จดหมายจากอีปริ้น ฉบับที่ 6 และ 7

20 Oct

หายไปนานกะซีรี่อีปริ้น มันหายเองนะ แต่ส่งข้อความสั้นๆมาในเฟซบุคบ้าง ให้สัญญาณว่ายังอยู่ดี
ขอรวบสองฉบับเลยนะ เพราะมันต่อกัน ตอนแรกรู้สึกว่าเรื่องส่วนตัวไปมั้ย แต่เห็นมีอาการน้อยใจด้วย เอามาให้ดูว่าอย่างปริ้นก็น้อยใจเป็น
ไอก็ไม่มีไรตลกๆจะเล่าหรอก

เพราะตอนนี้ชีวิตมีแต่ความรันทด
งานก็หนัก เงินก็น้อย! (ความจริงก็ไม่ได้หนักขนาดนั้น
จัสท์เบี่ย)
จะไปเรียนก็ไม่มีทุน! (อันนี้จิงฮ่ะ)
เรื่องทุนเนี่ยมันช่างละเหี่ยใจ
ตอนแรกไอขอทุนที่อุบลไว้ ก็คอยเทียวไปหาอาจารย์
ซื้อขนมไปฝาก (เว่อร์มะ)
อืม ก็ไม่เห็นมีคู่แข่งอื่นใดในสังเวียน
กะว่าถ้าทุนออกตรูต้องได้แน่ โฮะ โฮะ ….

ปะกิสว่า
ทุนไม่ออกฮ่ะ
กรี๊ดดด
ทางกระทรวงคงเห็นว่าที่อุบลเนี่ย ไม่ต้องมี eye
เพิ่มแล้วมั้งเนี่ย
วัยรุ่นเซ็ง

แต่ว่า ที่อุบลก็บอกว่าจะขอทุนรอบสองไป
ซึ่งก็บอกไม่ได้ว่าจะได้รึเปล่า จัสท์มากๆ
ไอก็เลยไปขอทุนที่อำนาจเจริญแทน (มีอยู่ 1ตำแหน่ง)
ติดชายแดนก็เอา (แต่เบตงนี่ ไม่สามารถ)
ตอนนี้ก็กะลังลุ้นว่าจะได้ทุนรึเปล่า เฮ้อ

อีกอันเป็นเรื่องขึ้นโรงขึ้นศาลฮ่ะ กรี๊ด
ได้ถูกอัญเชิญไปเป็นพยาน คดีสกิ๊ซตีหัวคน
เป็นเคสประมาณว่า สกิ๊ซคนนี้ ได้เคยมาตรวจกับเราเมื่อปี
49 ก็จัสท์มารับยาเดิม ตอนนั้นฮีได้ขอใบรับรองแพทย์ไป
แล้วหลังจากนั้น ก็มิได้เสด็จมารักษาอีกเลย
จนมาตอนนี้ วันดีคืนดีก็ตีหัวพ่อตนเองหัวแบะ
แต่ไม่ถึงชีวิต
ก็ได้ไปเย็บหัวที่รพ. พ่อก็เรยพิโรธ ฟ้องซะ
(อันนี้ที่ศาลบอกว่าน่าจะเป็นพ่อมั้งนะ
เพราะนามสกุลเดียวกัน
และสกิ๊ซส่วนใหญ่ก็มักจะอาศัยอยู่กับบุพการี
แต่ก็อาจจะไม่ใช่พ่อแต่เป็นญาติกันมั้ง )
แล้วสกิ๊ซก็เลยบอกว่า ตรูเป็นสกิ๊ซนะเฟ่ย (เหมือนหมูหงิก
เอ๊ะแต่ยูอาจจะไม่รู้จัก ลองดูในเว็บก็น่าจะมีนะยู)
ตรูเลยต้องไปเป็นพยาน ไปแล้วเป็นไงจะมาเล่าให้ฟังนะ

ต่อจากโดนเรียกเป็นพยานแล้วก็จะโดนญาติคนไข้ฟ้องฮ่ะ
ประมาณว่าวันนั้นไออยู่เวร OPDนอกเวลา ตอน17.00-21.00
ตอนประมาณ16.40 ไอก็โดนตาม
(กะลังรีบดูดข้าวอยู่ที่lotus)
ที่ ER บอกว่ามีคนไข้ arrest วันนี้เป็นเวรผัวอีอ้อยค่ะ
ไอก็ไม่ได้ถามอะไรมากความ
คิดว่าชีคงตามผัวอีอ้อยแล้วแต่ไม่มา
ก็รีบ(ให้มิ้งค์)ขับรถกลับรพ. เพื่อไปปั้มยาย
ขับไปถึงพี่พยาบาลก็ใส่ ET tube ไปแล้ว(สามารถมาก)
ก็ปั๊มกันต่อ ไอก็เรียกญาติมาคุยเป็นระยะ ญาติดูไม่ค่อ
accept บอกว่าตอนมายังดีๆอยู่
แต่ตรูก็ไม่รู้เพราะแรกเห็นก็ arrestอยู่แล้ว
ปั๊มไป45นาทีก็เป็น asystole ไอก็เลยบอกญาติว่าพอแล้วนะ
ปั๊มไม่ขึ้น ก็น่าจะเสียจากMI(miocardial infarction)
เพราะเดิมก็เป็นโรคนี้อยู่แล้ว และก็มี underlying
disease TB +DM+HT
แต่ก็ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเสียจากอะไร
ญาติที่เป็นลูกสาวก็รับไม่ได้อย่างแรง
คนผอมโวยวายว่าก่อนนี้มานอนรพ.
แล้วคนไข้ยังไม่ดีขึ้นเลยให้กลับได้ไง
อยากจะรูว่าหมอคนไหนให้กลับ
มีกันบ้างมั้ยจรรยาบรรณแพทย์หนะ
ตรูก็ไม่รู้รายละเอียดตอนนอนรพ.
เพราะตรูไม่ใช่เจ้าของไข้
รู้แต่ว่าเราปั๊มยายมา45นาทีแล้ว
และถ้าเราไม่มีจรรยาบรรณแพทย์เราก็ไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้หรอกเฟร้ย
เคสนี้มีต่อ แต่เอาไว้ก่อนนะ ต้องรีบกลับ
แล้วจะมาเล่าต่อเด้อ
มิสยูฮ่ะ

หวัดดี อะเกนฮ่ะ
มาเล่าต่อนะ
เคสยายนั้น ญาติก็โวยวายไป
เรา หลังจากที่โดนชีตะโกนระบายอารมณ์ใส่แล้วก็เซ็ง
ก็บอกไปว่า หมอไม่ทราบว่าหมอคนไหนดูแลยายตอนอยู่รพ.
เพราะว่ายังไม่มีสรุปชาร์ท
เดี๋ยวจะให้คุณพย.ค้นให้แล้วกันนะ
แล้วไอก็ให้ญาติทำใจ เพราะเค้าก็กำลังเสียใจ ไม่พอใจ
ของกำลังขึ้น พูดอะไรไปก็ไม่ฟังอยู่ดี (เคยมาแล้ว)
เราก็เลยเดินไปตรวจ OPD ที่เป็นหน้าที่จริงๆของเรา
ตอนนั้นก็ 17.30 แล้ว คนไข้บานเลย ดีที่มิ้งค์มีใจเมตตา
ช่วยตรวจอยู่พักใหญ่
วันนั้นก็ไม่มีอะไร เป็นวันที่เหนื่อย เซ็งเป็ดอีก 1วัน

วันต่อมา ไอก็ตรวจตามปกติ ซัก 9โมงพี่พย.ก็มาหา
ถามว่าเราจะลงรายละเอียดใน OPD
cardของยายคนเมื่ออวานเพิ่มมั้ย
เพราะว่าญาติโทรมาบอกว่าจะฟ้อง เอาให้ออกทีวีเลย
ประมาณว่า ตอนที่admitอยู่ อาการยังไม่ดีทำไห้กลับไป
เรื่องนี้เราก็ไม่รู้รายละเอียด แต่ว่าคนที่
roundยายเป็น intern
รุ่นเดียวกะเรา เป็นเด็กจุฬา
ซึ่งเราว่าเค้าก็เก่งและดูคนไข้ดีนะ
ถ้าฟ้องจริงก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร เราก็รับทราบ
ไม่ได้เขียนเพิ่ม
เพราะว่าก็เขียนไปหมดแล้ว
พอซัก 11โมงเค้าก็เดินมาบอกใหม่ว่า ญาติยายน่ะ
ฟ้องเราด้วยนะ ด้วยเรื่องว่า ตอนมารพ.น่ะยังดีๆอยู่
ทำไมถึงตายได้
เราก็อึ้งไป เฮ้ย มาฟ้องเราทำไมวะ แต่ก็ไม่ได้เครียดอะไร

เราคิดว่าที่เราทำก็ไม่ได้พลาด ก็CPRเต็มที่นะ
จะฟ้องก็เชิญ ฟ้องไปก็ไม่ได้อะไร
แล้วเราก็ตรวจต่อ

แต่พอตรวจไปได้แป๊บนึงก็เริ่มรู้สึกแย่
เรารู้สึกว่านี่เราผิดอะไรเหรอ เค้าถึงได้มาฟ้องเรา
ที่เรารีบกลับมารักษาแม่ของเค้า
cprอยู่45min การรักษาที่เรารู้สึกว่ามันเต็มที่เนี่ย
มันผิด มันไม่พอ หรือว่า เพราะอะไรอ่ะ อืม
นั่งคิด (คิดเพ้อเย่อ) ไปแล้วก็ไม่มีกำลังใจทำอะไร
เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าไม่อยากรักษาใครอีก
จะรักษาคนไข้ไปทำไมนะ รักษาเค้าเต็มที่แล้วก็ยังโดนฟ้อง
(อารมณ์ประมาณน้อยใจ) ก็ได้พวกมิ้งค์ ปรี
เพื่อนinternอีกคนนึง ปลอบใจ ให้คำแนะนำ
(เช่นให้ไปกินเหล้าย้อมใจ) ก็ดีขึ้น
แต่ก็ยังน้อยใจอยู่ดี
แต่ตอนนี้เรื่องก็เงียบไปแล้ว
เห็นว่าเพื่อนจุฬาโทรไปเคลียร์ที่สสจ.
ก็ไม่รู้ว่ารพ.ให้เงินญาติด้วยรึเปล่านะ เฮ้อ

ส่วนเรื่องศาลนี่ไม่ได้ไปแล้วยู
เค้าบอกว่าไม่ติดใจสืบต่อน่ะ

ส่วนเรื่องเรียนต่อ

ไอได้ทุนแล้นนนนน
ของอำนาจฮ่ะ ก็จะไปสัมภาษณ์ 26/10 นี้แหละ
ขอให้ช่วยส่งกำลังใจไสยศาสตร์มาให้ไอด้วยนะยู
ถ้าได้ก็ดีเนอะ ยูก็รีบกลับมาเรียนต่อเสะ
จะได้เที่ยวเล่นกัน

ถ้ามีอะไรคืบหน้าจะเมวมาบีกนะ
บาย

2 Responses to “จดหมายจากอีปริ้น ฉบับที่ 6 และ 7”

  1. benz October 21, 2007 at 11:00 pm #

    อยากจะบอกว่านอกจากกรุงเทพอ่ะ ภาคที่มีการฟ้องร้องมากที่สุด ก็คือภาคอีสานนี่แหละ

    กรณีปริ๊นเราว่าญาติโวยวายจะเอาเงินชัวร์ เพราะเดี๋ยวนี้ใครฟ้องหมอก็รวยกันหมดได้เงินค่าชดเชย ไม่ว่าหมอจะถูกหรือจะผิด นี่แหละเมืองไทย

  2. NNN October 25, 2007 at 1:09 am #

    เมืองไทยกลายเป็นประเทศช่างฟ้อง(ร้อง)ไปซะแล้ว
    เห็นใจหมอดี ๆ เจออย่างนี้เข้าบ่อย ๆ คงท้อใจ😦

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: