กุ้ยหลินและรอบๆ

7 Jul

ไปเที่ยวเมืองจีนกันดีกว่า เราไม่ได้ไปเมืองจีนมา 10 ปีพอดี รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด บ้านเมืองที่กำลังจะเจริญ ตอนนี้เจริญขึ้นมาก คนนิสัยดีขึ้นเล็กน้อย (นี่ดีแล้วนะ) คราวนี้เป้าหมายของเราคือ ไปกุ้ยหลิน แต่ก็มีโอกาสได้ผ่านเมืองอย่างเสิ่นเจิ้นและกว่างโจวด้วย

จริงๆแล้วเราอยากไปเฉินตูซึ่งอยู่ซื่อชวน (เสฉวน) มากมาย เพราะอยากไปดูจิ่วไจ้โกวที่เค้าว่าสวยกันนักหนา แต่มันไกลมากถ้าจะนั่งรถไฟ ตอนแรกอีเบวไฟลท์จะนั่งรถไฟหวานเย็นไปด้วย แต่ถึงเวลามีความผิดพลาดเรื่องตาราง เลยไปกันได้แค่ฮ่องกง ส่วนเราก็เปลี่ยนมาไปกับพ่อแทน พ่อก็บอกให้ไปแค่กุ้ยหลินก็พอ ซึ่งก็เริ่มเห็นด้วย เพราะใกล้กว่ามากและมีต้นไม้ใบหญ้าอย่างที่เราต้องการ เราก็ไม่ได้หาข้อมูลอะไรเท่าไหร่ ส่วนใหญ่เอามาจาก wikitravel (ดีจริงๆนะ เรื่องทิป แอ่น ทริค ต่างๆ บอกหมด แต่ไม่คอมพลีท ต้องหาอย่างอื่นเพิ่มเติมอยู่ดี) ปรินท์เอาไปอ่านระหว่างอยู่บนรถไฟ แล้วตอนไปต่อรถไฟที่เสิ่นเจิ้น เราก็ให้พ่อพาไปหยิบหนังสือพาเที่ยวในเวอชั่นภาษาจีนซักเล่ม โดยเลือกเล่มที่ดีจากเล่มที่พูดถึงเมืองแรร์ๆ ซึ่งราคาถูกมาก หนังสือท่องเที่ยวส่วนใหญ่ราคา 20-30 บาทเอง ไม่นับพวกหนังสืออื่นๆอีกมากมายที่ดูโหงวเฮ้งแล้วเขียนดีแน่นอน อยากอ่านภาษาจีนออกสแตทเรย จะได้มาขนหนังสือราคาถูกพวกนี้

จากการให้พ่อสตัดดี้ไกด์บุค และเราสตัดดี้วิกี้ ก็เลยได้ทริปดังจะเล่าต่อไปนี้ ต้องเล่าให้ละเอียดด้วยเนี่ย เพื่ออานิสงให้หวานไปอีกรอบ พร้อมต้องบอกค่าใช้จ่ายด้วยนะซึ่งปกติไม่เคยทำเรย กุ้ยหลินเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อในหมู่คนจีนมาแต่โบราณว่าเป็นสวรรค์บนดิน (หางโจว ซูโจว ที่ติดกะเซี่ยงไฮ้ก็สวรรค์บนดินเหมือนกัน แต่เป็นในแง่คนสร้างขึ้นมา) แต่ตอนนี้เหมือนได้รับความนิยมลดลงละมั้ง เหมือนฮิตเที่ยวทิเบตกันมากกว่า

เริ่มจากรถไฟ เสิ่นเจิ้น-กุ้ยหลิน ประมาณ 250 หยวน รถไฟออกวันละเที่ยวคือ ประมาณ 6 โมงเย็น ถึงกุ้ยหลินประมาณ 7 โมงเช้าวันรุ่งขึ้น อันนี้เป็นราคาแบบ hard bed เป็นรถไฟนอนที่เราก็ว่าเตียงนุ่มดี เตียงซ้อนฝั่งละ 3 ชั้น อึดอัดกว่าของตอนไปเซี่ยงไฮ้หน่อย (แบบดีสุดจะเป็น soft bed คิดว่าคงซ้อน 2 ชั้น) ถือว่าเป็นรถด่วนระดับนึง จอดระหว่างทางบ้างเล็กน้อย เส้นทางจะอ้อมขึ้นไปแถวหูหนานหูเป่ย แล้วจะไปแวะจอดตอนตีสามตีสี่

พอถึงกุ้ยหลิน ก็หารถนั่งไป หยางถี (Yangdi) เลย เพราะตำราบอกให้เริ่มนั่งเรือล่องแม่น้ำจากจุดนี้ จะเป็นส่วนที่สวยที่สุดของแม่น้ำหลีเจียง (แปลตรงๆว่าแม่น้ำหลี) ซึ่งเป็นไฮไลท์ของการมาเที่ยวกุ้ยหลิน โดยไม่ต้องไปเริ่มนั่งเรือที่กุ้ยหลิน เพราะนานเกิน และแพง (เรือลำใหญ่จากกุ้ยหลิน-หยางซว่อ ประมาณ 200 หยวน/คน ขึ้นกันเป็นหมู่คณะเยอะมาก ใช้เวลา 4-5 ชม.)

กุ้ยหลิน-หยางถี

รถบัสที่ขึ้นแบบที่ถูกต้องคือ ควรซื้อตั๋วรถบัสจากเค้าน์เตอร์ด้านในสถานีรถไฟกุ้ยหลินเลย จะเป็นรถด่วน ไม่แวะจอดระหว่างทาง ออกตรงเวลา คนละ 15 บาทเป็นรถไปถึง หยางซว่อ (Yangshuo) แต่ตอนแรกโง่ เดินออกมาเรย จะมีรถไปหยางซว่อมากมายพร้อมกับมีคนคอยจิกตีให้ไปขึ้นรถ เราก็โดดขึ้นไปคันนึง 15 บาทเหมือนกัน แต่กว่ารถจะออก กว่าจะแวะรับตามทางให้ผู้โดยสารเต็ม ลำไยมาก ซึ่งพอขึ้นรถปุ๊บ ก็มีผู้หญิงคนนึงมาถามว่าลงหยางถีรึป่าว มีแพให้ล่องแม่น้ำหลีเจียง ไปกับเค้ามั้ย ตอนแรกก็งงๆกัวโดนหลอก แต่พ่อดูโหงวเฮ้งว่าใสซื่อ อิอิ แล้วมีแก๊งวัยรุ่น 3 คนขอมาแจมด้วย จะได้ลดราคาลงไป ก็เลยตกลงกันที่คนละ 30 หยวน (เมื่อเทียบกับเรือกับ 200 หยวนจากกุ้ยหลินถือว่าถูกโคตร) จนไปถึงหยางถี เค้าก็พาไปกินอาหารเช้าก่อน แล้วค่อยไปขึ้นแพ ซึ่งคนถ่อแพคือพี่ชายเค้าเอง ก็ดูโหงวเฮ้งใสซื่ออีกเช่นกัน (จิงๆเป็นแพติดมอเตอร์แหละ คนแถวนี้เค้าเรียก แพ ว่า bamboo) เราจะนั่งแพจาก หยางถี ไปถึง ซิ้งผิง (Xingping) ซึ่งแค่นี้ก็เพียงพอในการชื่นชมหลีเจียง (แค่นี้ก็ 3 ชม.แล้ว) ซึ่งคนถ่อแพก็นิสัยดี คอยพากษ์ลักษณะภูเขาเป็นระยะ บางช่วงก็หยุดเรือให้ถ่ายรูป prn (เวลาต้องการ) เค้าก็บ่นเหมือนกันว่าพูดอังกิดไม่ได้ ทำให้อธิบาย ฝ ไม่ค่อยได้เรย เวลาเดียวกันจะเห็นเรือใหญ่จากกุ้ยหลินผ่านไปเป็นระยะ พวกนี้จะมองมา รู้สึกได้ว่าเค้าต้องอิจฉาเราแน่ๆเรยที่มีแพส่วนตัว คงคิดว่าแพงมาก อิอิ (เบอร์คนถ่อแพ 13737705992)

อันนี้แค่นั่งรถเข้าไปท่าเรือเองนะ งามงด จิงๆมันมีแต่ภูเขาแบบนี้ทั้งบ้านทั้งเมือง จะตื่นเต้นเกินงามแค่วันแรก แต่เห็นแค่นี้เรารู้สึกว่าควรเลิกเที่ยว ญ ละ เพราะที่นี่วิวทิวทํศน์ดูอลังการกว่าและค่าใช้จ่ายถูกกว่าหลายเท่า

อันนี้แค่นั่งรถเข้าไปท่าเรือเองนะ งามงด จิงๆมันมีแต่ภูเขาแบบนี้ทั้งบ้านทั้งเมือง จะตื่นเต้นเกินงามแค่วันแรก แต่เห็นแค่นี้เรารู้สึกว่าควรเลิกเที่ยว ญ ละ เพราะที่นี่วิวทิวทํศน์ดูอลังการกว่าและค่าใช้จ่ายถูกกว่าหลายเท่า

ภูเขาลูกจิ๋วๆที่ยิบ

ภูเขาลูกจิ๋วๆที่ยิบ

หยางถี-ซิ้งผิง

มาดูวิวระหว่างนั่งแพกันเรยดีกว่า

แล้วก็ไปนั่งแพหน้าตาเช่นนี้ นั่งได้ถึงประมาณ 6 คน ชาวบ้านก็รอขายของให้นักท่องเที่ยว (กล้องแคนอนให้สีตอแหลมากค่ะ เราคุ้นๆว่าของจิงๆสีมันทึมๆตามอากาศนะ)

แล้วก็ไปนั่งแพหน้าตาเช่นนี้ นั่งได้ถึงประมาณ 6 คน ชาวบ้านก็รอขายของให้นักท่องเที่ยว (กล้องแคนอนให้สีตอแหลมากค่ะ เราคุ้นๆว่าของจิงๆสีมันทึมๆตามอากาศนะ)

วิวจากตอนแวะจอดเรือข้างทาง มุมซ้ายบนจะเห็นเขาแหลมๆ คนจินตนาการว่าเป็นรูปเจ้าแม่กวนอิม มีเมฆด้วย ยิ่งให้ฟีว

วิวจากตอนแวะจอดเรือข้างทาง มุมซ้ายบนจะเห็นเขาแหลมๆ คนจินตนาการว่าเป็นรูปเจ้าแม่กวนอิม มีเมฆด้วย ยิ่งให้ฟีว

คุณลุง กับ นกหาปลา เค้าจะล่ามเอาไว้ เป็นอาชีพพื้นบ้านอย่างนึงของที่นี่ ถ่ายรูปด้วยนี่เสียตังค์นะ เราเลยแอบถ่ายซะเรย

คุณลุง กับ นกหาปลา เค้าจะล่ามเอาไว้ เป็นอาชีพพื้นบ้านอย่างนึงของที่นี่ ถ่ายรูปด้วยนี่เสียตังค์นะ เราเลยแอบถ่ายซะเรย

ชาวนา กับ จุ๋ยกู๊ว์ (ควาย แปลตรงตัวว่า วัวน้ำ ปวรออกเสียงเร็ว ก เหมือน ก๊อ อ่ะ)

ชาวนา กับ จุ๋ยกู๊ว์ (ควาย แปลตรงตัวว่า วัวน้ำ ปวรออกเสียงเร็ว ก เหมือน ก๊อ อ่ะ)

มาดูวิวจิงๆที่เค้าให้มาดูดีกว่า คุณถ่อแพจะคอยอธิบายว่าเขาก้อนนั้นเหมือนรูปอะไรเป็นระยะ คงเป็นการจินตนาการมาแต่โบราณ มีอันนึงเหมือนพู่กัน ซึ่งคิดว่าเป็นพู่กันที่เอามาวาดให้กุ้ยหลินมีก้อนหินแบบนี้ เป็นต้น สองข้างทางมีแต่เขาแบบนี้เหมือนมีอะไรกำลังจ้องอยู่ตลอดทาง (ถ้าลองจินตนาการเข้าไปในหนังแฟนตาซีผจญภัยซักเรื่อง คงสนุกมิใช่น้อย อิอิ เพ้อเย่อ)

มาดูวิวจิงๆที่เค้าให้มาดูดีกว่า คุณถ่อแพจะคอยอธิบายว่าเขาก้อนนั้นเหมือนรูปอะไรเป็นระยะ คงเป็นการจินตนาการมาแต่โบราณ มีอันนึงเหมือนพู่กัน ซึ่งคิดว่าเป็นพู่กันที่เอามาวาดให้กุ้ยหลินมีก้อนหินแบบนี้ เป็นต้น สองข้างทางมีแต่เขาแบบนี้เหมือนมีอะไรกำลังจ้องอยู่ตลอดทาง (ถ้าลองจินตนาการเข้าไปในหนังแฟนตาซีผจญภัยซักเรื่อง คงสนุกมิใช่น้อย อิอิ เพ้อเย่อ)

ที่ถ่ายรูปมาส่วนใหญ่เราจำไม่ค่อยได้ว่าหินแต่ละก้อนเหมือนรูปอะไรบ้าง มีแต่ก้อนนี้ที่เค้าไม่อธิบาย แต่เราว่าเหมือนต่อมไทรอยด์เชียว มี isthmus สวยงาม

ที่ถ่ายรูปมาส่วนใหญ่เราจำไม่ค่อยได้ว่าหินแต่ละก้อนเหมือนรูปอะไรบ้าง มีแต่ก้อนนี้ที่เค้าไม่อธิบาย แต่เราว่าเหมือนต่อมไทรอยด์เชียว มี isthmus สวยงาม

ที่เห็นขาวๆแบบนี้ไม่ได้มีใครไประเบิดหินออกมานะ เค้าว่าเป็นตามธรรมชาติ ตรงนี้มีเรื่องเล่า คนจีนสามารถจินตนาการว่ามีรูปม้าวาดอยู่บนขาวๆนั่น โดยขอบดำๆคงเป็นหลังม้า ซึ่งมีม้าหลายตัวมาก อดีตประธานาธิบดี โจวเอินไหล เคยนับได้ 9 ตัว แต่ตอนบิล คลินคันมาเมื่อหลายปีมาแล้ว นับได้แค่ 7 ตัว หนูก็นับได้ 7 เหมือนกันอ่ะ

ที่เห็นขาวๆแบบนี้ไม่ได้มีใครไประเบิดหินออกมานะ เค้าว่าเป็นตามธรรมชาติ ตรงนี้มีเรื่องเล่า คนจีนสามารถจินตนาการว่ามีรูปม้าวาดอยู่บนขาวๆนั่น โดยขอบดำๆคงเป็นหลังม้า ซึ่งมีม้าหลายตัวมาก อดีตประธานาธิบดี โจวเอินไหล เคยนับได้ 9 ตัว แต่ตอนบิล คลินคันมาเมื่อหลายปีมาแล้ว นับได้แค่ 7 ตัว หนูก็นับได้ 7 เหมือนกันอ่ะ

วิวตรงนี้คือแถว ซิ้งผิง ละ เป็นวิวที่เอาไว้ใช้เป็นแบคกราวน์ของแบงค์ 20 หยวน ตรงที่เค้าจอดเรือให้ถ่ายรูปมันเฟรมไม่เป๊ะอ่ะ แต่ก็คล้ายๆน่ะ

วิวตรงนี้คือแถว ซิ้งผิง ละ เป็นวิวที่เอาไว้ใช้เป็นแบคกราวน์ของแบงค์ 20 หยวน ตรงที่เค้าจอดเรือให้ถ่ายรูปมันเฟรมไม่เป๊ะอ่ะ แต่ก็คล้ายๆน่ะ

ซิ้งผิง-หยางซว่อ

จากนั้นก็หารถบัสไปหยางซว่อต่อเพื่อประหยัดเวลา เพราะนั่งเรือไปก้ได้ แต่เสียเวลา รถบัสไปหยางซว่อราคา 5 หยวน ซึ่งก็ต้องทำใจเรื่องจอดรอเป็นระยะ

หมู่บ้านชาวนา

พอไปถึงหยางซว่อ เราก็หาที่พัก โดยที่เราเลือกอยู่ใน Moon Village ต้องนั่งรถออกจากหยางซว่อไปอีก เป็นบัส หยางซว่อ-เก๊าเถียน (GaoTian นาสูง) ราคา 2.5 หยวน/คน แต่ต้องลงก่อน ซึ่งตรงจุดนี้เป็นอะไรที่ยากมากถ้าไม่รู้มาก่อนและพูดจีนไมได้ ภาษาจีนไม่ได้มีความหมายใดๆว่าหมู่บ้านพระจันทร์เรย มันกลับแปลว่าหมู่บ้านชาวนา ??? ที่พักเราชื่อว่า Moon Resort (13878377378) แต่ภาษาจีนก็ไม่ได้มีความหมายอย่างนั้นเรย เอาเป็นว่าโทรไปถามเจ้าของก็แล้วกัน เพราะพูดอังกิดได้ดีทีเดียว (เราเลือกที่พักตามภาษานี่แหละ) ซึ่งควรจองก่อนไป จะได้ห้องพักเห็นวิวภูเขางดงาม แต่หนูวอล์กอิน ก็เลยได้ห้องบ้านๆแต่ราคาถูกมาแทน ท่ีนี่มีแต่ ฝ มาพักมากมาย แทบไม่มีจีน สภาพห้องและห้องน้ำดีงาม (ในราคาระดับนี้)

ปากทางเข้าหมู่บ้าน อย่าลงเลยไป

ปากทางเข้าหมู่บ้าน อย่าลงเลยไป

นี่คือเหตุผลว่าทำไมเรียกหมู่บ้านนี้ว่า Moon Village เพราะด้านตรงข้ามมีภูเขาพระจันทร์ (เยว่เลี่ยงซัน) ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวให้ไปปีนเข้าถ้ำเหมือนกัน

นี่คือเหตุผลว่าทำไมเรียกหมู่บ้านนี้ว่า Moon Village เพราะด้านตรงข้ามมีภูเขาพระจันทร์ (เยว่เลี่ยงซัน) ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวให้ไปปีนเข้าถ้ำเหมือนกัน

วิวหลังบ้าน ทำไมมันงามเช่นนี้

วิวหลังบ้าน ทำไมมันงามเช่นนี้

หยางซว่อ

เมืองนี้คือ ไฮไลท์ของการมากุ้ยหลิน เพราะทุกอย่างที่งามๆจะอยู่ที่นี่หมด ถ้ามีเวลามาเที่ยวน้อย มาแค่แม่น้ำหลีเจียงและเดินปีนเขาเมืองนี้ก็พอแล้ว เมืองนี้ในอดีตเป็นที่อืดของ ฝ ที่ทำงานในเมืองจีน เพราะเป็นเมืองเงียบสงบท่ามกลางธรรมชาติงดงาม แต่คนจีนเริ่มค้นพบแล้วแห่มาเที่ยวตาม เลยกลายเป็นเมืองคึกคักขึ้นมา (วิกีบอกว่า ฝ เริ่มจะเปลี่ยนไป ซิ้งผิง แทนละ เพราะยังสงบอยู่) นอกจากแม่น้ำหลีเจียงแล้ว มีอย่างอื่นให้ทำหลายอย่าง เช่น ปีนเขา ดูถ้ำ ถีบจักรยานระหว่างถ้ำ ล่องแพ เล่นโคลน (มีโคลนให้สาดกันในถ้ำ) แต่หนูไม่ได้ทำซักอย่าง เพราะเปื่อยหวัดหมู (ไดแอก (dianose) เอง) ก็เลยได้แค่เดินๆเรื่อยเจื้อย

ถนนในตัวเมืองหยางซว่อที่ไว้ขายของให้นักท่องเที่ยว คือ ถนนตะวันตก (xijie) มีโรงแรมมากมายแถวนี้ แต่เค้าว่าทุกอย่างจะสงบหลังตีสอง เพราะผับบาร์เริ่มปิด นี่คือเหตุผลที่เราเลือกอยู่นอกเมือง

ถนนในตัวเมืองหยางซว่อที่ไว้ขายของให้นักท่องเที่ยว คือ ถนนตะวันตก (xijie) มีโรงแรมมากมายแถวนี้ แต่เค้าว่าทุกอย่างจะสงบหลังตีสอง เพราะผับบาร์เริ่มปิด นี่คือเหตุผลที่เราเลือกอยู่นอกเมือง

มาดูชีวิตชาวบ้านมั่ีง ชีวิตลำไยมาก โดยเฉพาะคนแก่ วันๆจะเห็นวงนั่งเล่นไพ่เต็มไปหมด อยากไปขอเล่นด้วย อิอิ แต่เราชื่นชมความขยันด้วยนะ เพราะเค้าก็ขายของไปพร้อมๆกัน พอไม่มีลูกค้าค่อยหนีไปเข้าวงไพ่ พอลูกค้ามาก็วิ่งมาขายของ คนที่ขายนี่เป็นอาม่าแก่ๆ ซึ่งอเมซซิ่งว่ายังทำงานอยู่หรอเนี่ย (ได้อ๊อบเสิฟจนรู้เพราะยืนรอรถเมล์อยู่นาน)

มาดูชีวิตชาวบ้านมั่ีง ชีวิตลำไยมาก โดยเฉพาะคนแก่ วันๆจะเห็นวงนั่งเล่นไพ่เต็มไปหมด อยากไปขอเล่นด้วย อิอิ แต่เราชื่นชมความขยันด้วยนะ เพราะเค้าก็ขายของไปพร้อมๆกัน พอไม่มีลูกค้าค่อยหนีไปเข้าวงไพ่ พอลูกค้ามาก็วิ่งมาขายของ คนที่ขายนี่เป็นอาม่าแก่ๆ ซึ่งอเมซซิ่งว่ายังทำงานอยู่หรอเนี่ย (ได้อ๊อบเสิฟจนรู้เพราะยืนรอรถเมล์อยู่นาน)

ทำฟันกันโล่งโจ้งอย่างนี้เรย นี่คือติดถนนใหญ่เรยนะ

ทำฟันกันโล่งโจ้งอย่างนี้เรย นี่คือติดถนนใหญ่เรยนะ

อีกอย่างที่เราคาดหวังต้องมาทำคือ มาดูโชว์  Impression Liu Sanjie เป็นโชว์ครีเอทโดยจางอี้โหมว หลิวซานเจี่ยเป็นผู้หญิงที่อยู่ในตำนาน ซึ่งเกิดในหยางซว่อเนี่ยแหละ ชีร้องเพลงเก่งมาก แบบว่าร้องข้ามภูเขาอีหรอบทิเบตอ่ะ และชีก็ต่อต้านเจ้าเมืองนิสัยไม่ดีด้วย แต่โชว์นี้ไม่ได้พูดถึงเรย เพราะชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า Impression เลยแค่ให้อารมณ์นั้นเฉยๆ โชว์เน้นแสงสีเสียง การร้องเพลงของชาวเขาเด็กน้อย​ (กุ้ยหลินมีชาวเขามากมาย ภาษาที่ใช้แถวนี้มีตั้ง 7 ภาษา) และเน้นสีจัดจ้านตามประสาจางอี้โหมว โชว์นี้ใช้เวลาชม.นึง ราคาบัตรถือว่าแพงมาก แถวกลางสุดดีสุด ประมาณ 600 หยวน เราเอาถูกสุดคือ 200 หยวน ซึ่งพอใจละ นี่รวมค่ารถจากรีสอร์ทด้วย เราแอพพรีแต่ไม่ทั้งหมด ไม่รู้ว่าเพราะความไพร่ของคนดูข้างหลังเรารึป่าวที่พูดโทสับเสียงดังตลอดเวลา ขนาดเราหันไปด่าสองรอบ ก็ยังสติวพูดดัง เลยได้แต่ทำใจในความ poor insight เราว่ามารยาทคนจีนในการชมมหรสพยังไพร่อยู่มาก ถ่ายรูปใช้แฟลชกันใหญ่เรย คุยเสียงดังอีก น่าจะมีการสั่งสอนได้แล้ว โชว์นี้ดีวีดีขายด้วย 60 หยวน แต่หนูซื้อของปอมที่บังเอิญเจอมา 15 หยวน (อีอีฟเดินเจอ 5 หยวน กี๊ด) ซึ่งไพร่ค่ะ อย่าโดนหลอกเหมือนหนูนะ แต่เราไปซื้ออีกเจ๊ทในร้านดีงาม แบบตัดต่อโชว์น้ีกับหนังเมื่อ 50 ปีก่อน ออกมาดูดีเชียว)

ใช้ประโยชน์ของวิวกุ้้ยหลินให้เป็นเวที โชว์ใกล้จะเริ่มละ โชว์เริ่มสองทุ่มถึงประมาณสามทุ่มกว่า

ใช้ประโยชน์ของวิวกุ้้ยหลินให้เป็นเวที โชว์ใกล้จะเริ่มละ โชว์เริ่มสองทุ่มถึงประมาณสามทุ่มกว่า

เริ่มแสดง ชอบที่เค้าเอาสปอตไลท์ไปจ่อตรงภูเขาแต่ละลูก โดยจ่อตรงที่เป็นฝ้าขาวของภูเขา ทำให้สะท้อนสว่างขึ้น

เริ่มแสดง ชอบที่เค้าเอาสปอตไลท์ไปจ่อตรงภูเขาแต่ละลูก โดยจ่อตรงที่เป็นฝ้าขาวของภูเขา ทำให้สะท้อนสว่างขึ้น

กุ้ยหลิน

มาเที่ยวกุ้ยหลินต่อ ซึ่งให้ความรู้สึกต่างกับหยางซว่อเป็นอย่างมาก เพราะกลายเป็นเมืองใหญ่ไปแล้ว สถานที่ท่องเที่ยวก็มีรอบเมือง มักจะเป็นสวนนั่นนี่ที่มีภูเขาแปลกๆ เช่น ภูเขางวงช้าง สวนเจ็ดดาว ถ้ำฟลุท (reed flute) แต่ทุกอย่างต้องเสียค่าเข้าประมาณ 60 หยวน แพงจิง ซื้อเป็นแพคเกจก็จะได้ราคาถูกลง แต่หนูไม่เข้าอ่ะ ที่อยากเข้ามีอันเดียวคือถ้ำฟลุท แต่ฝนตกและสติวเปื่อย จบข่าว รถเมล์ในเมืองก็มีสายให้ขึ้นฟรีด้วย เป็นสายที่ขึ้นด้วยเลข 5 ทุกสาย แต่กว่าจะมาทีชาตินึง เรากลับชอบรถเมล์เบอร์ 1 ซึ่งเป็นรถท่องเที่ยว ค่ารถจะแพงคือ 2 หยวน (แพงแล้ว) จะขับผ่านแม่น้ำหลีเจียงเป็นหลัก พอถึงที่ท่องเที่ยวก็โดดลงได้ทุกเมื่อ เราก็อาศัยดูแค่นี้พอ แอบเห็นมีคนปีนรั้วเข้าสวนด้วยโดยไม่ต้องจ่ายตังค์ เราไม่เห็นด้วยกับการมีสวนแล้วเก็บเงินค่าเข้าแพงโหดขนาดนี้ ควรสนับสนุนให้คนในเมืองไปพักผ่อนในสวนสิ ไม่ใช่เก็บสวนให้นักท่องเที่ยวดู หรือเค้าใช้คอนเซปสมัยก่อนนะ ว่าสวนเป็นของคนมีเงิน

แอบถ่ายสวนเจ็ดดาวจากด้านนอก

แอบถ่ายสวนเจ็ดดาวจากด้านนอก

ถนนหนทาง ชอบต้นไม้ครึ้มๆแบบนี้ ที่นี่ต้นไม้สวยจิงๆ ต้นไทรต้นหลิวมากมาย

ถนนหนทาง ชอบต้นไม้ครึ้มๆแบบนี้ ที่นี่ต้นไม้สวยจิงๆ ต้นไทรต้นหลิวมากมาย

รถเมล์แบบเยินสุดที่ได้ขึ้น ยังเป็นไม้อยู่เรย

รถเมล์แบบเยินสุดที่ได้ขึ้น ยังเป็นไม้อยู่เรย

รวมๆแล้ว เราชอบบรรยากาศที่นี่ทีเดียว ทำให้อิมเพรสชั่นต่อคนจีนดีขึ้น รวมทั้งพ่อเราเองก็บอกเหมือนกัน คงเพราะเมืองนี้ยังไม่เจริญมาก เค้าไม่ให้ตั้งโรงงานด้วย เพราะต้องการอนุรักษ์ไว้ให้ท่องเที่ยว คนก็เลยจะจนกว่าถ้าเทียบกับแถบกวางตุ้งซึ่งโรงงานมากมาย (แหล่งของผลิตภัณฑ์ made in china) ซึ่งคนกวางตุ้งพื้นฐานก็นิสัยแย่อยู่แล้ว ก็แย่มากขึ้น (นี่กำลังด่ากำพืดตัวเองและกำพืดอีกหลายๆคนฮ่ะ) ในขณะที่กุ้ยหลินยังบ้านนอกกว่ามาก ใช้ชีวิตลำไยไปวันๆไม่เร่งรีบ พอถามอะไรก็จะตอบให้อย่างเต็มใจ ถ้าเราไม่ซื้อของเค้า แต่ถามอะไรก็ช่วยเหลืออยู่ดี (แต่พวกที่คอนแทคนักท่องเที่ยวเยอะๆอาจจะต้องระวังหน่อย) เฟรนด์ลี่กว่าที่คิดมาก ยิ่งถ้าพูดจีนได้ก็จะดีขึ้นอีก (แต่อย่าคาดหวังให้เฟรนด์ลี่แบบเมกันนะฮะ) ส่วนห้องน้ำหรอ ก็ยังเหมือนสิบปีที่แล้วของเรา ยิ่งตามบ้านนอกนี่อย่าพูดถึง หวังว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในเร็ววัน

ที่เรายังรู้สึกไม่ฟูลฟิวในการไปคือ อดไปหลงจี๋ (Longjie) ซ่ึงมีนาแบบขั้นบันได้ให้ดู เนื่องจากว่าต้องเข้าไปในหมู่บ้านชาวนานอกเมือง ใช้เวลาเดินทาง 4 ชม.แค่ขาไปอย่างเดียว แล้วต้องเดินเขาเข้าไปอีก ต้องไปค้างคืนกับชาวนาด้วย เพราะมันจะค่ำพอดี เวลาหนูก็ไม่มี เปื่อยหวัดหมูอีก เลยอด แต่เห็นว่ามีเมืองอื่นสวยๆกว่าแถวกุ้ยหลินอีก เช่น กุ้ยโจว เมืองมีแต่ภูเขา ต้องทำนาแบบนี้เท่านั้น และเป็นเมืองยากจนกว่ากุ้ยหลินอีก เลยคิดว่าควรไปช่วยกระจายรายได้ในอนาคต

หนูอยากไปเห็นอย่างนี้ เอารูปมาจากใน flickr

หนูอยากไปเห็นอย่างนี้ เอารูปมาจากใน flickr

ยังไม่มีเรื่องอาหารในเมืองจีนให้เห็น ซึ่งผิดวิสัยเรา ขอแยกออกไปอีกอันนะฮะ เพราะแค่นี้ก็เยอะแล้ว

5 Responses to “กุ้ยหลินและรอบๆ”

  1. imenn July 7, 2009 at 11:52 am #

    สวยมากกกกก อยากไป….🙂

  2. Evieee July 7, 2009 at 1:02 pm #

    รูปสุดท้ายกำลังจะชมว่างามฮ่ะ ไอถ่ายไม่เห็นได้อย่างงี้เรย ปะกิสว่า อ้าว… จิ๊กรูปคนอื่นมานี่นา ไพร่

  3. hnum July 8, 2009 at 10:28 pm #

    ไอจะดูแค่ห้องส้วมฮะ ว่าจูอองรึปล่าว

  4. DeeDee July 8, 2009 at 10:32 pm #

    @evevieee ไปกันใหม่มะ ไปถ่ายให้ได้อย่างนี้ อิอิ
    @hnum จะถ่ายรูปส้วมมาทำไม อยากเห็นหนอนหรอ

Trackbacks/Pingbacks

  1. สุราษฎร์ « Simple & Clean - May 31, 2010

    […] กุ้ยหลินเมืองไทย เนื่องจาก กุ้ยหลิน จิงก็ได้ไปมาแล้ว […]

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: