ฮ่องกง 08

24 Feb

มาฮ่องกงคราวนี้รู้สึกอะไรๆเปลี่ยนไปเยอะเลยนะ  ทั้งๆที่พื้นที่ก็มีอยู่แค่นี้ ไม่น่าจะเพิ่มอะไรได้อีก แต่ก็ยังมีอะไรให้แปลกใจอยู่

Tsz Wan Shan Centre

พวกที่มาเกาะๆต้องเคยผ่านกันทุกคน เป็นห้างแถวบ้าน ซึ่งจัสท์ๆ เหมือนขายอาม่าอากงมากกว่า แต่ตอนนี้ปรับปรุงใหม่ ดูมีชาติ มีร้านซูชิมาลงมากมาย อาม่าอากงก็โดนลูกหลานบังคับเข้าไปนั่งกิน แต่ร้านติ๋มซำเปลี่ยนเจ้าของใหม่ ไม่อร่อยเหมือนแต่ก่อน เสียกได้ว่าฮะเก๋าน่าจะเป็นของแช่แข็ง แถม 4 ลูก 27 บาท (บาทฮ่องกง กรี๊ดดดดดด) แถมหนูสั่งสองเข่ง ด้วยความเชื่อมานานว่า ฮะเก๋ากินที่ไหนในฮ่องกงก็อร่อย โกดค่ะ มีร้านเส่ียวหลงเปาเพิ่มมาอีก แพงไม่ต่างกัน แต่อร่อยดีนะ (มีปูด้วย ลูกละ 13 บาท แต่หนูไม่กินนะ) แต่พวกสินค้าทั้งหลายยังราคาถูกกว่าที่อื่นเหมือนเดิม ซึ่งเป็นข้อดี เพราะเราไปเจอรองเท้าคู่นึงของยี่ปุ่ง (แต่คิดว่ายี่ปุ่งปอม เอามาหลอกขายพวกเห่อ ญ ในฮ่อง) ที่หว่องกก (Mong Kok) ราคา 200 เราก็ว่าถูกจะตายอยู่แล้ว เกือบซื้อ แต่ตังค์ไม่พอ เลยกลับบ้านก่อน ก็เลยแวะดูที่ห้างนี้ ปกิสว่า แบบเดียวกันเป๊ะๆในราคาร้อยนึง กรี๊ด มันถูกกว่าครึ่งนึงเรยเหรอ เพราะฉะนั้นแนะนำว่า จะหาของอะไรให้หาห้างแถวบ้านก่อน กะอีกที่คือตรง Diamond Hill (อีเมเคยโปรดชิมิ) แล้วเทียบกับในแหล่งหลอกนักท่องเที่ยว จะเห็นว่าราคาต่างกันซิก

 

เรือข้ามฟาก

เดินหลงไปหลงมา จนมาโผล่ที่ไปรษณีย์ฝั่ง Central ซึ่งจำได้ว่าต้องทะลุไปรษณีย์แล้วจะเจอท่าเรือเรย ปกิส มันไม่มี หนูก็คิดว่าหนูโง่หลงทางอีกแล้ว ก็เดินไปอีกด้าน ซึ่งสังเกตว่า ตรงที่ให้รอเรือมันงามขึ้น เป็นกระจกใสๆล้อมรอบให้เห็นทะเลและฝั่งจิมซาจุ๋ย เพิ่งรู้ตอนหลังว่า เค้าสร้างใหม่หมด แล้วย้ายที่ด้วย ซึ่งที่เดิมคือที่เราหลงไปตอนแรก (หนูไม่ผิดนะ) ที่ใหม่ก็ต้องเดินไปอีกหน่อย แต่ไกลโคตรๆ ไม่แน่ใจว่าใกล้สถานีรถไฟมากขึ้นรึป่าว

 

รถไฟใต้ดิน

หนูเพิ่งรู้ว่ามีเพิ่มมาอีกสองสาย คือ สีน้ำตาล ไปนิวเทอริทอรี่ด้านขวา กะ สีราสเบอร์รี่ ไปด้านซ้าย ซึ่งด้านซ้ายนี่แต่ก่อนไปบ้านญาติ จำได้ว่าไกลมาก เดี๋ยวนี้มีรถไฟไปถึงแล้วเหรอนี่ แค่นี้ยังไม่พอ จะทำรถรางปอมๆวิ่งรอบแอเรียแถวน้ัน ซึ่งมีหลายสายมาก วิ่งวนไปมาหลายลูป ตอนแรกก็งง ว่าจ่ายเงินยังไง เพราะวิ่งบนดินอย่างเดียว และไม่มีท่ีกั้น ชาวบ้านที่ไหนก็เดินผ่านไปมาระหว่างชานชาลาได้เลย ก็วิ่งขึ้นรถไฟทั้งๆที่ยังไม่ได้แตะ แล้วมันก็คิดเงินตามระยะทางนี่นา ตอนหลังถึงรู้ว่า ตอนก้าวเข้าชานชาลา มันมีที่ให้แปะปลาหมึก (octopus card) อยู่ข้างหน้า ตอนลงก็แปะอีกรอบ อย่างนี้ใครเนียนไม่แปะก็ได้มั้ยนี่ แต่เห็นที่แปะปลาหมึกอย่างเดียวนะ ไม่มีที่ให้หยอดเหรียญ เราไปเกาะลันเตามาด้วย รถเมล์ในนั้นก็เป็นสายโลคอล เป็นคนละบริษัทกะในเมือง เราก็ตุ๊มต่อมว่าจะจ่ายเงินยังไง เหรียญไม่พอ โชคดีที่มีให้แปะปลาหมีกเช่นเดียวกัน เดี๋ยวนี้ปลาหมึกครอบคลุมมาก ซื้อของตามร้านที่เป็น chain store เราก็ปลาหมึกอย่างเดียว สะดวกดี

 

Nestea

อิอิ อันนี้จัสท์มาก ปกติชอบกินรสแพร์กันชิมิ ตอนนี้เห็นรสใหม่ แพร์ กะ กุหลาบ คิดได้ไงนี่ แพร์ก็กินแรงอยู่แล้วนะ นี่ก็กุหลาบได้ใจมากอีก แต่ดูอาต๊ิ (artificial) เกิน ชอบแบบแพร์เฉยๆมากกว่า

 

ฝ 

จิงๆอันนี้ไม่ได้เปลี่ยน แต่หนูเปลี่ยนเอง ตั้งแต่แยกสำเนียงภาษาอังกิดได้ ก็ไม่ค่อยได้เที่ยวคนเดียวเท่าไหร่ เลยไม่ได้ใส่ใจสิ่งแวดล้อมรอบตัวมาก คราวนี้ไปไหนคนเดียว แถมไปที่ที่ ฝ ผ่านเยอะๆ เลยเสียกได้ว่า ฝ ส่วนใหญ่ในฮ่องเป็นคนอังกิดนะ ก็ไม่น่าแปลกใจหรอก แต่นึกว่า อังกิดจะหายกลับประเทศกันเยอะแล้ว ไม่คิดว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยังเป็นอังกิดอยู่

 

ร้านค้า

พวกร้านรวงต่างๆ รู้สึกปรับเปลี่ยนกันมากมาย ร้านซูชิผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด บอสสินี่ก็เปลี่ยนโลโก้ด้วย ตอนนี้เป็นสีเขียวอย่างเดียวพร้อมกะรูปดอกไม้ซิลลูเอทขาวเขียวหนึ่งดอก ซึ่งเราว่าไม่สวยอ่ะ แต่เดี๋ยวนี้ไม่สนับสนุนบอสสินี่กะจิออละ เน้นเสื้อผ้าเด็กเจ็ดมากกว่า แต่รอบนี้ไม่ได้ซื้อใดๆ และมีร้านแบบเสื้อผ้าตลาดนัด แต่ถูกโคตรๆและงามดี แต่ก่อนเห็นไม่กี่ร้าน เดี๋ยวนี้เห็นแทรกซึมไปทุกที่ เจอบ่อยพอๆกับซาซ่าและบองชู้ (ร้านเครื่องสำอางค์ราคาถูกจนน่าตกใจว่าของปอมรึป่าว) เราเองเพิ่งเริ่มคิดได้ว่าทำไมเครื่องสำอางค์ท่ีน่ีมันถูกนะ บางอย่างถูกกว่ายี่ปุ่งด้วยซ้ำ เป็นไปได้ว่าที่นี่มันไม่เก็บภาษีใดๆ ทั้งนำเข้า (อาจจะเก็บบ้างแต่น้อย) ภาษีมูลค่าเพิ่ม ประเทศอื่นเครื่องสำอางค์เป็นของฟุ่มเฟือย ก็คงเก็บภาษีกระฉูดกันเลยออกมาแพง

 

สวนข้าง Chi Lin Nunnery 

จำชื่อไม่ได้ฮ่ะ ไม่ได้หยิบโบรชัวร์มา สร้างเสร็จแล้วนะ จำได้ป่าวว่าถ้าไปตรงวัด จะมีที่ข้างๆยังสร้างไม่เสร็จ ตอนนี้เปิดให้เข้าแล้ว ฟรีด้วย เป็นสวนแบบจีนๆ ต้นไม้งามดี ตัวอาคารก็งาม ดูเก่าๆเงียบๆแบบยี่ปุ่ง ยกเว้นว่า ต้นไม้กะก้อนหินอัดแน่นเกิน ไม่รู้จะเอามาลงทำไมนักหนา แล้วก็มีเก๋งจีนอันนึง ทาสีทอง เชื่อมด้วยสะพานสีส้มสะท้อนแสง คิดได้ไงนี่ อาคารอื่นจะทาสีน้ำตาลเข้มดูกลมกลืนดี ยกเว้นสีแป๋นๆตรงนี้แหละ ในนั้นมีร้านขายของที่ระลึก ซึ่งเป็นของมาจากทั่วโลก พวกขนมถุงๆน่ะ แต่แพงโคตร มีร้านอาหารเจ ราคาประมาณเกือบร้อยเหรียญ เดินอีกหน่อย มีที่ให้กินน้ำชา วิวดีงามมากๆ แต่เซทละเกือบสองร้อยเหรียญ กรี๊ด (แต่ถ้ามาจากนอ อาจจะว่าถูกก็ได้จ้ะ) คนที่กินคงคิดว่าทำบุญไปด้วยในตัว อ้อ ส่วนตรงข้ามบ้านที่มักมาอยู่กัน ตอนนี้กำลังสร้างสวนอยู่ ถ้าสร้างเสร็จคงจะกิ๊บเก๋มิใช่น้อย ตื่นเช้ามาเห็นสวนอยู่ตรงข้าม อิอิ

 

ฮะเก๋า เกี๊ยวกุ้ง

มารอบนี้รู้สึกกินอาหารมีเนื้อสัตว์ไม่อร่อยซักอย่าง ฮะเก๋าอาจจะเป็นไปได้ว่าของแช่แข็ง แต่เกี๊ยวกุ้งร้านโปรดนี่กินกี่รอบก็อร่อย ทำไมรอบนี้รู้สึกจัสท์ ต้องฝืนใจกัดกุ้งกรอบๆ สั่งโจ๊กใส่หมูชิ้นมาอีกชาม รู้สึกโจ๊กอร่อยเหมือนเดิม แต่หมูไม่อร่อย เสี่ยวหลงเปาก็ดี แต่กินซักพักเริ่มเบื่อหมู เอ๊ หรือว่ารอบนี้กินเจมากเกินไป กินเนื้อไม่ลงไปเลย แต่พอเป็นหมูแฮมเจนี่อร้อยอร่อย กินทุกวันเรยฮ่ะ หรือจะเดเวลอปกินเจจิงๆดีมั้ยนะ คนอื่นจะเดือดร้อนมั้ยนะว่าชวนหนูไปกินข้าวด้วยลำบาก อิอิ

 

หนาว

ฮ่องกงหนาวมั่กๆ หนูเพิ่งมาจาก -20 C แต่หนูรู้สึกว่าชิคาโกอุ่นกว่ามากมาย ในบ้านน่ะ ที่นี่ 10 องศายังไง ในบ้านก็อย่างนั้น ปกติอยู่บ้านในชิคาโกใส่เสื้อกะกางเกงอย่างละตัวก็อยู่ได้ เพราะข้างนอก -20 แต่ในบ้าน 30 C (คุณนางฟ้าปรับซะอย่างกะอยู่เมืองไทย หนูต้องไปเอาลงประจำ ถ้าฮีตเตอร์พังหนูจะสมน้ำหน้า ชิ) แต่อยู่ฮ่องหนูต้องใส่ขนเป็ดเดินไปเดินมาราวกับว่าติดลบห้า คืออยู่บ้านเมตะบอลิสมต่ำน่ะ หนาวง่าย ต้องใส่อะไรหนาเกินจิง แล้วพอเชคอุณหภูมิ ที่ฮ่อง ถ้า -10 C จะ feels like -10 หรือ -9 ในขณะที่ชิคาโก -20 C แต่feels like -29 ก็เลยเพิ่งเกทว่า ต้องเชื่อ feels like จิงๆนี่เนอะ เพราะปกติคิดว่า feels like นี่ของปอมเชื่อไม่ได้ แต่ชิคาโกลมแรงซีเวีย ต้องเอาความเร็วลมมาคำนวนด้วยมั้ง แต่คนที่นี่โอเวอร์เดรสซีเวียร์ 13 C ใส่พัฟเฟอร์กันถ้วนหน้า ก็เดาเอาว่าคงเป็นพัฟเฟอร์แบบโพลีเอสเตอร์ไม่งั้นเหงื่อซ่กกันได้ ส่วนพวกผ้าพันคอ หมวก บูท แต่งกันเต็มยศเรย ราวกะว่า 0 C ก็เข้าใจค่ะว่าอยากใส่และมันหนาวได้แค่นี้ หนูเลยดูแต่งตัวบ้านไปเรย ไม่มีแอคเซสซอรี่ซักอย่าง 

 

มีเรื่องตื่นเต้นนิดนึง ตอนข้ามเรือมาถึงจิมซาจุ๋ย จะต้องผ่านด้านข้างของ Harbour City ชิมิ ซึ่งจะมีทีวีจอใหญ่ๆ หนูข้ามมาเจอตอน เฉินกวันซี (คนที่นี่เรียก ฉั่นกุนเฮ้) ยอมมาแถลงข่าวที่ฮ่องกงพอดี คนยืนดูกันใหญ่ เสียดายไม่ได้เอากล้องไป ฝรั่งก็ยืนดู เราก็นึกในใจ ฝรั่งพวกนี้รู้เรื่องกะเค้าด้วยเหรอ ซักพักนึง มีคุณลุงชาวอังกิดมาถามเราว่า นี่รายการทีวีเหรอ คนยืนดูอะไรกัน เราก็เลยอธิบายเรื่องราวไป คุณลุงก็ถามว่าเมื่อวานเห็นมีดาราผู้หญิงอีกคนตาย (อาเฝ่ยเฝย หนูไม่รู้ว่าจิงๆเค้าชื่ออะไร พ่อเรียกแต่ชื่อนี้) เราบอกไปว่า อ๋อไม่เกี่ยวกัน แต่แอบแปลกใจว่า เค้าจัสท์นักท่องเที่ยว (มากะครอบครัวฮ่ะ แล้วส่งคุณลุงเป็นตัวแทนมาถามเรื่องโลคอล) แต่รู้เรื่องไร้สาระนี่ดีจิง พอหันไปอีกด้าน ก็เห็น ฝ อีกคนถามคนฮ่องกงอยู่เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วพอตอนเย็นเรากลับมาบ้าน ในทีวีมีแต่ข่าวนี้จนเบื่อ ต้องเอาผู้เชี่ยวชาญมาวิเคราะห์กันมากมาย รูปทั้งหลายก็เอาขึ้นอยู่นั่นแหละ เค้าอุตส่าห์ขอร้องอย่าเผยแพร่ นี่ก็โชว์กันเข้าไป ตาสีตาสาอย่างพ่อเราที่ไม่เคยเห็นรูปใดๆก็เห็นไปด้วยแล้วเนี่ย แถมบางรูปเป็นลอทใหม่ (เช่น เฉินกวันซีอาบน้ำ) เราไม่เคยเห็นมาก่อน ก็เอามาอัพเดท ไม่เข้าใจสื่อพวกนี้ ว่าจะโชว์หาอะไร ก็โชว์หน้านักวิจารณ์ไปเซ่ ไม่ต้องโชว์รูป แล้วซักพักนึง ข่าวตัดไปท่ี Harbour City ให้เห็นว่าคนยืนดูกันทีวีกันใหญ่เรย กรี๊ดๆๆๆ ทำไมไม่มีหนู หนูก็ยืนอยู่นะ 

 

One Response to “ฮ่องกง 08”

  1. benzai February 24, 2008 at 9:10 am #

    อ่า….กระตุ้นความอยากไป (อีกรอบ)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: