Food in HK

1 Jul

อันนี้คือจุดประสงค์หลักของทริปนี้ คือ มากินกันจิงจัง และต้องลองร้านใหม่ๆตามที่ตำราบอกมา ตำรานี่ก็อีหรอบเดิมคือหยิบจากสนามบิน ซึ่งแต่ก่อนเรารู้สึกว่ามันแนะนำแต่ร้านแพงๆตามประสาหนังสือท่องเที่ยว รอบนี้ก็เลยเตรียมตัวเตรียมเงินไปกินกันเต็มที่ แต่พบว่าหลายๆร้านไม่แพงอย่างที่คิด แสดงว่าเค้าแนะนำของดีจิงที่คนโลค่อนเค้ากินกัน ถ้าเป็นไปได้ให้ไปหาเวอชั่นภาษาไทยมาอ่านประกอบด้วย เป็นเวอร์ชันแปลมาเป๊ะๆเรย จะเพิ่มความน่ากินเป็น 10 เท่า เพราะภาษาไทยสามารถบรรยายความน่ากินได้ดีกว่า ซึ่งไม่รู้ว่าหวานไปหาจากไหนมาเหมือนกัน

ตำราเล่มนี้ ไปหามาซะ หนูขอชื่นชม

ตำราเล่มนี้ ไปหามาซะ หนูขอชื่นชม

บลอกนี้จะทำตัวเป็นบลอกที่รู้ๆกันอยู่ แต่หนูระบุข้อมูลร้านและวิธีไปคร่าวๆให้ด้วยนะ เพราะแต่ละร้านเดินงมอย่างยากลำบาก เราบอกราคาคร่าวๆให้ด้วย ปกติค่าครองชีพของฮ่องกง อาหารมื้อนึงประมาณ 20-30 บาท (x 5 บาทไทย) โดยที่แมคโดนัลด์ถือเป็นของถูกมาก เพราะ 20 บาทเอง แถมได้อาหารและน้ำครบเจ๊ท การ pronunciation ต่างๆไม่ถูกต้องเป๊ะนะฮะ จะพยายามเขียนให้เหมือนที่สุดละกัน มาเริ่มกันที่ของคาวก่อน ไปตามร้านนะฮะ

Wai Kee Congee Shop

82 Stanley Street, Central ถ้าออกจากรถไฟใต้ดิน Central ให้เดินไปทางบันไดเลื่อน Mid-level ร้านจะอยู่ในซอยเล็กๆที่ขนานกับ Queen’s Road และต้องเดินเลยบันไดเลื่อนไปนิดนึงด้วยนะ หน้าร้านดูโทรมๆน่ากัวๆว่ามาถูกที่หรอวะเนี่ย ร้านนี้เปิดแต่เช้า 7 AM – 7 PM เอาไว้เริ่มต้นชีวิตของวันนั้นได้ดี

หน้าร้าน หลังจากงมหาอยู่นานมากกกก ต้องดูภาษาจีนให้แมตช์กันด้วยนะ เพราะไม่มีภาษาอังกิดบอก

หน้าร้าน หลังจากงมหาอยู่นานมากกกก ต้องดูภาษาจีนให้แมตช์กันด้วยนะ เพราะไม่มีภาษาอังกิดบอก

นี่ๆ ทุกคนต้องสั่งอันนี้กัน เป็นก๋วยเตี๋ยวหลอด (เฉิงฝาน) ห่อปาท่องโก๋ (ไม่มีที่ไหนในโลกอ่านปาท่องโก๋นะ นอกจากเมืองไทย อย่าเผลอไปสั่งอย่างนี้เชียว หนูจำได้แต่จีนกลางอ่ะ อ่าน โหยวเถียว) ราดกับซอสหอยนางรมที่ให้เติมได้ตามใจชอบ เพิ่มความอูมามิ...อรึ่ยส์

นี่ๆ ทุกคนต้องสั่งอันนี้กัน เป็นก๋วยเตี๋ยวหลอด (เฉิงฝาน) ห่อปาท่องโก๋ (ไม่มีที่ไหนในโลกอ่านปาท่องโก๋นะ นอกจากเมืองไทย อย่าเผลอไปสั่งอย่างนี้เชียว หนูจำได้แต่จีนกลางอ่ะ อ่าน โหยวเถียว) ราดกับซอสหอยนางรมที่ให้เติมได้ตามใจชอบ เพิ่มความอูมามิ...อรึ่ยส์

เพิ่งเคยเห็นวิธีทำ เฉิงฝาน ให้ฟีวทำข้าวเกรียบปากหม้อเรย แต่เทแป้งบนผ้าผืนใหญ่ๆ พอสุกก็ใช้มือหยิบขึ้นมาเลย ใครสั่งทีก็ทำที

เพิ่งเคยเห็นวิธีทำ เฉิงฝาน ให้ฟีวทำข้าวเกรียบปากหม้อเรย แต่เทแป้งบนผ้าผืนใหญ่ๆ ใครสั่งทีก็ทำที

แล้วก็สั่ง จ๊ก มากินกัน ตำราบอกให้สั่ง minced beef congee เราก็ชี้เนื้อวัวมั่วมาอันนึง ได้มาเป็นลูกชื้อเนื้อสับผสมกับหมี่กรอบ ประหลาดดี แต่ก็อร่อยไปอีกแบบ

แล้วก็สั่ง จ๊ก มากินกัน ตำราบอกให้สั่ง minced beef congee เราก็ชี้เนื้อวัวมั่วมาอันนึง ได้มาเป็นลูกชื้อเนื้อสับผสมกับหมี่กรอบ ประหลาดดี แต่ก็อร่อยไปอีกแบบ

เห็นราคาแล้วอย่าตกใจ

เห็นราคาแล้วอย่าตกใจ อย่างที่บอกว่าปกติมันต้องราคา 20 บาทอัพ แต่นี่ จ๊ก ของเราชามละ 11 บาทเท่านั้น คงเพราะใส่เครื่องอย่างเดียว ส่วนปาท่องโก๋เฉิงฝานนั่น คิดว่าไม่ถึง 5 บาทด้วยซ้ำ ถูกโคตรๆสำหรับร้านใจกลางประเทศขนาดนี้

ร้านนี้มีของมีชื่ออีกอย่างคือ ขนมผักกาด (เรียกชื่อนี้ป่าวหว่า เราเรียกแต่แต้จิ๋วว่า ไชเถ่าก้วย) ทำมาจากหัวไช้เท้าอ่ะ ซึ่งของร้านนี้ไม่มีผสมอะไรเลยนอกจากแป้งกะหัวไข้เท้าขูด ราคาเท่าไหรไม่รี้แต่คิดว่าไม่เกินห้าบาทอีกเช่นกัน เห็นทุกคนต้องสั่ง เลยซื้อกลับบ้านไปกินที่โอเชียนปาร์คซึ่งมันหายร้อนไปแล้ว ปกิสว่า มันยังอรึ่ยส์มีกกก เหนียวๆหนืดๆเละๆ แต่หอมอร่อยดี ปกติอาหารชนิดนี้เป็นของที่เราไม่ชอบกินแต่เด็ก แต่หนูเปลี่ยนใจแล้วค่ะ

Keung Kee Restaurant

สถานที่ 9-17 Tin Lok Lane, Wan Chai มันอยู่ระหว่าง causeway bay กับ วั้นไจ๋ เราเดินมาจาก causeway bay ฝั่งตรงข้ามโซโก้ เดินไปทางวันไจ๋เรื่อยๆ ไกลมาก เลยพวก time squre, lee theatre ไปอีก จนลอดใต้ทางด่วนอันนึง ก็เริ่มมองหาป้ายถนนได้ จากถนนใหญ่เข้าซอยไปนึดเดียวก็เห็นแล้ว อย่าลืมดูภาษาจีนเพื่อความชัวร์ก่อนเข้าเหมือนเดิม ร้านเปิด 7 AM ถึงเที่ยงคืน

เหตุผลหลักของการมากินร้านนี้คือมากิน ‘ก๊อ’ (จิงๆต้องออกเสียงระหว่าง ง กับ ก) เป็นภาษาแต้จิ๋วแปลว่า ห่าน อยากออกเสียงให้ดูแรดและกระแดะให้ไปขอให้ ปวร ทำให้ดู (ขนาดเป็น ก่อคา (ก๊อ’s feet) หรือ ก่อกัว (foie gras) มันก็ยังทำให้เสียงกระแดะได้เหมือนเดิม) อีเบวว้อนจะกินก๊อย่าง แล้วร้านนี้เหมือนจะสเปเชียลไล้ในด้านก๊อ ตอนแรกแพลนว่าจะซื้อก๊อตัวนึงแล้วไปนั่งแทะก๊อริมทะเล แต่เนื่องจากร้านดูห่างไกลทะเล และเหนื่อยด้วย เลยนั่งกินในร้านแทน

แต่ก๊อทั้งตัวมันดูเยอะมาก และแพงกว่าที่คิดเยอะมาก เลยเอาก๊อย่างโปะข้าวแทนละกัน ซึ่งเบวบอกว่าเคยกินก๊ออร่อยกว่านี้อ่ะ แต่มันก็นั่งแทะอย่างเมามันอยู่ดี แอบคิดกันเองว่าถ้าซื้อแบบเป็นตัวอาจจะมีความอร่อยแอบแฝงอยู่มากกว่า

แต่ก๊อทั้งตัวมันดูเยอะมาก และแพงกว่าที่คิดเยอะมาก เลยเอาก๊อย่างโปะข้าวแทนละกัน ซึ่งเบวบอกว่าเคยกินก๊ออร่อยกว่านี้อ่ะ แต่มันก็นั่งแทะอย่างเมามันอยู่ดี แอบคิดกันเองว่าถ้าซื้อแบบเป็นตัวอาจจะมีความอร่อยแอบแฝงอยู่มากกว่า

เราเอาบะหมี่หมูแดง เพราะไม่นิยมก๊อ ให้หมูแดงมาเยอะมากก และอร่ียส์มีกก

เราเอาบะหมี่หมูแดง เพราะไม่นิยมก๊อ ให้หมูแดงมาเยอะมากก และอร่ียส์มีกก

หมูแดงฮิ่งกิงนี่น่าจะพอรู้อยู่แล้วเนอะว่าอร่อยยังไง มันจะหอมๆไหม้ๆนุ่มๆเค็มๆ และหั่นชิ้นหนาๆ ต่างกะหมูแดงไทยอย่างสิ้นเชิง หมูแดงรู้สึกว่าจะประมาณ 28 บาท ส่วนก๊อจานนั้น 35 บาทมั้ง ถือว่าแพงขึ้นมาหน่อยแต่ปริมาณเนื้อที่ให้นี่สมราคา

On Li noodle shop

สถานที่ 55 Main Street East, Sha Kei Wan ร้านนี้ไปเพราะเจอจากเวบนี้ Tastin-HK ซึ่งบังเอิญว่าไป Shek O พอดี เลยกินก่อนขึ้นเขา ไม่งั้นคงไม่ไป มันไกล เคยเจอเวบไทยแนะนำเหมือนกันว่าปกติต้องมาต่อคิว ออกจากรถไฟใต้ดินให้ออกประตู B2 แล้วเดินเข้าไปถนนด้านในซึ่งจะไม่มีทางด่วนอยู่บนหัว ถนนเล็กๆนั่นแหละเป็น ‘main street east’ โผล่มาแล้วให้เดินไปทางซ้าย จะเห็นชื่อป้ายร้านยื่นๆออกมาตามที่เห็นในเวบเรย ร้านเปิดแต่เช้า 7 Am – 7 PM

มีเมนูอังกิดด้วย ราคาแอบแพงสำหรับก๋วยเตี๋ยว 25-35 บาท แต่มันให้ของเยอะอ่ะ

มีเมนูอังกิดด้วย ราคาแอบแพงสำหรับก๋วยเตี๋ยว 25-35 บาท แต่มันให้ของเยอะอ่ะ

หนูสั่งเป็นคอมบิเนช่ง เอาของสามอย่างคือ ลูกชิ้นปลา หื่อก้วย (เคยได้ยินบางคนเรียกปลาแผ่น) เกี๊ยวกุ้ง กับเนื้อ beef brisket ใส่ในก๋วยเตี๋ยวน้ำ เยอะมาก เนื้ออร่อยนะ แต่ยังติดว่าเหนียวไปหน่อยเคี้ยวลำบาก ส่วนลูกช้ินปลาไม่คาวเลย ไม่งั้นเราคงกินไม่ได้ และไม่รู้สึกถึงแป้งผสมด้วย

หนูสั่งเป็นคอมบิเนช่ง เอาของสามอย่างคือ ลูกชิ้นปลา หื่อก้วย (เคยได้ยินบางคนเรียกปลาแผ่น) เกี๊ยวกุ้ง กับเนื้อ beef brisket ใส่ในก๋วยเตี๋ยวน้ำ เยอะมาก เนื้ออร่อยนะ แต่ยังติดว่าเหนียวไปหน่อยเคี้ยวลำบาก ส่วนลูกช้ินปลาไม่คาวเลย ไม่งั้นเราคงกินไม่ได้ และไม่รู้สึกถึงแป้งผสมด้วย

ของเบวเป็นหมี่ สั่งคู่กับ ไหนฉ่า = ชานม รสชาติเข้มมากกก และต้องเติมน้ำตาลเพราะไม่มีความหวานเจือปนแม้แต่น้อย

ของเบวเป็นหมี่ สั่งคู่กับ ไหนฉ่า = ชานม รสชาติเข้มมากกก และต้องเติมน้ำตาลเพราะไม่มีความหวานเจือปนแม้แต่น้อย

Mak’s Noodle

สถานที่ เรากินสาขา Central แนะนำว่าให้หาร้าน Lau Fu Kee (ซึ่งจะแนะนำอันถัดไป) ให้เจอก่อนเพราะอยู่ถนนใหญ่ แล้วเดินเลยไป เลี้ยวเข้าซอกเล็กๆซอกแรกที่เจอ ร้านหมักจะอยู่เข้าไปนิดเดียวทางด้านซ้ายมือ มีเมนูภาษาอังกิดนะ ราคาปกติคือ 20-30 บาท

ร้านนี้มีชื่อที่เกี๊ยวกุ้ง ว่าเป็นสุดยอดของการทำแผ่นเกี๊ยวและไส้กุ้ง ซึ่งอร่อยจิงค่ะ กุ้งสองตัวต่อเกี๊ยวหนึ่งอัน และกุ้งกรอบมาก

ร้านนี้มีชื่อที่เกี๊ยวกุ้ง ว่าเป็นสุดยอดของการทำแผ่นเกี๊ยวและไส้กุ้ง ซึ่งอร่อยจิงค่ะ กุ้งสองตัวต่อเกี๊ยวหนึ่งอัน และกุ้งกรอบมาก

ิอีเบวงอแงขอกินผักกวางตุ้งราดน้ำมันหอย อร่อย แต่อันนี้อร่อยทุกร้าน

อีเบวงอแงขอกินผักกวางตุ้งราดน้ำมันหอย อร่อย แต่อันนี้เป็นของอร่อยทุกร้าน

Lau Fu Kee

สถานที่ ที่อยู่ในตำราผิดอ่ะ เราบอกทางเองละกันเนื่องจากเป็นร้านประจำเรามานานละ ใครมาก็ต้องพาไปกิน ออกจากรถไฟ Central ประตู D1/D2 เดินบน Des Vous Road (ถนนที่มีรถราง) ไปเรื่อยๆฝั่งที่ไม่ใกล้ทะเล จะผ่านธ.กรุงเทพก็เดินต่อไป แล้วมองฝั่งตรงข้ามไว้ด้วยจะเห็นห้าง Wing On อยู่ไกลๆ ร้านนี้จะอยู่ฝั่งเดิมแต่ถึงก่อน Wing On มีร้านขายอาหารบนถ.ใหญ่แบบนี้ไม่เยอะหรอก แต่เรามักเดินเลยทุกทีเรย

ของพิเศษของร้านนี้คือ ลูกชิ้นปลาทอด ซึ่งอีพรวิเคราะห์ว่าน่าจะใส่เปลือกเลมอนลงไปด้วย มันจะหอมๆ และเนื้อปลาทีั่ใช้นี่ไม่รู้อะไรแต่ไม่ธรรมดา กินเปล่าๆก็อร่อยแล้ว หรือจิ้มกับน้ำจิ้มที่ผสมหอย ไม่รู้คืออะไร แต่อูมามิมาก กินแล้ว hypernatremia สแตท

ของพิเศษของร้านนี้คือ ลูกชิ้นปลาทอด ซึ่งอีพรวิเคราะห์ว่าน่าจะใส่เปลือกเลมอนลงไปด้วย มันจะหอมๆ และเนื้อปลาทีั่ใช้นี่ไม่รู้อะไรแต่ไม่ธรรมดา กินเปล่าๆก็อร่อยแล้ว หรือจิ้มกับน้ำจิ้มที่ผสมหอย ไม่รู้คืออะไร แต่อูมามิมาก กินแล้ว hypernatremia สแตท

ร้านนี้ปกติเรามากินเกี๊ยวกุ้งกะโจ๊กด้วย คราวนี้เห็นร้านหมักก็ดังเกี๊ยวกุ้ง เลยกินสองร้านเทียบกันพร้อมกันเลย คือกินที่หมักเสร็จ ก็มากินร้านนี้ต่อ ของร้านหล่อฟูเกจะมีกุ้งสองตัวเหมือนกัน แต่ผสมหมูสับนิดหน่อย และไม่กรอบเท่าร้านหมัก เลยคิดว่าจะเน้นเกี๊ยวกุ้งร้านหมักดีกว่า แต่พอไปถามพ่อว่าทำไมกุ้งมันกรอบ พ่อเซ่ดมันแช่สารส้มให้กรอบ เลยจบข่าว ไม่กล้ากินละ ยอมกินร้านนี้ต่อไป ส่วนโจ๊กก็อร่อยอยู่แล้ว เมนูอังกิดก็มี คนขายถ้าเจอเป็นคุณลุงเจ้าของร้าน จะชอบมาเล่นด้วย มาพูดภาษาไทยใส่ จะไม่ปล่อยให้เรากินอย่างสงบ ราคาประมาณ 20-30 บาท

ของคาวจบละ เนื่องจากมีเวลาแค่สองวัน มีมื้อให้กินได้แค่นี้ มาดูที่ของหวานกันบ้าง

Hui Lau Shan

น้ำมะม่วงเจ้าประจำของเรา สาขาเยอะมาก แต่เยอะเป็นพิเศษแถวหว่องกก (Mong Kok) ซึ่งหาได้แทบทุกหัวมุมถนน เราก็บอกไม่ค่อยถูกว่าทำไมเราแอดดิคน้ำมะม่วงไพร่ๆนี่ ทั้งๆที่ตอนแรกแอนตี้ด้วยซ้ำ แต่เดี๋ยวนี้ไปทีไรต้องแวะกินทุกวัน ตอนแรกโฆษณาอีเบวก่อนไป อีเบวอิ๊กนอ ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องกินน้ำมะม่วงทุกวัน พออีเบวกกินเข้าไปทีเดียว อีเบวเซ่ด กินมากกว่าวันละครั้งได้มะ และบางทีเดินมากๆจนเหนื่อย อีเบวก็งอแงหนูจะกินน้ำมะม่วงๆ อีเบวรู้สึกว่ามันผสมน้ำแข็งน้อยและใช้มะม่วงเยอะ เลยอร่อยจิงๆ ถ้านั่งกินในร้านจะมีมากกว่าน้ำปั่นด้วยนะ ให้ฟีว mango tango ที่เมืองไทย แต่เราว่าอร่อยกว่า

ไปกี่ทีๆคนก็ยังเยอะตลอดเวลา เมนูหน้าร้านมีภาษาอังกิดบอก ก็เดินไปชี้ๆให้คนขายดู แก้วละประมาณ 15-20 บาท มันจะมีแวริเอช่งสูง ผสมสาคู น้ำกะทิ สตรอเบอรี่ วุ้นว่านหางจระเข้ ส้มโอ รังนก แล้วแต่จะเลือกเอาจากเมนู

ไปกี่ทีๆคนก็ยังเยอะตลอดเวลา เมนูหน้าร้านมีภาษาอังกิดบอก ก็เดินไปชี้ๆให้คนขายดู แก้วละประมาณ 15-20 บาท มันจะมีแวริเอช่งสูง ผสมสาคู น้ำกะทิ สตรอเบอรี่ วุ้นว่านหางจระเข้ ส้มโอ รังนก แล้วแต่จะเลือกเอาจากเมนู

Gong Cha

ก่อนมาหวานมาอัพเดทของอินเทรนด์ที่นี่สองร้านที่คนต่อคิวกันยาวเหยียด หนึ่งในนั้นคือร้านชาเย็น (อีกร้านเป็นร้านมันฝรั่งทอดหลายๆซอส ประมาณ Belgian Frites แต่หนูไปตอนร้านปิดไปแล้ว อด) ซึ่งเราไปถึงประมาณห้าทุ่ม แต่คนยังต่อคิวกันยาวเหยียด มีร้านข้างๆกันเป็นแนวๆชากาแฟเย็นเหมือนกัน มีต่อคิวเหมือนกัน แต่แถวสั้นกว่า เลยเอาร้านนี้ อิอิ ทั้งๆที่ยังไม่รู้เลยว่ามันขายอะไร

สถานที่ ร้านนี้ในหว่องกกมีมากกว่าหนึ่ง ส่วนที่อื่นนี่ไม่น่ามีนะ มี เวบ ด้วย แต่ภาษาจีนสิ้น ทำเลของร้านที่เราไปแวะคือ อยู่บน Fa Yuen Street, Mong Kok อยู่ฝั่งสุดถนนลงมาทางใต้เลย ติดกับถนน Dandus Street มีห้างอยู่ตรงข้ามคือ Ho King Shopping Centre หาไม่ยาก เพราะคิวยาวเหยียดจนเห็นได้ชัด ให้ฟีวชานมไข่มุกเรย และมาจากไต้หวันเหมือนกัน แต่อร่อยกว่าชาควิกลี่

ขอบอกว่าสั่งยากมาก เนื่องจากมีภาษาอังกิดน้อย อาศัยเดาเอาและชี้เอาจากรูป

ขอบอกว่าสั่งยากมาก เนื่องจากมีภาษาอังกิดน้อย อาศัยเดาเอาและชี้เอาจากรูป ราคาประมาณ 8-12 บาท มีีแพงกว่านั้นแต่อ่านไม่ออก ถือว่าถูกกว่าน้ำมะม่วง

หนูชี้ได้อันนี้มา เยลลี่ที่เห็น ปกิสเป็นเฉาก๊วย ซึ่งความพิเศษของชาร้านนี้คือ กำหนดปริมาณน้ำแข็งและความหวานได้ โดยเราฟังแล้วงงๆ พนักงานเลยเลือกให้ว่า 80% ออกมานี่น้ำแข็งแทบไม่่มี และหวานน้อยมาก ประทับจิต ในราคาเท่าเดิม มีสติ๊กเกอร์แปะเวลาที่ทำด้วยนะ ของอีเบวเป็นชาใส่ไอติมแบบโฟลท ก็อร่อยดีเหมือนกัน

หนูชี้ได้อันนี้มา เยลลี่ที่เห็น ปกิสเป็นเฉาก๊วย ซึ่งความพิเศษของชาร้านนี้คือ กำหนดปริมาณน้ำแข็งและความหวานได้ โดยเราฟังแล้วงงๆ พนักงานเลยเลือกให้ว่า 80% ออกมานี่น้ำแข็งแทบไม่่มี และหวานน้อยมาก ประทับจิต ในราคาเท่าเดิม มีสติ๊กเกอร์แปะเวลาที่ทำด้วยนะ ของอีเบวเป็นชาใส่ไอติมแบบโฟลท ก็อร่อยดีเหมือนกัน

ถ้าร้านนี้มาเปิดเมืองไทยเมื่อไหร่ หนูแอดดิคแน่นอน แต่ห้ามอัพเกรดเป็นของแพงเกินเหตุนะ

Tai Cheong Bakery

สถานที่ 35 Lyndhurst Terrace, Central ออกจากรถไฟใต้ดิน central เดินมาทางบันไดเลื่อน mid level เหมือนเดิม แต่พยายามเดินบนถนน Lyndhurst นี่ แล้วจะเจอเอง ร้านอยู่ฝั่งขวา ความพิเศษของร้านนี้ คือ เป็นร้านที่ผู้ว่าเกาะฮ่องกงคนสุดท้ายที่เป็นคนอังกิดแอดดิค พายไข่ มาก ต้องบินกลับมาฮ่องกงเป็นระยะเพื่อมากินร้านนี้ ก็อร่อยดี แต่เรายังชอบของ Maxim’s มากกว่าและหาง่ายกว่าด้วย ร้านนี้ถือว่าตัวเองดังมั้ง ขายพายไข่อันละ 5 บาท ร้านอื่นขาย 4 บาทหรือถูกกว่า เคยไปตอนกลางวัน คนต่อคิวยาวเหยียดมาก

เรากลับชอบพายไก่ข้างๆอันละ 7 บาทเป็นอย่างมาก หอมเนยและร่วนๆดี

เรากลับชอบพายไก่ข้างๆอันละ 7 บาทเป็นอย่างมาก หอมเนยและร่วนๆดี

เค้ก

เค้กที่นี่ชิ้นละประมาณ 8-10 บาท ถูกมากเมื่อเทียบกับเค้กไทย รสชาติก็ไม่เลว เน้นผลไม้เยอะๆและครีมเบาๆเผอิญว่าเดี๋ยวนี้เราไม่ค่อยแอดดิคเค้กมากมาย เลยไม่รู้จะแนะนำเป็นพิเศษยังไงดี

แยมโรลมะม่วง คนที่นี่ชอบกินมะม่วง แต่ของหวานมักรสชาติเหมือนมะม่วงกวนอ่ะ

แยมโรลมะม่วง คนที่นี่ชอบกินมะม่วง แต่ของหวานมักรสชาติเหมือนมะม่วงกวนอ่ะ

ทีรามิสุ กะ ทาร์ตผลไม้ ของ Maxim's ชิ้นละ 8 บาท รสชาติก็ถือว่าโอนะ

พุดดิ้งสาคู แต่ไม่อร่อยง่ะ จืด

พุดดิ้งสาคู แต่ไม่อร่อยง่ะ จืด

Food in HK #2

5 Responses to “Food in HK”

  1. cotton July 19, 2009 at 7:48 am #

    อ่า ของกินที่ฮ่องกง อยากไปกินบ้าง

    จริงๆ ตอนไปฮ่องกง สิ่งที่ประทับใจกลับมาก็คือของกินนี่แหละ

    ชอบปลาหมึกทอดที่ขายตามข้างทาง อ่า คิดถึงแล้วน้ำลายไหล

  2. DeeDee July 19, 2009 at 4:20 pm #

    ยังไม่เคยกินปลาหมึกทอดเลยล่ะ เพราะไม่ชอบกินปลาหมึก อิอิ ของข้างทางนี่เพิ่งจะได้กินไม่กี่ปีนี้เอง เพราะโดนห้ามไม่ให้กินว่าสกปรก (อยู่เมืองไทยสกปรกกว่าอีก) ชอบพวกมะเขือยาวกะพริกหยวกทอด คราวหน้าไปลองพวกเนื้อสัตว์มั่งดีกว่า

  3. p'eb May 4, 2010 at 11:46 am #

    กี๊ดดดด กี๊ดด กี๊ซซซซซซ >~<
    อ่านแร้ว เด๋วมาอ่านต่อก้ะ

    ปอลอ นั้งสือเล่มนั้นเอาไปปล่อยไว้ห้องเบวด่วน !

  4. DeeDee May 5, 2010 at 9:21 am #

    หนังสือเล่มนั้นอยู่กะน้องง่ะ ถ้าได้กลับบ้านจะเอามาปล่อยให้น้า

Trackbacks/Pingbacks

  1. Food in HK #2 « Simple & Clean - March 10, 2010

    […] Food in HK #1 […]

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: