Shek O: The Best Trail in Asia

30 Jun

ดีที่สุดจากการโหวตน่ะ อิอิ หลังเหนื่อยจากโอเชียนปาร์คและเดินชอปปิ้งจนดึกดื่น ก็หาเรื่องเหนื่อยต่อ คือ ไปปีนเขา เพราะคิดว่าใช้เวลาไม่นาน แค่ตอนเช้าก็น่าจะเสร็จ ไม่เหนื่อยมาก คิดนอยด์แบบหกไม่เป็น จัสเลือกจากหนังสือแนะนำ ว่าที่ Shek O เป็น the best trail ก็ไปเรย โดยยังไม่รู้เลยว่ามันอยู่ตรงไหนของโลก

ขอเล่าละเอียดตั้งแต่วิธีเดินทางไป จะได้ให้หวานไปตาม Shek O อยู่ในเขต Sha Kei Wan (ซ้า เก๊ วั้น) เป็นฝั่งตะวันออกโคตรๆของฮ่องกง นั่งสายสีฟ้าไปจนเกือบสุดอีกด้าน พอลงไปถึง ก็จะงงๆ ให้ออกประตู A3 จะมาเจอป้ายรถเมล์ซึ่งงงๆมาก ว่าป้ายไหน ตามตำราบอกให้ขึ้นรถเมล์แบบคันใหญ่เบอร์ 9 แต่เราหาป้ายไม่เจอ บังเอิญเจอรถเมล์คันเล็กเลี้ยวออกมาพอดี แล้วเห็นเขียน Shek O เลยรีบวิ่งเข้าไปถามว่าไป Dragon’s Back (ชี้ให้ดูภาษาจีนอ่ะ) ได้มั้ย เค้าก็ว่าได้ เลยรีบขึ้นไปแปะปลาหมึกทันที เราไปวันเสาร์ก็จะเห็น ฝ ร่วมขบวน เพราะเป็นสถานที่ ฝ ชอบไป ย่ิงถ้าไปตรง Shek O village จะเป็นพวกชายหาดที่ ฝ ชอบไปนอนอืด รถก็จะวนๆขึ้นเขาไปเรื่อยๆ ซึ่งก็งงๆกว่าเดิม ตามตำราบอกให้ลงตั้งแต่ Tai Tam Gap แต่หนูไม่รู้ คนขับก็ขับเลยไปเรียบร้อย พอหนูโวยวาย คนขับก็บอกว่าจะลง Dragon’s Back ไม่ใช่เหรอ แล้วก็เค้าก็ขับพาไปเรื่อยๆจนค่อนไปด้านหน้าเกาะอีกด้าน แล้วก็ไล่หนูลงตรงค่อนปลายเกาะ (มันเหมือนเป็นแหลมยื่นออกไปในทะเล) ซึ่งมีป้ายบอกว่าถึงละ และมีคนร่วมอุดมการณ์ยืนเตรียมเดินกันอยู่แถวนั้น ซึ่งไกด์บุคของอีเบว (ภาษาไทย ซึ่งหนูแนะนำมากมายว่าเขียนดีจิง เป็นเล่มเดียวที่ชอบจิงจัง เดี๋ยวไว้ไปหาชื่อมาก่อง) บอกให้ลงจุดนี้แหละ แล้วเดินย้อนกลับไป

ลงจากรถปุ๊บ จะเห็นป้ายบอกว่านี่คือ Dragons Back พร้อมแผนที่การเดินคร่าวๆ ตำราบอกว่าการเดินอันนี้เป็นระดับ moderate แต่พอมาถึงดูป้ายนี้ มันบอกว่า strenuous กรี๊ดดดดดด หลอกหนู

ลงจากรถปุ๊บ จะเห็นป้ายบอกว่านี่คือ Dragon's Back พร้อมแผนที่การเดินคร่าวๆ ตำราบอกว่าการเดินอันนี้เป็นระดับ moderate แต่พอมาถึงดูป้ายนี้ มันบอกว่า strenuous กรี๊ดดดดดด หลอกหนู

ตำราที่ว่า คิดว่าหยิบได้ฟรีมากมาย เวลาไปถึงสนามบินฮ่องกง

ตำราที่ว่า คิดว่าหยิบได้ฟรีมากมาย เวลาไปถึงสนามบินฮ่องกง

คนอื่นเค้าแต่งตัวเตรียมเดินเขาเต็มที่ กางเกงขาสั้น รองเท้ากีฬา สะพายเป้พร้อมขวดน้ำ บางคนมีแท่งไม้ไว้ค้ำเวลาเดิน แต่หนูกะอีเบวคิดแค่ว่า อ๊ะ เดินเขาสองชม.เอง เดี๋ยวก็เสร็จแล้วไปชอปปิ้งต่อ อีเบวนี่ใส่ส้นตึกมาเดินเรยค่ะ เสื้อผ้าก็กะเดินในเมืองเต็มที่

อีเบวกะส้นตึกเอามาเดินป่าเดินเขา

อีเบวกะส้นตึกเอามาเดินป่าเดินเขา

ทางขึ้นช่วงแรกๆ หลอกให้ตายใจว่าจัสสสสส

ทางขึ้นช่วงแรกๆ หลอกให้ตายใจว่าจัสสสสส

ชมนกชมไม้ข้างทาง มีแต่ดอกนี่อย่างเดียวตลอดทาง

ชมนกชมไม้ข้างทาง มีแต่ดอกนี่อย่างเดียวตลอดทาง

พอขึ้นไปได้หน่อยก็จะเห็นอะไรแบบนี้ งามมะคะ เกลียดพวกบ้านน่ารักๆรอบเกาะนั่น ได้อยู่ทำเลดี ชิ

พอขึ้นไปได้หน่อยก็จะเห็นอะไรแบบนี้ งามมะคะ เกลียดพวกบ้านน่ารักๆรอบเกาะนั่น ได้อยู่ทำเลดี ชิ

ถัดจากเกาะตะกี๊ ก็เป็นอ่าว ทะเลในทะเลนอก ฮ่องกงมีอย่างนี้ด้วยหรอเนี่ย หนูเพ่ิงรู้

ถัดจากเกาะตะกี๊ ก็เป็นอ่าว ทะเลในทะเลนอก ฮ่องกงมีอย่างนี้ด้วยหรอเนี่ย หนูเพ่ิงรู้ ขอให้สังเกตบันได หนูปีนขึ้นมาได้ เก่งมะ อิอิ

ช่วงแรกๆก็จะเดินกันแบบเรื่อยเจื้อย ถ่ายรูปตลอดเวลา ตั้งกล้องถ่ายรูปกัน อากาศมัวๆ ร้อนด้วย แต่ยังพอทนเพราะแดดไม่จ้ามาก เดินขึ้นบันไดได้โดยยังไม่บนเหนื่อยมากมาย (functional class 1 อิอิ) ยิ่งเดินขึ้นมาเรื่อยๆจะพบว่าวิวก็งามขึ้นๆ คือ เห็นชัดขึ้นน่ะเอง

จนในที่สุด ก็มาถึง Dragons Back คือ เห็นแหลมยื่นออกไปในทะเลยาวๆ เหมือนหลังมังกร ตรงจุดเห็นอย่างนี้ได้คือส่วนยอดของเนินเขาเรียกว่า Shek O Peak สูง 284 m

จนในที่สุด ก็มาถึงส่วนยอดของเนินเขาเรียกว่า Shek O Peak สูง 284 m จิงๆส่วนยอดของเนินเขายาวๆนี้มันเป็นแนวยาวๆเค้าเลยเรียกว่า Dragon's Back ที่เห็นยื่นออกไปในทะเลคือ Shek O village ซึ่ง ฝ ชอบมานอนอืดอาบแดดกัน

ข้างๆกันมีสนามกอล์ฟด้วย (แอบคิดว่าสนามกอล์ฟของนิครึป่าวนะ อิอิ)

ข้างๆกันมีสนามกอล์ฟด้วย (แอบคิดว่าสนามกอล์ฟของนิครึป่าวนะ อิอิ)

ซึ่งระหว่างนี้จะมีคนเดินสวนไปมาเป็นระยะ ซึ่งบางคนไปเริ่มเดินจากอีกด้าน หรือบางคนก็เดินแซงเราไปเพราะเรามัวแต่ถ่ายรูปลำไย ไม่เห็นมีใครใส่ใจถ่ายรูปกันเท่าไหร่เรย บางคนก็มาวิ่งขึ้นเขากัน เหนื่อยจะตาย วิ่งกันได้ยังไง เอาหมาขึ้นมาด้วยก็มี พวกเราที่จากตอนแรกคิดว่าเป็นทางราบๆก็เริ่มเสียกได้ว่าคิดผิดอย่างแรง โคตรเหนื่อยเรย จากจุดเริ่มต้นถึงเนินแถวนี้ใช้เวลาประมาณชม.นึง

คิดว่าต่อไปนี้ก็คงทางลงละ อีกไม่กี่นาทีคงถึงทางออกแล้วล่ะ พูดจาปลอบใจตัวเองไว้ก่อน ตรงทางลงนี่ อีเบวเริ่มกัว เพราะอีเบวเป็น OA (osteoarthritis โรคข้อเข่าเสื่อมในคนแก่ อิอิ) จิงๆมันเหมือนอักเสบพวกเยื่อหุ้มข้อ ซึ่งจะพรีซิปิเตท (กระตุ้น) จากการเดินลงเข่า เมื่อวานก็มีอาการในโอเชียนปาร์คไปรอบนึงแล้ว แต่หลังตื่นมาอาการดีขึ้น แต่ก็ต้องมาเดินลงเขาจิงจังอีกรอบ แถมส้นสูงอีก อีเบวไม่รอดแน่

มันต้องลงแล้วไม่ใช่หรอ ทำไมมีแต่ทางขึ้นอีก แถมไม่มีขั้นบันไดอีก กรี๊ด ตอนนี้แดดจ้ามาก ตัวดำจากแถวนี้แหละ

มันต้องลงแล้วไม่ใช่หรอ ทำไมมีแต่ทางขึ้นอีก แถมไม่มีขั้นบันไดอีก กรี๊ด ตอนนี้แดดจ้ามาก ตัวดำจากแถวนี้แหละ ส่วนทางลงก็อีหรอบเดียวกัน คิดดูว่าน่ากลิ้งตกเขามาก อีเบวนี่ทั้งเจ็บเข่าจากการเดินลง ทั้งส้นสูงที่ไม่เกาะพื้น มันกลับมาได้โดยปกตินี่ถือว่าเก่งมากเรยนะ

รู้สึกได้ว่าข้ามเขามา 4-5 ลูกได้ ขึ้นๆลงๆเขานี่แหละ แดดก็ร้อน พอมองย้อนกลับไป รู้สึกตัวเองเป็นแกนดาล์ฟเวอชั่นหน้าร้อน

รู้สึกได้ว่าข้ามเขามา 4-5 ลูกได้ ขึ้นๆลงๆเขานี่แหละ แดดก็ร้อน พอมองย้อนกลับไป รู้สึกตัวเองเป็นแกนดาล์ฟเวอชั่นหน้าร้อน

รู้สึกได้ถึงวิบากกรรมว่าทำไมต้องมาหาเรื่องปีนเขากันที่ฮ่ิงกิงด้วย ใครเค้ามาปีนเขาที่ฮ่ิงกิงกัน ทำไมไม่ไปเดินชอปปิ้ง กินน้ำมะม่วงข้างทาง หาเรื่องใส่ตัวทำไมเนี่ย นึกถึงว่าถ้าเป็นอีหนุ่มอีอีฟ (อย่างตอนไปพึงกะดู) มันคงบ่นตั้งกะสิบนาทีแรกและงอแงให้หันหลังกลับไปแล้ว นี่เป็นอีเบวเลยยังร่าเริงได้ต่อไป แต่คิดว่าถ้าเป็นไปได้จะจิกอีหนุ่มอีอีฟมาเดินดู อยากเห็นว่ามันจะทำยังไง ต้องหน้าร้อนชื้นแบบนี้ด้วยนะ

วิบากกรรมของอีเบว ทางเดินเจอน้ำท่วมเลยต้องไต่ข้างทางเอา

วิบากกรรมของอีเบว ทางเดินเจอน้ำท่วมเลยต้องไต่ข้างทางเอา

มีน้ำตกระหว่างทางด้วย เจอประมาณ 4-5 อัน เป็นน้ำตกจิ๋วๆ แต่เราดีใจมากอย่างกะเจอโอเอซิส เพราะเอาไว้ล้างตัวเยินๆ และน้ำเย็นๆทำให้รู้สึกดีขึ้นมาก

มีน้ำตกระหว่างทางด้วย เจอประมาณ 4-5 อัน เป็นน้ำตกจิ๋วๆ แต่เราดีใจมากอย่างกะเจอโอเอซิส เพราะเอาไว้ล้างตัวเยินๆ และน้ำเย็นๆทำให้รู้สึกดีขึ้นมาก

เราว่ามันเป็น the best trail เพราะว่ามีครบทุกอย่าง มีทั้งภูเขา น้ำตก ทะเล และไม่หนักมากแบบพึงกะดู เห็นฝรั่งเยอะ แต่ที่เกลียดคือ พวกเด็กวัยรุ่นหน้าจีนมากันหลายคน แต่พูดอังกิดสำเนียงอังกิดใส่กัน ชิ เกลียด (เกลียด แปลว่า อิจฉา)

ตอนช่วงขาลงเขาของจิงนี่ เริ่มร่าเริงน้อยลง พูดน้อยลง ซึม ก็เหนื่อยมากๆ พยายามเดินให้ถึงทางออกให้เร็วที่สุด นึกว่าอีกนิดๆ แต่ทำไมไม่ถึงซะที ยุงก็กัดมากมาย (มาดูขาหนูตอนนี้ได้) อีเบวก็เยิน ขาลงนี่ใช้เวลาอีกประมาณ 1 ชม. รวมแล้ว 2 ชม.กว่าๆ ทั้งหมด 4.5 km (แต่มันชันนะจ๊ะ) รอดมาได้นี่รู้สึกภูมิใจในตัวเองเป็นอย่างยิ่ง คิดว่าถ้ามาฤดูอื่นคงอาการดีกว่านี้

พอถึงทางออกแล้วก็ต้องออกมาหารถเมล์กลับ แต่ทำไมทางไปขึ้นรถเมล์ต้องเป็นเช่นนี้ อีเบวเห็นแล้วกรี๊ด

พอถึงทางออกแล้วก็ต้องออกมาหารถเมล์กลับ แต่ทำไมทางไปขึ้นรถเมล์ต้องเป็นเช่นนี้ อีเบวเห็นแล้วกรี๊ด

แต่รู้สึกดีไปอีกอย่างว่าได้ทำอะไรแปลกๆไปจากเดิมบ้าง หนูแนะนำให้มากันถ้าเบื่อการชอปปิ้งฮ่องกง แต่แต่งตัวมาดีๆนะจ๊ะ

6 Responses to “Shek O: The Best Trail in Asia”

  1. wat June 30, 2009 at 2:48 pm #

    น่าไปเดินยิ่งนัก

  2. DeeDee July 1, 2009 at 12:12 am #

    ไม่ได้ประชดชิมิฮะ อิอิ

  3. เต้ November 29, 2009 at 11:31 am #

    สุดยอดเลยครับ ผมไปมาเหมือนกันตั้งใจจะัไปเดินแต่ ลงป้ายไม่ถูกอะครับ เลยไม่ได้เดินเลย ไว้คราวหน้าอยากไปเดินเหมือนกันครับ

  4. DeeDee November 29, 2009 at 5:56 pm #

    ถามๆคนขับน่าจะช่วยลงป้ายได้นะ แนะนำว่าให้ไปถ้ามีเวลาเหลือจากชอปปิ้งและเป็นช่วงหน้าหนาวแบบนี้น่าจะอากาศดีมากมาย

  5. เต้ December 4, 2009 at 11:44 am #

    ขอบคุณครับ ยอมรับว่าเก่งมากกกก เดินได้ และด้วยรองเท้าอันนี้ สุดยอดมาก

    ของผมไปเดินเขาลูกเล็กๆ ที่ยื่นลงทะเลไปแค่นั่นเองครับ เหนื่อยอยู่นะครับ
    ผมว่าคนไทยยังไม่ค่อยไปที่นี่เท่าไหร่นัก

    คิดถึงฮ่องกงจัง อากาศคงเย็นสบายนะครับ

  6. Kooky June 11, 2014 at 9:07 pm #

    เล่าละเอียดดีจัง ขอบคุณนะคะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: