10 ของเทพ ณ เมืองหลวงของโลก

8 Feb

เติมให้ครบสิบข้อแล้วจ้ะ

 

ก็ต้องเกริ่นก่อนว่า ที่หายตัวไปนี่ หนีไปแรดนิวยอร์คมา จิงๆก็ไม่ได้ว่างหรอก แต่ปีใหม่ที่ผ่านมาไม่ได้ไปไหนเรย และก็ไม่ได้ไปเที่ยวไหนมานานแล้วด้วย เสาร์อาทิตย์อยู่แต่แลบ เลยขอไปซักที่ก่อนกลับเมืองไทย ตอนแรกวางแผนไปเปรู (ถึงขึ้นซื้อโลนลี่แพลนเนทมาเตรียมพร้อม) ปกิส มีปัญหาเรื่องวีซ่ากลับเข้าเมกาตอนหลัง ไปได้อย่างมากแค่ประเทศใกล้เคียงอย่างเมกซิโกหรือแคนาดา ก็ยอมเปลี่ยจาก อินคา เป็น มายา ก็ด้ะ แต่ก็มีปํญหาเรื่องวีซ่ากลับเข้ามาอีก เพราะรอบนี้ต้องออกแล้วออกเลย เลยเหลือเป็นเขตร้อนในเมกาก็ด้ะ อยากหนีหนาว เล็งไปฟลอริดา ไปดิสนีย์รีสอร์ต และไมอามี่ เชคไปเชคมา ไม่สามารถไปทั้งสองที่ด้วยระบบขนส่งมวลชน ต้องเช่ารถไปเท่านั้น เซ็งค่ะ ประเทศนี้เที่ยวไหนเองลำบากมาก เลยเอาที่ที่เที่ยวง่ายๆก็ด้ะ และมีอะไรให้ทำ และมีคนให้เกาะ ก็เลยมาที่ช้อยส์นิวยอค 

นิวยอครอบที่แล้ว รู้สึกไม่ประทับใจเท่าไหร่ ทำตัวนักท่องเที่ยวเกิน (ความผิดอีพร) แต่ละที่ที่ไปก็จัสท์ (ก็ดี แต่ไม่รู้สึกเทพ)  แต่ไม่ไปก็ไม่ได้ คราวนี้เลยเน้นทำอะไรไพร่ๆ ไม่ต้องไปมันหรอกพวกสถานที่ท่องเที่ยวน่ะ ให้คนโลคอลพาเที่ยว เลยรู้สึกแอพพรีนิวยอร์คจัง กิจกรรมหลัก คือ นินทาชาวบ้าน กัดกันเอง ไฟลท์ไปนั่นไปนี่ ทำเรียวลิตี้ หาของกิน รอรถไฟไปก็ตะโกนเม้าทั้งๆที่เสียงดังอย่างนั้นแหละ รู้สึกว่ากลับมาเจ็บคอเรยค่ะ

 

ขอแนะนำตัวละครก่อนเหมือนเดิม

อีดิ๋ว แม่บ้านประจำเมืองบร๊อง (Bronx ) มาตั้งรกรากได้ประมาณ 6 เดือน แต่เชี่ยวเรื่องเที่ยวและเรื่องกินเป็นพิเศษ อาชีพหลักคือผลาญเงินสามี อิอิ อีนี่มักจะบอกว่า ตัวเองอยู่นิวยอร์ค แต่จะไม่บอกว่าอยู่บร๊อง สำหรับคนที่ไม่เกทนิวยอร์คเท่าไหร่ ก็ขออธิบายก่อน นิวยอคเป็นทั้งชื่อรัฐ และชื่อเมือง ซึ่งเมืองที่เรียกว่านิวยอคจะรวม เกาะแมนฮัตตัน บรู๊คลิน (Brooklyn) และควีนส์ (Queens) ในเกาะแมนฮัตตันก็แบ่งซอยยิบย่อยอีก ซึ่งมีตั้งแต่ย่านไฮโซรวมตัวคนรวย กะย่านไพร่มาก ซึ่งเรียกว่า ฮาร์เล็ม ด้านเหนือของเกาะจะติดกะแผ่นดินที่เรียกว่า บร๊อง ซึ่งเป็นย่านไพร่มากกกกก อาจจะคุ้นๆกันว่า เจโล มาจากจังหวัดนี้แหละ มีแต่คนจน คนดำ และคนน้ำตาล (หมายถึงฮิสปานิค พวกตั้งแต่เมกซิโกลงไปอพยพเข้ามา) อีดิ๋วจะบอกว่า ที่ฮาร์เล็มไพร่กว่าบร๊องอีก แต่ได้รวมเป็นนิวยอค ซิตี้ แต่บร๊องไม่ได้ โกด  (อีดิ๋วมาแก้ให้ฮ่ะ ว่าถ้าเรียกเป็น นิวยอคซิตี้ จะรวมบร๊องด้วย แต่ถ้าเวลาเขียนที่อยู่เป็นเมืองแล้วต่อด้วยรัฐ คือ New York, New York จะหมายถึงสี่ย่านที่ว่า โอ๊ย ปวดหัว)

 

พี่หนึ่ง ก็เคยเอ่ยถึงมาหลายรอบแล้ว รอบนี้มาเกาะเที่ยวด้วย เป็นการเหยียบนิวยอร์คครั้งแรกของพี่หนึ่ง

 

น้องแยม (หลังๆเรียกกันเองว่า  อีน้องแยม อีแยม หรือ อีเด็กเจ็ด) เป็นเด็กเจ็ดที่มาตั้งรกรากในนิวยอร์คได้ปีนึงละ เจอกันมาก่อนเมื่อปีใหม่ที่แล้ว ปีนี้ชีอัพเกรดเป็นเด็กเจ็ดมีชาติ เชี่ยวชาญมาก โดยเฉพาะของกินเทพๆ (อีนี่เอาคำว่า เทพ มาปล่อยค่ะ เอะอะอะไรก็เทพไปหมด แต่มันเชื่อได้จิงๆนะ)

 

 สิบอันดับนี้ ไม่ได้เรียงมากไปน้อยนะ ไม่มีความสามารถในการจัดอันดับค่ะ ชอบไปหมด 

 

1. เค้ก  ญ

ในนิวยอคมี ญ (ยี่ปุ่ง) อยู่เยอะมาก เลยมีอะไร ญๆ มากมาย อีดิ๋วพาไปชิมเค้กร้านนึง คนขายเป็น ญ ซึ่งอีีน่ีก็ไม่เคยลอง แต่อ่านเจอใน menupages (อีนี่เป็นเจ้าแม่เวบนี้มาก) ว่าดีงาม สภาพร้านๆก็จัสท์น่ะ ร้านเล็กๆ เค้กก็มีไม่กี่แบบ ที่นั่งก็ไม่มี มีให้นั่งข้างนอก ซึ่งหนาวใครจะนั่ง  แต่เค้ก อะหร่ียส์มีกๆ (อร่อยมากๆ) ชื่อร้าน panya มีขายหนมปังด้วย แต่หนูซื้อแต่เค้ก ไปมันทุกวัน จนคนขายจำหน้าได้แล้วมั้ง ของดีร้านนี้คือ ทีรามิสุชาเขียว ด้านบนโปะด้วยถั่วแดง อีกอย่างที่พี่หนึ่งและอีดิ๋วชอบคือ yuzu and pear mousse ซัมซิง จะเปรี้ยวๆจากยูซุ ด้านบนโปะด้วยแพร์ เนื้อจะนิ่มๆซอฟท์ๆ ละลายในปาก พี่หนึ่งเสี่ยงตายถือขึ้นเครื่องไปให้พี่เพียวกินที่ชิคาโก พี่เพียวเซ่ด กินแล้วรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ใต้ต้นยูซุในคืนพระจันทร์เต็มดวง มีกระต่ายเต้นรำอยู่รอบๆ (คิดไปได้…) อีกอันที่ชอบคือ cheese souffle เพราะเราทั้งหมดมีความเห็นตรงก้นว่า cheesecake factory รสชาติไพร่มาก (แรกๆก็ชอบแหละ หลังๆเริ่มยอมรับความจิงแล้วว่าไพร่) คือเราไม่ชอบชีสเค้กแข็งๆกันอ่ะ แบบอัดฟิลาเดเฟียครีมชีสล้วนๆ มันจะออกมาแข็งๆ (อีแยมต้องนั่งรถไฟออกไปนอกเมืองสองชม.เพื่อไปกินแฟคตอรี่ชีสเค้ก แล้วกลับค้นพบว่ามันไพร่) จิงๆแล้ว new york cheesecake เป็นของมีชื่อ แต่ไม่กินค่ะ ขอกินเค้ก ญ ในนิวยอคแทนได้มะคะ ระหว่างนั้นไปกินร้านเค้กแบบฝรั่งอีกร้านชื่อ Cafe Lola ตกแต่งเก๋มาก บรรยากาศดี มีเค้กให้เลือกเป็นสิบๆอย่าง น่ากินทุกอย่าง แต่พอสั่งมาแล้ว ก็อร่อยนะ แต่ไม่เทพ เด็กเจ็ดแนะนำร้านเทพโคตรๆมาอีกร้าน อีนี่บรรยายว่า เป็นร้านอยู่ใต้ซุปเปอร์มาเกต ญ ดูบ๊านบ้าน แต่เทพที่สุด อ่ะ ก็เชื่อมัน ปกิสว่า มันคือ Italian Tomatoes ร้านคาเฟ่ที่หนูชอบไปนั่งประจำตอนอยู่ยี่ปุ่ง ซึ่งเค้กอร่อยจิง แต่ความเทพระดับนี้มีหลายร้านใน ญ แต่ที่นิวยอคนี่ ถือว่าเทพสุดละ ก็แนะนำว่า ถ้าต้องการเค้กชิ้นๆหั่นจากก้อนใหญ่ เช่น ชอทเค้ก มองบลอง ทีรามิสุ ร้านนี้อร่อยสิ้น แต่ถ้าต้องการมูสๆ แนะนำปังย่าค่ะ 

 

 

เขียวๆสองอันคือ ทีรามิสุชาเขียว แถวหน้าด้านซ้ายคือ cheese souffle ท่ีเด่นๆนี่คือ ยูชุ

 

นี่เค้ก ฝ น่ากินมากๆ แต่รสชาติไม่เทพ 

 

2. อาหาร ญ

ข้าวกล่อง

ตั้งแต่วันแรก ก็กินอาหาร ญ และกินจนวันสุดท้าย จนเริ่มงงๆ ว่าไปประเทศไหนมา อาหาร ญ​ มากมายจิงๆ ตั้งแต่วันแรก อีดิ๋วก็พาไปกินร้านข้าวกล่อง ญ เห็นแล้วกรี๊ดกร๊าดมาก อยากกินอาหารด้งๆมานานแล้ว เช่น คัทสึด้ง โอยาโกะด้ง แถมมีข้าวปั้นอีก กรี๊ดๆๆ ร้านนี้มีแบ่งพื้นที่ให้ Beard Papa เข้ามาขายด้วย แต่มันเองก็มีเค้กน่ากินๆอยู่ (ซื้อมูสมะม่วงร้านนี้มา แต่ไพร่อ่ะ ร้านไม่ผิดนะ แต่มันผิดที่ใช้มะม่วงที่นี่) 

 

โซบะ

มื้อต่อมา เรารีเควสท์จากที่อ่านเจอใน บลอกนี้ เป็นร้านโซบะที่ทำเส้นสด อีด ิ๋วนี่ ผ่านแอเรียแถวร้านนี้ไม่รู้กี่รอบ แต่ไม่เคยสนใจร้านไพร่ๆนี่ จากภายนอกมันเรียบๆมากไม่น่าสะดุดตา แต่คน ญ และ ฝ กินมากมาย เส้นโซบะก็เหนียวหนึบจิงๆ ถึงแม้กลิ่นจะยังไม่ค่อยได้ ตอนจบ ยกน้ำต้มโซบะมาให้ด้วย (สำหรับโซบะเย็น)  อีดิ๋วไม่เคยเจอ งง ว่าเอามาทำไม ออริจิแนวจิง จะต้องเอาน้ำนี่เทรวมกะน้ำซีอิ๋วที่เหลือจากการจุ่มโซบะ ก็จะได้น้ำเค็มๆไว้กินตอนจบ  

 

ราเมง และ โอเด้ง

มื้อถัดมา ก็ไปตามหาร้านราเมงกัน อีดิ๋วก็ได้ข้อมูลจากแหล่งเดิม แต่มันแอบมีเมนูปอมให้อีพรด่า คน ญ แน่นร้านจิงๆนะ แบบว่ากินไปอ่านนสพ. ญ ไป ตอนเปิดเมนูมานี่กรี๊ด เพราะกะมากินราเมงอย่างเดียว แต่มันมีโอเด้งขายด้วย (เค้าขายด้วยกันได้หรอ) คือแบบว่า เราเสี้ยนโอเด้งมานานมากๆแล้ว โอเด้งคือ พวกหัวไชเท้า เต้าหู้ ไข่ ชิกูว่า ของอีหรอบเนื้อบดผสมแป้งอื่นๆ เอามาต้มกับน้ำซุป แล้วกินกับมัสตาร์ด ตอนอยู่ ญ นี่แอดดิคอีนี่ไปช่วงนึง และอีพรเซ่ด โอเด้งใน 7-11 อร่อยสุด ก็ต้องเดินไปถึงแม้จะแอบไกล ในเมืองไทย ก็มีแต่โอเด้งปอม คือเป็นฟีวหมูกะทะแทน หาที่ไหนไม่ได้ จนมาเจอในนิวยอค ไม่น่าเชื่อ กินวันแรกไปสองชิ้น อีดิ๋วเกินอาการเสี้ยนตาม วันที่สองต้องไปกินอีกรอบคนละห้าชิ้น อิจฉาอีดิ๋วค่ะ ที่กินโอเด้งเมื่อไหร่ก็ได้ ส่วนราเมง ร้านนี้ก็โอ วันรุ่งขึ้นก็ไปกินร้านดังเบอร์สองของเวบเมนูเพจ ก็โอ พี่หนึ่งก็ประทับใจเชียว เพราะชิคาโกไม่มีอาหาร ญ แบบนี้ (มีแต่ข้าวห่อสาหร่ายปอม แต่อร่อยดี) หนูว่าอร่อยนะ แต่ไม่รู้คนอื่นจะว่ามันอร่อย MSG ป่าว อิจฉาอีดิ๋วอีกละ อยากกินราเมงก็หาง่ายๆ ชิ แต่ เด็กเจ็ดให้ข้อมูลของเทพอีกละ อีนี่บอกว่า มีร้านราเมนเทพอยู่ซักที่ เป็นร้านเพิงๆ มีแค่สามโต๊ะ แต่ความอร่อยขั้นเทพ ยังไม่มีโอกาสได้ไปลองค่ะ ไว้รอบหน้าจะให้พาไป

 

 

โอเด้ง 

 

ไก่ย่าง

เนื่องจาก วันก่อนหน้าไม่ฟูลฟิวอาหารเกาหลีเท่าไหร่ เพราะคนขายไม่ให้ย่างเอง ออกแนวรีบๆกินแล้วรีบๆออกไป จะได้เอาลูกค้าใหม่ เลยพยายามหาของย่างต่อ ร้านนี้ออกแนวอิซาคาย่า คือ เป็นร้านเหล้า แล้วสั่งพวกของย่างมาเป็นกับแกล้ม เช่น ยากิโตริ (ไก่ย่าง) ไม่ฟูลฟิวอยู่ดี แต่ก็อร่อยดีนะ คนไทยมากมาย ที่ทำให้กรี๊ดคือ มี cassis (เสียดายที่ไม่เป็น cassis orange เป็นเหล้าทำจากผลไม้อีหรอบส้ม แต่หวานมาก ตอนอยู่ ญ สั่งแต่อีนี่ประจำ (อยู่ ญ ใครๆก็บังคับสั่งคอกเทลหรือเบียร์ค่ะ) แบบว่า เป็นอะไรที่ไม่ได้กินมานานแล้วเหมือนกัน

 

เนื้อย่าง

ในที่สุด วันสุดท้ายก็ได้ฟูลฟิวอีดิ๋ว เพราอยากเนื้อย่างแนวหัวเหม็นมานาน แต่หาคนกินเนื้อด้วยไม่ได้ ก็ไปเจอร้่านเนื้อย่าง ญ ซึ่งวันจันทร์ลดราคาเนื้อ 50% ก็สั่งเต็มที่ค่ะ พนักงานร้านนี้แอบไม่ ญ แต่คนข้างในเป็น ญ รสชาติให้ผ่าน เนื้อก็นุ่มๆดี แต่อีดิ๋วเซ่ด มีร้านเทพกว่านี้ในเมนูเพจ แต่ช่างมัน พอใจร้านนี้แล้วค่ะ

 

ทาโกะยากิ 

อันนี้ทั้งอีดิ๋วและเด็กเจ็ดเห็นตรงกันว่า เป็นร้านเทพมากๆ ลักษณะเป็นเพิง มีเก้าอี้ให้นั่งกินนอกร้านตัวนึง ให้ฟีวเหมือนกินที่ ญ ขายเป็นเซทกะโอโคโนมิยากหรือยากิโซบะ เอาเป็นว่า คนต่อคิวออกมามากมายถ้ามาวันเสาร์อาทิตย์ แต่มันมีร้านทำสดแบบนี้แค่ร้านเดียวในนิวยอค ไม่งั้นอาจจะมีคู่แข่ง

 

3. ฮอท ชอคโกแลต

หนูไปชอบร้านฮอทชอคโกแลตร้านนึงมากๆที่ซัปโปโร ซึ่งมันมีแค่สองสาขาในโลกคือ ที่อิตาลีกะซัปโปโร ลักษณะจะเป็นชอคโกแลตข้นคลั่ก กินแล้วได้ใจมาก แต่หาที่ไหนอีกไม่ได้ เด็กเจ็ดคนเดิมมาบอกว่า มีร้านฮอทชอคโกแลตขั้นเทพ ซึ่งมีหลายสาขาด้วย แถมมีพิซซ่าชอคโกแลตอีก อ่ะๆ เชื่อเด็กเจ็ด อีนี่่บอกอะไรไม่เคยพลาด เราไปกะอีดิ๋วสองคน (ซึ่งตอนนั้นอ่ิมมากแล้ว) ร้านชื่อ Max Brenner ก็สั่งชอคโกแลตมาคนละแก้ว เราเพิ่งรู้ว่า แบบข้นคลั่กที่เราชอบเรียกว่า classic italian hot chocolate หวานไปนิดนึง แต่พอใจ แต่อีดิ๋วไม่แอพพรีตาม ทีนี้ ไปกันตอนเย็น ในช่วง happy hour พอดี (ที่นี่เน้นแฮปปี้อาวเอ้อกันทุกร้าน) ช่วง 4-8 PM สามารถสั่งคอกเทลสองแก้วในราคาหนึ่ง ด้วยความงกกัน ก็เอาสิ สั่ง smirnoff chocolate martini ซัมซิง ก็อร่อยดีนะ แต่ มันแรงมากกก และค้นพบว่า เอาเหล้ามาปนกับชอคโกแลตจะเลี่ยนได้ แถมต้องรีบๆกินอีก เพราะต้องไปดูโอเปร่า แล้วยังมีฮอทชอคโกแลตคนละแก้วใหญ่ๆอีก ก็ซดมาทินี่เอื้อกๆกัน แต่เราได้แค่ครึ่งแก้ว อีดิ๋วเอาซะหมดแก้วแล้วเซ่ด ชั้นไม่ไปดูโอเปร่าแล้วนะ จบข่าว 

 

ชอคข้นคลั่ก

 

มาทินี่ 

 

4. เฟรนช์ฟรายส์

เอาอีกแล้ว โดนเด็กเจ็ดชักนำ ขณะเดินๆอยู่ในละแวกนั้น เด็กเจ็ดโทรมา พอรู้สถานที่ อีนี่แนะนำว่า มีร้านเฟรนฟรายขั้นเทพ ตอนแรกก็จัสท์ กะอีแค่เฟรนฟราย เด็กเจ็ดอินดิ๊วต่อว่า มันมีร้อยซอสนะ (จิงๆไม่ถึงหรอก อีนี่เอกแซกเจอเรท) พอบอกแค่นี้ปุ๊บ ก็ยอมไปกันเรยฮ่ะ ก็ไปเดินหา บอกว่ามีป้ายรูปเฟรนฟรายใหญ่ยักษ์ เจอแต่แฮมเบอร์เกอร์อ่ะ นึกว่าโดนเด็กเจ็ดหรอก ดูไปดูมา มีร้านเพิงๆอีกละ ข้างหน้ามีลิสท์รายชื่อซอส เป็นสิบๆ หน้าร้านเขียนว่า Belgian fries ซึ่งพวกมันฝรั่งทอดออริจิแนวเค้าว่าต้นกำเนิดอยู่ที่ เบลเยี่ยม อ๊ะ ดูมีชาติ เปิดประตูเข้าไป คนขายท่าทางเป็นแม่กะลูกชาย แต่หน้าเอเชียนมาก แล้วมันของแท้ได้ไงนี่ คนแน่นร้านมาก มีให้ขอชิมซอสก่อนได้ ก็จะเอาซอสหยดบนทิชชูกะมันฝรั่งเล็กน้อย เห็นคนนึงทำตัวไพร่มาก พอได้ทิชชู่นี่ปั๊บก็เดินออกเรย ทีนี้เราก็ขอชิมอันที่ขายดีสุด ป้าก็กดให้ทีสี่ซอสเรยค่ะ ซึ่งตอนแรกอีดิ๋วเลือกแต่ซอสที่ชื่อดูมีชาติ เช่น มีโรสแมรี่ เพสโต้ มีอันนึงเป็น สับปะรดเวียดนาม อีดิ๋วก็แบบชื่อบ้าน ไม่เอาหรอก แต่หลังจากกินอย่างไบลนด์เทสท์ อีดิ๋วดันชอบของเวียดนามมากสุด สรุปพวกเราก็นิยมของไพร่ๆเหมือนเดิม หลังจากนั้นก็สั่งมาอันนึงแบ่งกัน (ตอนนั้นอิ่มแล้ว) อีดิ๋วก็เกิดอาการจุดประกายทำเรียวลิตี้มันหน้าร้านนี่แหละ เป็นเรียวลิตี้อันแรกที่ทำ แต่เอามาลงไม่ได้ค่ะ คงต้องขออีดิ๋วเป็นการส่วนตัว อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นไปเจอเด็กเจ็ดกะเพื่อนฮิปฮอป เพื่อนนี่เซ่ด เฟรนฟรายนี่อร่อยเหรอ อ้าวๆๆๆ โดนเด็กเจ็ดหลอกชิมิ

 

 

 

 

5. สะพานพุทธ 

อีดิ๋วเสียกได้แล้วว่า ชีวิตนี้มันจะไม่ไปไหนอีกแล้วในนิวยอค นอกจากอีสองถนนสะพานพุทธนี่ จิงๆเรียกว่า St. Marks อยู่ใกล้ Union Square มีคนเดินเยอะไม่ว่ากลางวันกลางคืน แต่ไปครั้งแรกตอนกลางคืน นำทางโดยเด็กเจ็ด คนที่เดินส่วนใหญ่ก็เป็นวัยรุ่น ให้ความรู้สึกสะพานพุทธ ร้านแนวพังค์ๆก็เยอะอยู่ แต่ที่สำคัญกว่าคือ ร้านที่กล่าวมาในข้อ 1-4 อยู่ละแวกนี้ทั้งสิ้น เป็นร้าน ญ มารวมตัวกระจุกกัน แถมมีซุปเปอร์มาเกท ญ อีก ถ้าไม่ ญ ก็มีร้านเก๋ๆน่าเข้าไปลองอีกมากมาย คนที่มากินๆก็ไม่ได้มีแต่หน้าจีน เห็น ฝ มากมายอยู่นะ และมักจะเป็นคนโลค่อล เพราะนักท่องเที่ยวไม่มากันหรอก เค้าคงไม่รู้น่ะ จิงๆแล้วมารอบนี้เรากะไปเดินโซโหด้วย ซึ่งอยู่ถัดลงไปอีก แต่ไม่ได้ไปใดๆ เพราะโดนอีสะพานพุทธนี่ดักไว้

 

ขอเขียนแค่ห้าข้อก่อนค่ะ ขอหนีไปทำงานทำการก่อน 

 

เครดิต

อีดิ๋วเคลมว่า คำว่า เด็กเจ็ด มันเป็นคนคิดค้นนะ แต่อีแฮ่นเอามาใช้บ่อยมาก จนนึกว่าอีแฮ่นเป็นคนคิดกัน คำว่า จัสสสสท์ นี่ก็อีดิ๋วเช่นเดียวกัน ส่วนเมืองหลวงของโลกนี่ พี่เพียวเป็นคนเซ่ด  

 
 มาต่อค่ะ

 

6. ฮอทดอก

ของเกลื่อนกลาดในเกาะแมนฮัตตันคือ รถเข็น ขายของไพร่ๆ เช่น ฮอทดอก เพรทเซล คุนิช (ไพร่ แต่หนูชอบ) ไก่ย่าง ฟาลาเฟว และอีกมากมาย แต่ส่วนใหญ่คล้ายๆกันคือ คนขายดูอพยพมา มักจะหน้าตาแถวตะวันออกกลางไม่ก็เมกซิกัน รถเข็นคาดว่ามาจากบริษัทเดียวกัน เพราะรูปทรงเดียวเป๊ะๆ ต้องมีหม้ออบเพรทเซลอยู่ด้านขวามือ บางร้านมีแปะสติ๊กเกอร์รายการอาหารแบบเดียวกันอีก แต่อีดิ๋วบอกว่า มีฮอทดอกร้านนึงเป็นของดี คนในเวบที่มันติดตามมาแนะนำว่าเป็นฮอทดอกมีชาติ เป็นร้านเดียวที่คนมาต่อแถวเข้าคิว คนขายเป็นเยอรมัน เพราะฉะนั้นไส้กรอกจึงออริจิแนวเยอ มีช่วงนึงคนขายหายไป พนักงานออฟฟิศที่เป็นขาประจำเดือดร้อนกันมาก ถึงขึ้นต้องมาประกาศตามหาคนขายกันในเวบ ก็มีคนไปหากันจิงๆ ปกิสว่า คนขายกลับบ้านไปเชียร์บอลโลก และมีคนไปติดตามถึงขั้นว่า ตอนเช้าไปเอารถเข็นจากที่ไหน เข็นออกมากี่โมง ตั้งร้านกี่โมง แฟนคลับเยอะขนาดนี้ มีหรืออีดิ๋วจะพลาด แต่หลังจากที่อีดิ๋วเห็นคิวยาวเหยียดก็ถอดใจ แต่คิดว่าจะต้องกินให้ได้ซักวัน พอดีเรามา ก็ชักชวนไปกินกัน แต่ไปวันเสาร์ ไม่ขายค่ะ ก็จ๋อย หนูก็พยายามถามว่า ใช้รถเข็นอื่นป่าว อีดิ๋วบอกว่า ไม่ใช่ นั่นของปอม ถ้าของจิงต้องมีร่ม lufthansa กะป้่ายชื่อร้านว่า ฮัลโหล เบอลิน 

 



วันจันทร์เลยไปใหม่ ไปตอนบ่ายสามกว่า ซึ่งเกือบซวยใกล้เวลาร้านปิดแล้ว แต่ก็โชคดีไปที่ไม่มีคนต่อคิว เพราะพนักงานออฟฟิศคงทำงานกันอยู่ พอเห็นชื่อเมนู ก็เครียดค่ะ บ้าบออะไรนี่ มีแต่ worstๆๆๆ หนูไม่รู้จักซักอย่าง แต่เวิสท์พวกนี้จะมีชื่อให้เรียกง่ายๆเป็นชื่อยี่ห้อรถ ปอเช่ บีเอ็ม ออดี้ แถมมีขายเป็นคอมโบเซทด้วย ซึ่งเซทก็เป็นชื่อผู้นำ เช่น เชอชิล สตาลิน เหมาเจ๋อตุง เจเอฟเค หนูกะอีดิ๋วยืนงงตาแตกอยู่พักนึงก็สรุปว่า เอาเชอชิลกะโฟล์กสวาเก้นและบีเอ็ม แต่อีดิ๋วกระซิบว่า เราเฟคเป็นเมกันชวนลุงคนขายคุยดีมั้ย เผื่อได้แถม ก็เลยให้ลุงเลือกไส้กรอกที่คิดว่าอร่อยที่สุดให้ ลุงก็เลือกแล้วทอด เสร็จแล้วก็หั่นด้วยกิโยตินแบบเรียงเป็นตับ คือหั่นเป็นแว่นแบบเซเว่นน่ะ แต่ฉับทีเดียวพร้อมกันหมด เซเว่นควรมาดูงาน แล้วเอาสลัดมันฝรั่งโปะ ราดซอส โปะหอมทอด หอมดอง แล้วโปะมีทบอล แล้วก็มีหนมปังก้อนๆหนึ่งอัน ทั้งหมดราคา 10 บาท แพงมีกๆสำหรับรถเข็นไพร่ๆ แต่หลังจากกินแล้ว อะหรึ่ยส์มีก แบบว่ากินอีซี่อีกไม่ได้แล้ว แล้วก็สั่งเซทสองต่อเรย ลุงก็ชวนคุยเรื่องเมืองไทย ก็ดีได้ซาวเคร้าแถมมากมาย อิอิ แต่เห็นคนสั่งฮอทดอกแบบทั่วไปก็มีนะ ก็แค่สอดหนมปัง พอบ่ายสามครึ่งปุ๊บ ลุงเก็บของเรยค่ะ ยังมีไส้กรอกทอดไว้แล้วอยู่บนเตา แถมมีไส้กรอกเหลืออีกเต็มถัง พอมีคนมาขอซื้ออีก ลุงบอกว่าไม่ขาย ร้านปิดแล้ว ตายแระ ทำตัวยุมากๆ เหมือนขายสนุกๆน่ะ เห็นว่าตอนนี้ลุงเก็บตังค์ได้มากมาย จนจะเปิดร้านจิงจังแล้วค่ะ ส่วนอีดิ๋วคงจะมากินเรื่อยๆ และรอตีสนิทกะลุงมากกว่านี้ก่อน จะชักชวนทำเรียวลิตี้ด้วยกัน อิอิ

 

 

โอ๊ย เห็นแล้วหิว 


7. บรอดเวย์

ยกยอดไปเขียนตะหากได้มะ เหนื่อย ดูมาสองเรื่องค่ะ คือ Mary Poppins กะ Legally Blonde

 

8. ไอซ์สเกต

อยากไปเล่นไอซ์ที่เซนทรัลปาร์คมากเลยอ่ะ เพราะหนังหลายเรื่องชอบถ่ายลานไอซ์ที่นี่ คราวที่แล้วก็ไม่ได้เล่น คราวนี้ก็ไม่ได้อีก แอบเซ็ง เพราะไม่มีเวลาและหนาว แต่พอเดินไปถึงจิงก็เล่นไม่ได้อยู่ดี เพราะเค้าปิดลาน เนื่องจากให้คนมาซ้อม มันแบ่งเป็นหลายๆโซนๆ มีทั้งไอซ์กะฮอคกี้ ตอนแรกก็นึกว่า เด็กมาเรียนพิเศษกัน แต่ยืนดูไปดูมา มันมีเด็กตัวจิ๋วมากมาย คาดว่าป. 1 ป. 2 เอง มากันเป็นแก๊ง แถมกระโปรงลายเดียวกันอีก เอ๊ะ นี่มันยูนิฟอมนี่นา อีดิ๋วก็เร่ิมปะติดปะต่อได้ว่าชอบเห็นเด็กใส่ยูนิฟอมเดินออกมาจากเซนทรัลปาร์ค เอ๊ะ หรือว่านี้เป็นชั่วโมงพละของเด็กพวกนี้กัน เอ๊ะ น่าจะเป็นอย่างนั้นนะ เพราะทุกโซนกระโปรงลายสก๊อตเหมือนกันหมด ตายแร้ว แรดมากๆๆ ชม.พละคือเล่นไอซ์กะฮอคกี้ ดีกส์ที่สิด แต่คาดว่าน่าจะเป็นโรงเรียนเอกชนค่ะ ไม่งั้นคงไม่แรดแบบนี้ 

 

ซูมสุดๆได้แค่นี้ 


9. รถไฟทั่วเกาะ

ถึงแม้สถานีรถไฟจะไพร่ แต่ชอบตรงที่ไปไหนมาไหนเองสะดวกมาก อยากกินอาหาร ญ อยากไปซุปเปอร์ ญ หรือ เกา ก็นั่งรถไฟไปก็ได้แระ อยู่ชิคาโกนี่ต้องไปง้อคนนั้นคนนี้ให้ขับรถพาไป เพราะรถไฟเข้าไม่ถึง 

 

10. คนนิสัยไพร่

คนนิวยอคขึ้นชื่อว่า ไม่มีมารยาท อกส. ไม่สวีทเหมือนเมกันที่อื่น แต่ความไพร่นี่แหละที่หนูชอบ อิอิ เบื่อเฟคฮ่ะ เพราะหนูก็ไม่มีมารยาทเหมือนกัน

 

ห้าข้อหลังนี่เขียนไม่บ้าพลังมาก เพราะมีงานต้องปั่นให้เสร็จ จิงๆแล้วทริปนี้หนูเปื่อยๆเหมือนเดิม แต่อีดิ๋วจับฟีดไอบู (ibuprofen) อย่างเดียว มีวันนึงโคตรเหนื่อย แต่มานั่งไฟลท์บ้าบอ (ไฟลท์ไปทำเรียวลิตี้ที่มาชูพิกชู ออกแนว survivor ผสท simple life) จนถึงตีสาม เครียดค่ะ 

 

วันสุดท้าย เด็กเจ็ดมีการโทรมาชวนไปกินร้านอาหารไทยที่ทำงานอยู่ด้วยนะ บอกว่าจะเลี้ยงข้าว ในเมื่อเด็กเจ็ดเลี้ยงก็ต้องไปสิ ปกิส อีนี่ลืมเอามือถือมา ก็ให้เบอร์ร้านมา พอโทรไป ดันเป็นเบอร์แขกที่ไหนไม่รู้ ปกิส อีนี่บอกเลขผิดหนึ่งตัว แถมบอกที่อยู่มากว้างมากก คือ บอกว่าถนนอะไรตัดกับอะไร ก็ต้องเดินมันสี่ด้าน ปกิสว่า มันเลยถนนหลักนั่นไปอีก แถมวันนั้นหนานวมาก ไม่มีอารมณ์เดินหาใดๆ เลยอิ๊กนอเด็กเจ็ดค่ะ โดนเด็กเจ็ดหลอก ชิ

 

แต่ต่อไปนี้ใครจะไปนิวยอค ก็แนะนำให้ไปเกาะอีดิ๋วกะแยมค่ะ เชี่ยวมากๆ ทั้งเรื่องกินเรื่องเที่ยว แต่คิดว่าควรเอาเค้กเทพไปเซ่นด้วยก็จะดี 

 

ว่างๆจะมาอัพเรื่องของไพร่ในนิวยอคบ้าง แต่ขอผ่านวิกฤตนี้ก่อนนะ

 

ติ๊กเกอร์ที่เค้ามาหาเสียงกันในนิวยอค แบบว่าหาเสียงหลายที่มากๆ หนูอยากได้ เลยไปขอคุณป้าคนนึงมา แต่หนูไมไ่ด้เชียร์ใครหรอกนะ 

  

ปล. เอนทรี่นี้อาจจะใช้ศัพท์ซีรี่แบบฮาร์ดคอร์ไปนิดนึง ก็ใช้กะอีดิ๋วทั้งวันทั้งคืน ยังติดๆมาอยู่ 

8 Responses to “10 ของเทพ ณ เมืองหลวงของโลก”

  1. Pen February 6, 2008 at 11:28 pm #

    มาเมกา คราวหน้า ว่าจะถีบตัวเข้าไปอยู่เมืองหลวงฮ่ะ

  2. hnum February 9, 2008 at 10:56 am #

    อ้าวพี่เพ็ญเป็นพวกถีบตัวเหรอฮะ อิอิ โอ้ยอยากถีบตัวบ้าง
    ยูทำไมเวลาชวนไอไม่เขียนบลอกแบบนี้ก่อนไอจะได้อยากไป
    มาเขียนตอนจะกลับ เกาะก็ไม่ได้ แย่ๆๆ

    ปล.เดี๋ยวนี้ยูไม่แจแปนนิสทัวส์แล้วหรือฮะ ไม่มีรูปยูกะแก้งอีดิ้วเลย

  3. DeeDee February 9, 2008 at 2:41 pm #

    ลืมถ่ายรูปคนฮะ มัวแต่หาของกิน จิงๆแล้วไอไม่รู้จะถ่ายรูปอะไรในนิวยอคด้วยแหละ มีที่แพลนว่าจะไปถ่ายคำว่าเลิฟซัมซิงกะอีดิ๋วมาลงไฮไฟว์ให้เข้ากะวาเลนไทน์ (ไฮไฟว์อีดิ๋วนะ) แต่ลืมฮ่ะ

  4. wonviku February 10, 2008 at 1:21 am #

    ยังอ่านไม่จบ แต่พอถึงประโยคข้างล่างที่พูดถึงแยมแล้วต้องขอเม้นซะหน่อย
    “อีนี่เอาคำว่า เทพ มาปล่อยค่ะ เอะอะอะไรก็เทพไปหมด แต่มันเชื่อได้จิงๆนะ”
    สิ่งที่แยมพูดเชื่อถือได้จริงๆหรอเนี่ย เมื่อก่อนเวลาพูดอะไรต้องเอา 1,000,000 หารเป็นอย่างต่ำ

  5. nooyam February 10, 2008 at 7:51 pm #

    “อีนี่เอาคำว่า เทพ มาปล่อยค่ะ เอะอะอะไรก็เทพไปหมด แต่มันเชื่อได้จิงๆนะ”
    สิ่งที่แยมพูดเชื่อถือได้จริงๆหรอเนี่ย เมื่อก่อนเวลาพูดอะไรต้องเอา 1,000,000 หารเป็นอย่างต่ำ

    mai jing na haha

  6. DeeDee February 10, 2008 at 8:13 pm #

    เอ๊ะ เด็กเจ็ดตบกันเองป่าวนี่

    เท่าที่แนะนำมาก็ว่าอร่อยอยู่นะ แต่ถ้าลองไปหมดนี่ไม่ค่อยแน่ใจ หลังจากโดนดิสเครดิตด้วยเฟรนช์ฟราย อิอิ (แต่อีดิ๋วนี่ ขนาดอิ่มๆยังตอดเฟรนช์ฟรายเป็นระยะ มันคงอร่อยจิงๆมั้ง)

  7. paworn February 16, 2008 at 9:23 am #

    ตายแระ ควรไปอินคิวเบตจีนบ้านนอกสักเดือน ไปซึมซับวัฒนธรรมรากเหง้า ว่าแล้วอยากไปเหมือนกัน ความจริงไปสูดกลิ่นอายที่ฮ่องก็ได้นะ อย่างน้อยเขาก็โยนจานเวลาเสิร์ฟ

    อยากของไพร่เหมือนกัน อยู่ที่นี่กินอะไรก็ไม่เคยท้องเสีย อาหารสะอาดเกิน คิดถึงอาหารคอนๆ เพราะอาหารแถวนี้มันไร้เอวารี ความอร่อยจากเสตียรอยด์ สารกันบูด ขี้ฝุ่นขี้ผง หายหมด

Trackbacks/Pingbacks

  1. Cherubin « Simple & Clean - May 15, 2010

    […] ร้านนี้ทำให้แอบนึกถึง Max Brenner ที่เคยกินที่นิวยอค […]

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: