Yo-Yo Ma: Silk Road Chicago

20 Apr

เมื่อวันก่อนไปดูคอนเสิร์ตมา เป็นการจองตั๋วสแตทมาก ทั้งๆที่เห็นโฆษณาโยโย่หม่าตามโปสเตอร์ทั่วไปตั้งแต่มาชิคาโกใหม่ๆ แต่ก็ไม่สนใจ เพราะคิดว่าคงเล่นเพลงคลาสสิค และเราไม่ชอบเสียงเชลโลเท่าไหร่ แต่เมื่อวันก่อนไปหยิบพวกหนังสือพิมพ์แจกฟรีมา แบบลงโฆษณาเยอะๆ ก็เห็นรายละเอียดคอนเสิร์ตนี้ เป็น silk road ensemble เครื่องตนตรีก็เป็นเครื่องตนตรีเอเชียนปนๆกับออเคสตร้า ตายแล้ว เก๋ ให้ฟีว Kitaro และรอบสุดท้ายที่โยโย่หม่าจะเล่น (จากสามรอบ) คือวันรุ่งขึ้นพอดี เราก็เลยก๊ีซๆ ทำไงดี ดูดีมั้ย ตังค์ก็ไม่มี บัตรถูกก็ sold out บัตรแพงก็ sold out เหลือที่นั่งแกลเลอรี่ไฮปี๊ด แต่ก็ยอม

Silk Road Chicago

เนื่องจาก สตัดดี้อย่างดีก่อนไป ว่าต้องแต่งตัวดูดีมีชาติ ก็เลยเดรสนิดนึง (อยู่เมืองไทยก็ชุดนักศึกษาฮ่ะ) ก็รู้สึกว่าคิดถูก เพราะขนาดที่นั่งแกลเลอรี่ (ชั้น 6 แสดงอยู่ชั้น 1 เวลาเดินลงไปที่นั่ง ขาสั่นดิ๊กๆ เพราะชันมาก) บัตรถูกๆ ผู้คนยังแต่งตััวมีชาติกัน และที่น่าสังเกตอีกอย่าง คนหน้าตาเอเชียมาดูกันเยอะเมื่อเทียบกับอย่างอื่นที่เคยดูก่อนหน้า คงอยากมาระลึกกำพืดกันมั้ง ที่ที่ไปคือ Chicago Symphony Orchestra (ชื่อตึกอย่างนี้เลย) เราว่าข้างในตกแต่งไฮโซสุดตั้งแต่เคยเห็นมา มันดูใหญ่และอลังดีมั้งเพราะแชนเดอเลียใหญ่ยักษ์

morinkhuur
Morin Khuur
เริ่มคอนเสิต โยโยหม่า (ชื่อจีน คือ 馬友友 หม่า โหยว โหย่ว ในสายตาคนจีน เค้าก็ว่าเป็นชื่อที่ตลกอยู่นะ (คงเหมือนชื่อจีนอันเก่าของเรา)) ก็ประกาศนู่นนี่เล็กน้อย แต่ตัวยังไม่โผล่ ซักพักก็เริ่มการแสดงแรก มีกันอยู่ไม่ถึงสิบคน โยโย่หม่าเล่นอะไรไม่รู้ เรียกว่า Morin Khuur เป็นเครื่องดนครีมองโกเลียท่ีให้ฟีวเชลโล ปลายแทนที่จะโค้งแต่ตัดเหลี่ยมแทน แล้่วก็มีคุณผู้หญิงแต่งชุดงิ้วเดินออกมาเรย หัวมีเขายาวเหยียด ยังดีไม่โง้งเป็นงิ้ว ชีก็ออกมาร้อง อาาาาา ออออออ ฟังไม่ได้สรรพมาก แต่ชีใส่ลูกคอลงไปสิบกว่าชั้น (จินตรา พูนลาภ เทียบไม่ได้) ตอนหลังโยโย่บอกว่า ชีมาจากมองโกเลีย และร้องสไตล์มองโกเลีย เก๋เชียว เพลงนี้เก๋อีกอย่าง ตอนแรกไม่มีคอนดัคเตอร์ แต่ซักพัก คุณที่เล่นเปียนโน อยู่ดีๆ จากดีดด้วยมือสองข้่าง เปลี่ยนเป็นดีดข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างเอามาคอนดัค

ระหว่างจัดเวทีใหม่ โยโย่มีการมาจัดทอล์คโชว์ด้วย ปล่อยมุขมากมาย แต่หนูฟังออกบ้างไม่ออกบ้าง แต่แปลกใจ เพราะปกติคอนเสิร์ตแบบนี้ (ซึ่งดูมาไม่กี่ครั้งหรอกนะ) ไม่เคยเจอแบบนี้ ต่อด้วย เดี่ยว 琵琶 (Pipa Concerto) อ่านว่า ผี่ผ้า หรือถ้าเอาแต้จิ๋ว คือ ปี่แป๊ ซึ่งคืออันเดียวกับ ชวนป๋วยปี่แป่ก่อ จิงๆเป็นชื่อผลไม้ด้วยน่ะ ซึ่งเป็นการเดี่ยวร่วมกับ Silk Road Ensemble คือ วงออเคสคร้าปกติ แต่มีอะไรประหลาดๆมาแจม เช่น กรับ กลองเอเชียนๆ ระนาด ฉิ่ง ฉาบ เราไม่แน่ใจว่าเครื่องดนตรีพวกนี้เป็นแนวเอเชียนหรือตะวันตก เพราะอยู่ไกลมาก (แต่ถึงอยู่ใกล้ก็ใช่ว่าจะดีเทคได้) เพลงนี้แต่งโดย Lou Harrison (เหมือนจะดังในแวดวงนี้) แต่บอกตามตรง เราดี๊ด๊าเสียงปี่แป๊อยู่แป๊บนึง ก็เริ่มเบื่อ เพราะโดนเสียงไวโอลินกลบหมด แต่ชีที่เล่นปี่แป๊นี่ก็ดังอยู่นะ เธอชื่อ 吴蛮 (Wu Man) ดีดปี่แป๊ระรัวดี จะนึกถึงฉากในหนังพวก Hero หรือ Crouching Tiger ขึ้นมาทันที (เพราะมันฟิวชั่นกับออเคสตร้ามั้ง) แอบตินิดนึงว่า ชีไม่น่าใส่ชุดสีฟ้าแจ๋นเรย มันดิสแทรคมากๆ อ้อ คุณลุงข้างๆเรานี่ หลับตลอดรายการเรยฮ่ะ พอจบเพลงนี้ โยโย่หม่ากับคุณคอนดัคเตอร์ก็มาทอล์กโชว์อีกแล้ว

SHENG เพลงที่สามก่อนจะพัก เป็นเพลงที่รอคอยมาก ชื่อว่า Ambush from Ten Sides แต่พอบอกชื่อจีนปุ๊บก็อ๋อเลย คือ 十面埋伏 (Shi Mian Mai Fu) เพราะว่าเป็นชื่อจีนของเรื่อง House of Flying Daggers บ้านมีดบิน แต่ว่าเพลงที่เอามาเล่นนี่ แต่งก่อนหนังเรื่องนี้ และบรรยายการรบระหว่างฝ่ายหลิวปังกับเซี่ยงหยวี่ ก่อนที่หลิวปังจะชนะและตั้งราชวงศ์ฮั่น เพลงนี้มีนักดนตรีมาแจมเพิ่ม ที่เป็นเมนคือ 笙 (Sheng) ซึ่งให้ฟีว แคน มากๆ แต่สีขาวจั๊วะดูดี เพลงก็เริ่มจากการเตรียมตัวในค่ายทหาร แล้วก้มาออกรบ ตอนออกรบนี่ ได้ฟีวควบมาก็อบๆจิงๆนะ พวกเชลโลและเบสที่เป็นแบคกราวด์นี่หยุดสี แต่เอามือข้างนึงตบฝา ส่วนมืออีกข้างเอาไม้ที่สี (เพิ่งรู้ว่าเรียก Bow) มาเคาะๆ เก๋เชียว แล้วพอถึงไตลแมกซ์ ทุกคนพร้อมใจกันโห่ เหมือนกำลังจะเร่ิมตะลุมบอนกัน (ตายแระ ไม่เคยพบเคยเจอ) แล้วยังมีเสียงกรับกลองฉิ่งฉาบ กับเสียง sheng อีก (เขียนเลียนเสียงไม่ได้ เป็นคำท่ีออกเสียงยากจิง) ซึ่งเสียงแป๋นแหลนมากๆ คนที่เป่าก็โยกได้ใจอยู่คนเดียว รวมๆแล้วให้ฟีวในหนังดี ส่วนเสียงปี่แป๊กับเสียงเชลโลของโยโย่หม่าก็จะสลับกันได้เด่นบ้าง เวลาเสียงอย่างอื่นเงียบสงบ เราเริ่มชอบเสียงเชลโลจากเพลงนี้แหละ ที่แต่ก่อนไม่ชอบ เพราะรู้สึกว่าเสียงมันต่ำๆ ไม่เพราะเท่าไวโอลิน แต่มาดูโยโย่หม่าหนเดียว ชอบเรย เพลงนี้เป็นเพลงที่เราชอบที่สุดของคอนเสิร์ตครั้งนี้ (เคยเป็นมั้ย ที่มันดีมาก จนไม่อยากให้เพลงจบ) และเป็นเพลงที่มีฝรั่งยืนปรบมือให้มากที่สุดด้วย (เพลงอื่นเห็นนั่งปรบกัน)

หลังจากพัก กลับมาต่อด้วย แปดวณิพกขี้เมา (แปลเองฮ่ะ) เป็นเพลงจีนๆ โซโลโดยโยโย่หม่า ซึ่งมีออเคสคร้าแบคอัพให้ ถ้าจำไม่ผิด จะเป็นเพลงนี้ที่ประหลาดๆ ตรงที่ เค้านั่งตบเชลโลสลับกัน มีอยู่สามสี่เชลโล (ที่เหลือเงียบ ไม่ก็สี) สลับกันตบ สนุกตรงไหนเนี่ย แล้วเพราะตรงไหนนะ ถ้าไม่มีเสียงเชลโลดีงาม คงไม่ให้เพลงนี้ผ่าน ซึ่งจะได้ชื่นชมการสีเชลโลของโยโย่เต็มๆก็เพลงนี้ เพราะไวโอลินทำตัวเงียบๆ ไม่คิดว่าเชลโลก็เพราะเป็นเพลงได้ขนาดนี้ (เลิกชอบไวโอลินแล้ว เสียงสูงเกิน ขอทำตัวกลับกลอก)

เพลงถัดมา ออกแนวฮิบบรู คนแต่งเป็นฝรั่ง แต่ความรู้สึกให้แนวอาหรับ (silk road เดินทางละ นึกว่าจะหยุดที่จีนอย่างเดียว) เพลงนี้ก็ดี เปิดโอกาสให้เชลโลได้แสดงออกอย่างเต็มที่ ที่มีเพิ่มคือ ฮาร์พ ตอนแรกก็ก๊ีซๆมากๆ เพราะเป็นเครื่องดนตรีโปรดอีกอย่าง แต่ถึงเวลาจิง โดนเสียงอย่างอื่นกลบสิ้น ขนาดเพลงถัดไป เพิมฮาร์พเป็นสองตัว ก็ไม่ช่วยอะไร

เพลงสุดท้าย เป็น world premiere คนแต่งเป็นคนอาร์เจนตินนา ก็มาพูดแนะนำเพลงก่อนด้วยระหว่างจัดเวที มีสี่มูฟเม้นท์ ผสมผสานนู่นนี่ บลาๆ มีเครื่องดนตรีเพิ่มอีกแล้ว คือ Shakuhachi หรือ ขลุ่ย นะเอง แต่เป็นขลุ่ยญี่ปุ่น แต่ขนาดเปิดโอกาสให้เดี่ยวอยู่ช่วงนีงแล้ว เรายังแยกเสียงมันไม่ออกมาไม่ได้เลย หรือเค้าเป่าเบาเกินไปนะ และก็มี ซอ (Kamencheh เครื่องดนตรีเปอร์เซียน) ชอบเสียงซอด้วยฮ่ะ พอเล่นเพลงแนวฟิวชั่นแบบนี้เพราะเชียว (เราไม่ชอบเสียงซอในดนตรีไทยอ่ะ รู้สึกแสบแก้วหู) และที่เด่นมากๆ คือ Bagpipes นึกถึงขลุ่ยสก็อตน่ะ เสียงก็เด่นจะตายอยู่แล้ว แถมคนเล่นซึ่งเป็นผู้หญิงใส่ชุดแดงแจ๋มาอีก คงกะแข่งกะคุณปี่แป๊ แล้วพอช่วงเพลงจังหวะเร็วๆ คุณแบ๊กไปป์กะคุณแคน ยืนเป่าไปแดนซ์ไปกันอยู่สองคน ดูสนุกเกินหน้าเกินตาคนอื่นเชียว แต่เพลงนี้จบด้วยการ เจ๊ททรัมเปททั้งเจ๊ท เอาทรัมเปทวาง แล้วหยิบอะไรขึ้นมาไม่รู้ เป็นท่อโค้งๆยาวๆ ดูเอกโซติคมากๆ เป็นเครื่องดนตรีแบบยิว เรียกว่า Shofar เป่างวงช้างนี่นานมากๆ จนเบื่อ แล้วพออยากจะจบ ก็จบ ก็เลยจบแบบงงๆ คนดูก็งงๆ ว่าค้องปรบมือแล้วเหรอ เราเลยไม่ค่อยประทับจิตเพลงนี้เท่าไหร่ คนฟังก็ความรู้สึกช้าอีก ว่า เอ๊ เพลงนี้เพลงสุดท้ายนี่นา ควรจะยืนปรบมือสินะ (เดาเอง) จะประทับจิตก็ตรงที่ไปเอาเครื่องดนตรีหลายหลากมาใช้ และผสมผสานแบบลงตัวดี

Shakuhachi
Shakuhachi

kamancheh
Kamencheh

Shofar
Shofar

ตอนเดินออกมา ได้ยินเสียงคุณป้าคุณลุงพูดกัน fantastic wonderful amazing attractive และอื่นๆอีกมากมาย ไม่มีใครด่าเลย ก็น่าดีใจแทน

ส่วนเรา มีอาฟเตอร์ช็อค สั่งซื้อซีดีโยโย่หม่าเวอชั่น silk road ไปแล้วสองแผ่น (รายได้ต่ำนะเนี่ย) แต่มันเป็นโปรโมชั่นซื้อ 12 แผ่นราคา 1 แผ่น เพราะฉะนั้นไม่ผิดชิมิ (พยายามทำตัวเลวด้วยการหาโหลดแล้ว แต่มันเป็นของแรร์จิงๆ) อาฟเตอร์อีกอย่างคือ อยากหาคอนเสิร์ตคิทาโร่มาดู เพราะเท่าที่เคยเห็น เครื่องดนตรีก็ประหลาดๆเหมือนกัน ศุกร์เสาร์นี้ โยโย่หม่ายังเล่นอยู่อีก แต่สุดท้ายจิงๆ รอบวันศุกร์เป็นของดี บัตรขายหมดแล้ว แต่ของวันเสาร์ เป็นแบบ family ให้เด็กเล็กๆดู แถมตั๋วก็ถูก ว่าแล้วก็ชักชวนชาวบ้าน พี่คนไทยไม่รู้จักเลยซักคน (มีพี่เพียวคนเดียวที่รู้) หนูก็เลยจ๋อย เลยไปชวนคนจีนในห้อง เธอก็ดี๊ด๊า เพราะโยโย่หม่าคงดังสำหรับคนจีนอยู่แล้ว พอรู้ราคาบัตรก็ยิ่งดี๊ด๊า เลยจะพาลูกไปดู เราก็เลยจองตั๋วไปดูด้วยเลย ซึ่งเพลงไม่ซ้ำกันซักรอบแน่นอน จากที่บรรยายมานะ

โอ๊ย เขียนยาวอีกแล้ว พยายามตัดๆแล้วนะ
รูปประกอบจาก wikipedia.org, clarionmusic.com และ mongolart.mn

หมายเหตุ บลอกนี้จุดประสงค์หลักเขียนอวด อีหนุ่ม ค่ะ ชอบหาว่าบลอกหนูบ้านค่ะ ไม่ไฮโซแบบปวร (ก็เราเขียนฟูลเฮ้า ปวรเขียนโอเปร่า อีหนุ่มบอกว่าเราควรอาย ซิกๆๆ) นี่ไง ได้โอกาส ยู คงอ่านของไอไม่่รู้เรื่องสินะ เราคงคุยกันไม่รู้เรื่องแล้วล่ะ ยูควรพัฒนาบ้างนะ โฮะๆๆๆ (อ้อ ไอดูอย่างอื่นมาอีกเยอะแยะก่อนหน้านี้นะ แต่ไอขี้เกียจเอามาเล่า ยูควรจ๋อย)

ปล พี่เพียวเอา แปดเทพอสูรมังกรฟ้า เวอร์ชันเราอยู่มอสี่มอห้า มาปล่อย (ที่มานั่งกรี๊ดๆต้วนยี่กันทุกเช้าน่ะ) และเอามังกรหยกเวอร์ชั่นอยู่ประถม (หรืออนุบาล มันเลือนลางมาก) ที่หลิวเต๋อหัวเล่น มาปล่อยอีก หนูอยากกรี๊ด จะไม่ให้หนูทำมาหากินเลยเหรอ

2 Responses to “Yo-Yo Ma: Silk Road Chicago”

  1. หนุ่ม April 29, 2007 at 12:04 am #

    คือ…ว่า…
    มันไม่ใช่ .. มันไม่ใช่น่ะดีดี้
    จะบอกว่า แบบว่า ..แบบว่า ไม่พูดดีก่าเหนื่อยเลย
    (ขอให้ปวองช่วยคอมเมนต์ด้วย)

  2. ปวร April 29, 2007 at 12:20 am #

    ก็ออกดี (ไม่ต้องผวน)

    เราว่าดีงามแร้ว เราชอบอ่านเรื่องจีนๆ ของดีดี้ ซีรี่ส์เกาหลี เพลงญี่ปุ่น อะไรที่เอเชียตะวันออก ได้ความรู้ออก (เราไม่ค่อยถนัด บวกกับเชื้อจางด้วย ความเป็นจีนเราหมดไปหลายเจเนอเรช่งแล้ว)

    แต่ละคนสไตล์เป็นของตัวเอง ถ้าเป็นแนวนี้เราไม่ถนัดเขียน แต่เข้ามาอ่านแร้วได้ความรู้ดีออก แต่ถ้าเรื่องอีหรอบ (ยุโรป – ปวร) เราก็ยังพอถูไถได้บ้าง

    เวลาไปอยู่ต่างถิ่นเราชอบให้วัฒนธรรมของถิ่นนั้นบอมบาร์ดเรา อย่างตอนนี้โดนบอมบาร์ดด้วยอุปรากรเพราะเพื่อนสนิทเป็นคนอิตาลี แล้วก็ยังมีโอกาสไปดูบ่อยๆ ด้วย

    เคยลองเขียนอะไรที่ไกลตัวแล้วเหนื่อยเหมือนกัน เพราะไม่รู้จะเอามาลิงก์กับความรู้เก่าๆ ยังไง เขียนแล้วไม่ลื่นไหล

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: