแบบ ทั้งชาเขียว นม และอื่นๆ

น้ำหวังลี่หง ยี่ห้อ wahaha (เสียงหัวเราะน่ะ) ยี่ห้อนี้ขายดีมาก และทำน้ำทุกแบบ ทั้งชาเขียว นม และอื่นๆ

จริงๆแล้วดาราที่ดูจะดังที่สุด คือ โจวเจี๋ยหลุน หรือ เจย์ โจว เพราะเห็นบนสินค้ามากมายที่สุด แต่เราไม่ได้ซื้อซักอย่าง

เราเอนจอยการกินที่เมืองจีนจิงๆนะ อยากไปกินอีก แล้วยิ่งเจอเค้กดีงามกับธรรมชาติงามๆ ยิ่งไม่อยากไป ญ ละ เก็บตังค์ไปเที่ยวกำพืดกันเถอะ แต่ต้องไปเรียนภาษาจีนก่อง

ลืมเล่าแอคติวิต้ีที่สำคัญที่ทำที่กุ้ยหลิน คือ ไปฝังเข็มกะครอบแก้ว เนื่องจากอยากลองแบบออริจิแนวซักครั้ง เราฝังแทบจะทั้งตัวเลยมั้ง ก็ปวดขา ปวดหลัง ปวดคอ ปวดไหล่ ปวดตา ปวดหัว ฝังเต็มเรย 35 หยวนเท่านั้น ไปฝังสองวันติด อาการดีขึ้นในส่วนที่ควรจะดี (แต่คิดว่าเรามี myalgia (ปวดกล้ามเนื้อ) จากการเปื่อยและกินยาด้วย มีเรื่องอะเมซซิ่งของยาที่ขายในเมืองจีนอีก ก็เราเปื่อย พาราที่เอาไปก็หมด แต่คิดว่าอาการขนาดนี้ควรอัพยา ก็เดินหาร้านขายยา คนขายก็หยิบยามาให้ดูอันนึง มีภาษาอังกิดชื่อยาให้ด้วย แต่เอ๊ะ ทำไมมันหลายตัวจัง ทั้ง paracetamol, chlorpheniramine, amantadine สองตัวแรกรู้จัก แต่ตัวหลังไม่รู้จัก (อีหนุ่มยังไม่รี้เรย) แต่มันให้ฟีวทิฟฟี่ ดีคอลเจนมาก ในแง่ผสมยาหลายอย่างเนี่ย น่ากัวจิง เลยรีเควสขอยาอย่างอื่น แต่อย่างอื่นไม่มีภาษาอังกิดใดๆ หนูไม่กล้ากิน ก็เลยเอาอันนี้มา ซื้อมาเสร็จค่อยนึกได้ว่า ไอโฟนเปิดชื่อยาได้นิ ก็ค้นพบว่า amantadine เป็น anti-viral ที่ใช้รักษา influenza A นี่มันสาดยาต้านไวรัสกันแบบนี้เรยหรอเนี่ย มันจะดื้อยากันทั้งประเทศมั้ย แต่หลังจากเรากินไปก็ไข้ลงดีเชียว กินไม่ครบ therapeutic dose ด้วย อิอิ เพราะตอนแรกไม่รู้ dose กับวิธีกิน ตอนแรกเอะใจเลยให้พ่ออ่าน ถึงรู้ว่าต้องกินทีละสองเม็ด งั้นตอนแรกไข้ลงจากอะไรเนี่ย ไซด์เอฟเฟคของอะแมนทาดีนก็ใช่ย่อย ทำเอาเราง่วงซึมตลอดเวลา เลยไม่มีอารมณ์เที่ยวอะไรเนี่ย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: