ทริปเด็กสุขา : New York

19 Jan

Homeless night
แล้ววันที่ 31 ธันวา ตอนประมาณห้าโมง ก็นั่งรถออกจากดีซี กะว่ามาถึงแมนฮัตตัน (นิวยอร์คจ้ะ จริงๆควรอ่านว่า แมนแฮทแท่น เพื่อที่จะได้สะกดถูก คือ ManhAttan เกือบโง่สะกด ManhUttan ไปหลายรอบแล้ว เพราะวิธีอ่านไทยๆเนี่ย) ตอนเค้ากำลังเค้าดาวน์พอดี ไม่ต้องยืนรอนาน

ปกิส ผิดพลาดแอฟเวอรี่ซิง

ถึงตอนเกือบห้าทุ่มมั้ง (จำไม่ค่อยได้ ง่วง) ก็แห่เอากระเป๋าไปฝากโรงแรมไว้ (ซึ่งกะเชคอินวันที่ 1 เน้นว่าวันที่ 1 และโรงแรมที่นี่เค้าให้เชคอินตอนบ่ายสามของวันนั้น) ซึ่งก็โดนคุณลุงยาม (จิงๆเป็นเบวบอย โอเปอเรเตอร์ แอฟเวอรี่) บอกว่า ค่าฝากกระเป๋าใบละ 5 บาท – ตรงนี้ขอเล่าเลยฮ่ะ พอตอนเชคเอาท์ จะฝากกระเป๋าอีกรอบ มันควรจะฟรีชิมิ คุณยามคนใหม่บอกว่า ค่าฝากใบละ 5 บาท ชั้นก็ เอ๊ะ ทำไมเก็บตังค์ทั้งสองรอบเลย ลุงนี่บอกว่า ตอนเชคอินไม่เก็บ เก็บเฉพาะเชคเอาท์ ชั้นก็ เอ๊ะ โดนโกงเหรอ ก็ถามถามถาม ลุงก็เลยบอกว่า เดี๋ยวเคลียร์ให้ ตอนกลับมาเอากระเป๋าอีกรอบจะบอกให้ ปกิส อีลุงนี่หายตัว เจอเป็นเด็กหนุ่ม อีนนี่ก็เอ๋อไม่รู้เรื่อง ชั้นก็ถามถามถามถาม ว่าตกลงยังไง (ปกติ อังกิดฟังไม่ค่อยออก แต่นี่คล่องทันตาเรยฮ่ะ) อีนี่ก็ได้แต่บอกว่าไม่รู้ ชั้นก็บอกว่างั้นชั้นกลับไปชั้นจะติดต่อกลับมานะ ซักพักอีนี่ไปผู้จัดการ แล้วมาขอที่อยู่เรา บอกว่าจะติดต่อกลับมา เราก็ อ่ะ ก็ยังดี ยังพยายาม แต่ตอนนั้นก็คิดแล้วล่ะ ว่าชั้นคงไม่ได้อะไรคืบหน้าหรอก เรากะอีแฮ่นได้แต่คิดเหมือนกันว่า จัสท์ โรงแรมดาวครึ่งกลางนิวยอร์ค ให้ๆมันไปเหอะ จัสท์ยี่สิบบาท)

พอฝากกระเป๋าเสร็จ ก็รีบแห่ไป times square ที่เค้าควรจะเค้าดาวน์กันชิมิ แล้วก็ติดคาอยู่ ซึ่ง พี่เพ็ญ เล่าให้ฟังทีหลังว่า ชีสามารถไปถึงไทม์สแควร์ได้ เพราะชีไปรอตั้งกะ 4 โมงเย็น และเป็นเจ๊ทท้ายๆที่ได้เข้าไป ก็มีของแจกดีงาม มีคอนเสิร์ตเอนเตอเทนตลอดเวลา (ติ๊นามาด้วยแหละ) ไม่หนาวตายและน่าเบื่อแต่อย่างใด หนูก็จ๋อยสิคะ นึกว่าไม่ต้องรีบจะดีกว่า

เรื่องราวเค้าดาวและความโฮมเลส กรุณาอ่าน บลอกอีแฮ่น แต่จะเล่าเพิ่มถึงเบื้องหลังของการโฮมเลส เนื่องจาก นิวยอร์คเป็นที่เดียวของทริปนี้ที่ต้องจองโรงแรมจิงๆ และมาอยู่ในแมนฮัตตันแบบนี้ โรงแรมแพงโคตร และแพงโคตรๆอีกถ้าใกล้ปีใหม่ เราก็เชคไว้ล่วงหน้านานแล้วล่ะ แต่ผู้ร่วมเดินทางเนี่ยสิ เอาแน่เอานอนไม่ได้ จองเลยก็ไม่กล้า จนได้จองตอนใกล้มากๆ เหลือแต่โรงแรมไฮโซ ขนาดจิ้งหรีดยังไม่เหลือเลยค่ะ แต่เผอิญเจออยู่ 2 ที่ อันนึง หนึ่งดาว แต่อ่านรีวิวแล้ว บอกว่าเคยฮีตเตอร์เสีย อันนี้เรื่องใหญ่มากฮ่ะ ชั้นไม่อยากหนาวตาย เลยไปเอาอันดาวครึ่ง แพงกว่าหน่อย แต่หารสามก็โอ แต่ราคาของคืนวันที่ 31 แพงมากฮ่ะ (ถ้าวันหลังจากนั้น จะถูกลงเรื่อยๆทันที) ตอนนั้นก็แพลนแบบเจ็ดๆ ว่ากว่าจะเค้าดาวน์เสร็จ ก็ต้องมีอะไรเอนเตอเทน แล้วก็คงเช้าพอดี ไม่ต้องนอนหรอก ไปเชคอินอีกวันเลยดีกว่า จะได้ประหยัดวันที่ 31 ไป ถามอีพร อีพรโอ ถามอีแฮ่น อีแฮ่นโอ คงตอบด้วยความรู้สึกเจ็ดๆเหมือนกันมั้ง

แต่ตอนอยู่ดีซี อีแฮ่นเริ่มนอยด์ ว่าชั้นจะทำยังไงดี ชั้นไม่มีที่นอน ส่วนอีพรก็ ชั้นไม่แคร์ ชั้นอยู่ได้ พวกที่รู้จักอีแฮ่นดีคงนึกภาพมันนอยด์ออก เราก็เลยลองเชคโรงแรมให้เผื่อมีว่าง แพงก็ยอม แต่มันแพงเกินจิงๆ อีพรก็สติว ชั้นไม่แคร์ ซักพัก อีแฮ่นก็สงบได้ด้วยตัวเอง (แอบแปลกใจอยู่ ว่าทำได้ไง) แต่ต้องมีแพลนบีแพลนซีกัน แล้วผลก็ออกมาอย่างที่เห็นฮ่ะ

แต่ก็ไม่เลวนะ คนโฮมเลสมากมายเรย ไม่ใช่คนดำอย่างเดียวด้วย (ปกติ พวกโฮมเลสมักเป็นคนดำ จนๆ เดินกลางคืนจะน่ากัวๆ) มีแต่นักท่องเที่ยวทั้งนั้นเรยฮ่ะ ดีเทคได้ ยิ่งที่สถานีรถไฟนี่ นอนอืดกันถ้วนหน้า เราก็อาศัยงีบจากที่นี่เยอะฮ่ะ แต่หนาว นอนไม่ค่อยลง

ตอนแรกกะว่าถ้าได้เชคอิน เรากะอีแฮ่นจะนอนตายไม่ไปไหนแล้ว ปล่อยอีพรไปคนเดียว (อีนี่ถึก ไม่ยุ่งกะมัน) แต่ถึงเวลา ก็อยู่กันได้ถึงกลางคืนนะ ก้เยินๆเล็กน้อย

MoMA Museum of Modern Art
เคยเขียนถึงไปแล้ว และก็ได้มาเหยียบจิงๆ กรี๊ดๆๆๆๆ ค่าเข้าสิบสองบาท เพราะใช้บัตรนักเรียน (ที่นี่เค้าไม่ตรวจบัตรใดๆฮ่ะ ทั้งที่ยังแอบตุ๊มต่อมเพราะบัตรโรงเรียนชั้นเขียนว่า faculty staff หาใช่นักเรียนไม่ ส่วนอีพรก็บัตรนักเรียนเอเลี่ยนอีก) แต่อีแฮ่นก็จ่ายเต็มฮ่ะ ยี่สิบบาท อันนี้เราก็ดูไม่หมดเหมือนกัน มัวแต่ชื่นชมพวกของหลักๆ แวนโก๊ะ เซซาน ปิกาซโซ่ (ชอบช่วงแรกๆ หลังๆคิวบิคเกิน) แอนดี้ วอฮอล (จริงๆแล้วเฉยๆ) แต่ที่ชอบสุดก็คงเป็นโมเน่ต์ มีไม่กี่รูป แต่ชอบมากฮ่ะ จัสท์ตวัดสีแบบไม่ตั้งใจใดๆ แต่เป๋นรูปนู่นรูปนี่ได้ งามมากๆ อีกคนที่ชอบ คือ Georges-Pierre Seurat เพิ่งรู้จักอ่ะ แต่ชอบรูปเป็นจุดอ่ะ แล้วก็มีพวกศิลปะแอ๊บๆ (abnormal มิใช่ abstract) ที่หนูเข้าไม่ถึง (ชั้นพยายามมองแอ๊บๆแล้วนะ แต่ก็ยังแอ๊บไม่ได้ขนาดนั้นฮ่ะ)

Seurat
คลิกตามไปดูรูปใหญ่สิ จะเห็นความ ‘เป็นจุด’ จริงๆ รูปชื่อไรไม่รู้ จำไม่ได้ โดย Georges-Pierre Seurat

art
รูปนี้แอ๊บจิง แต่เราก็ชอบจากใจจริง น่าจะเอามาเป็นลายอะไรเก๋ๆได้

art?
อาร์ทมากๆ…ชิมิคะ????

Met The Metropolitan Museum of Art
นี่ก็เป็นเดอะมัสท์มาก อันนี้ก็ได้ดูอยู่จิ๊ดนึง (เมื่อเทียบกับของที่มีทั้งหมด) เราเน้นพวกอียิปต์ แทบจะขนมาทั้งปิรามิดเลยมั้ง ของเยอะจิงๆ พวกเสา ผนัง โรงศพ สฟิงค์ อะไรก็เอามาหมด ที่หนักสุด ตันดูร์ เป็นวัดฮ่ะ Temple of Dandur อันนี้อียิปต์ให้แบบเต็มใจ เพราะเมกาไปช่วยสร้างเขื่อน ซึ่งวัดนี้ต้องโดนทำลายอยู่แล้ว เลยยกให้ แต่ก็ประทับใจความเจริญของอียิปต์ตอนนั้นจิงๆนะ พวกรูปวาดไม่ค่อยได้อะไรอ่ะ คิดว่าอนาคตคงได้มาอีก

Dandur
ดันดูร์ ของไฮไลท์ ยกกันมาเป็นเสาเรยค่ะ หลายพันปียังอยู่ได้ขนาดนี้ก็อะแมซซิ่งนะ

Russian dolls
ตุ๊กตารัสเซียค่ะ จิงๆแล้วอียิปต์คิดได้ก่อนใช่มะ เป็นโลงซ้อนโลงไปเรื่อยๆน่ะ ตัวทางขวาคือตัวที่ต้องอยู่ข้างใน

Met

Brooklyn Bridge
เป็นสะพานข้ามจากเกาะแมนฮัตตันไปเขตบรูคลินที่เป็นแผ่นดิน ซึ่งเราไปเพื่อไปถ่ายรูปวิวนิวยอค หลายคนอาจจะถามว่า ทำไมไม่ไปถ่ายที่ยอดคึก Empire State ล่ะ ก็เพราะว่า เราเชื่อไกด์บุคญี่ปุ่นค่ะ เป็นไกด์บุคที่บ้าบอมาก แต่เห็นแล้วจะอยากอ่านภาษายี่ปุ่งออก (ไม่ออกก็เข้าใจได้) ไกด์บุคโชว์รูปวิวจากหลายๆมุม ของนิวยอร์ดซิตี้ และจากใต้สะพานบรูคลินสวยสุด ก้เลยไปพร้อมกับขาตั้งกล้อง แล้วก็ปักหลักแบบไม่ให้คนอื่นได้ถ่าย

manhattan
วิวฝั่งแมนฮัตตัน

brooklyn bridge
สะพานบรูคลิน

(ขอเล่าเพิ่มความบ้าบอของไกด์บุคญี่ปุ่น มีบอกแม้กระทั่ง มีรถเข็นตรงไหนบ้างในแมนฮัตตัน และรถเข็นขายอะไร เช่น คันนี้ขายฮอทดอก คันนี้ขายเพรทเซล อีคนเขียนเก็บข้อมูลกันนานมั้ยเนี่ย)

Liberty
ของต้องไปอีกอย่าง เทพีเสรีภาพ ซึ่ง ชั้นจะไม่ไปอีกแล้ว! ไปรอต่อแถวซื้อตั๋วตั้งกะแปดโมง หนาวก็หนาว กว่าจะได้กลับก็บ่ายสอง (เกือบอดดูบรอดเวย์) ไร้สติมาก ชั้นจะไม่ทำอะไรอย่างนี้อีกแล้ว ความช้าเกิดจาก ทุกคนต้องผ่านการตรวจยิ่งกว่าขึ้นเครื่องบิน! เราคุ้นๆว่า โดนตรวจกระเป๋า สแกนของ ถอดรองเท้าสแกน กันประมาณ 3 รอบ ก่อนขึ้นเรือก็สแกน ลงจากเรือก็สแกน ที่หนักกว่านั้นคือ มีเครื่องเป่าๆด้วย กลัวว่าซ่อนอะไรใต้ผมมั้ง เลยเป่าผมให้ฟูฟ่อง และเพราะตรวจกันไร้สติแบบนี้ คนข้างหลังก็รอกันไปสิ จริงๆแล้ว ที่เราได้ดูนี่มารอบสอง วันแรกมาถึงตอนสิบโมง แต่เห็นแถวแล้วคิดว่าหมดอนาคต เลยมาอีกวันถึงได้ดูสมใจ และก็ไม่ค่อยแน่ใจนะว่า คุ้มกะการรอรึป่าว ก็เป็นรูปปั้นที่งามดี ผ้าพริ้วเชียว และขนาดใหญ่ขนาดนี้ สร้างได้งามๆถือว่าอะเมซซิงอยู่ ก็สมกับที่เมดอินฝรั่งเศส แต่ก็ นะ ทำไมต้องทำให้การดูเป็นเรื่องยุ่งยากด้วย ชั้นไม่เข้าใจ ถ้าจะระเบิดกัน ก็คงขับเครื่องบินชนน่ะ

เข้าเขตกักกัน
ต่อคิวเข้าเขตกักกัน

inside her
ข้างในคุณเทพีค่ะ จิงๆแล้วเธอน่ากัวนะ ตอนนี้เค้าปิดไม่ให้ขึ้น ให้อยู่ได้แค่ข้างล่างๆ

liberty
นี่หน้าชี น่ากัวเชียว

Broadway
หลังจากหลุดมาจากเกาะลิเบอร์ตี้ได้ ก็แห่ (อันนี้แห่ของจริง วิ่งกันเหนื่อยมากๆ) ไปดูบรอดเวย์ ซึ่งเราจองตั๋วไว้ล่วงหน้านานแล้ว แต่น้องแยม (เพื่อนหวาน) ซึ่งมาร่วมเดินทางแบบสแตทไม่มีตั๋ว เธอเลยซื้อตั๋วสแตท เป็นตั๋วยืนราคา 25 บาท ก็โอนะ คราวหน้าทำมั่ง ยืนประมาณ 2 ชม.กว่า เรื่องที่เราดูคือ Phantom of the Opera เหตุผลที่เลือกเรื่องนี้ (แทนที่จะเป็น Mary Poppins) เพราะ ถูกที่สุด และพอจะรู้เนื้อเรื่องบ้าง จะได้ดูแบบไม่โง่ ซึ่งเพลงก็รู้จักเยอะดีนะ แอฟฟฟฟฟฟฟเวอรี่ซิงอลังการ คุ้มค่ากะที่มาดูจริงๆ ต่อไปนี้เลิกชอปปิ้งค่ะ เก็บตังค์ดูอะไรอย่างนี้ดีกว่า ช่วงนี้เราก็เลยบ้าเพลงแฟนธอมทั้งอัลบั้มไปโดยปริยาย (เหมือนตอนไปดูบัลเล่ต์ The Nutcracker ปกติก็บ้าอยู่แล้ว พอดูจบ ก็ฟังโอซีดีเรยฮ่ะ)

Phantom
หน้าโรง
บรอดเวย์หมายถึง ถนนที่มีโรงละครมากมาย โรงละเรื่องนะ แต่ละโรงก็ independent กัน เรื่องนึงก็เล่นกันข้ามปีข้ามชาติ ตั๋วก็โคตรแพง

ของกิน
ที่นี่มีอาหารประจำเมืองด้วย นั่นก็คือ ฮอทดอค เพรทเซล (อันใหญ่มาก แต่ชั้นพรีเฟอร์ป้าแอน) คุนิช (Knish) (มันฝรั่งบดเอาไปทอด ชอบมากๆ แต่คิดว่าหาที่อื่นยาก เป็นอาหารยิวฮ่ะ) และเบเกิลกะครีมชีสสารพัดแบบ เนี่ย มีแต่จังค์ไพร่ๆ แต่มีแบบไม่จังค์ก็มี ซึ่งเราชื่นชอบมากๆ พยายามมาหาที่ชิคาโก เป็นของเฮลธี้ตามประสานิวยอร์คเกอร์มีชาติ นั่นก็คือ เดลี่ (deli) คนอื่นมาเห็นอาจจะด่าว่า จัสท์ ได้ เพราะมันก็แค่อาหารตักๆ ที่เน้นผักหญ้าสลัด โยเกิต แซนด์วิชแบบเฟรชๆ มีอาหารจีนและข้าวบ้างถ้าเจ้าของเป็นจีน แต่ถ้าเอกซ์โพสจังค์มานาน จะชื่นชมเดลี่จิงๆนะ และไม่แพงด้วย อ้อ อาหารมีชาติชั้นก็กินกันนะ กินไปสองมื้อ หมดตัวไปเรยย

รวมๆแล้ว เราเฉยๆกะนิวยอค แต่ถ้ามาอยู่อาจจะชอบก็ได้ เพราะมีอะไรให้เดินเยอะดี (แต่ก็อาจจะไม่ เพราะตอนนี้เราเบื่อเมืองใหญ่และแสงสี)

เฮ้อ เล่าหมดซะที ทริปทั้งหมดนี้ กินเวลา 10 วัน เหนื่อยเรย รูปทั้งหมดตลอดทริปในบลอกนี้ เอื้อเฟื้อโดย อีพร (จริงๆขโมยมา) มีของเราและอีแฮ่นปะปนบ้าง

จบข่าว
—————————————

นอกเรื่อง
– มีบลอกใหม่มาโปรโมท Lady learning the laws-เรียนกฎหมายไปด้วยกันนะ ชื่อบลอกก็บอกอยู่แล้ว อ่านเข้าใจไม่ยากฮ่ะ
– สำหรับแฟนๆจดหมายอีปริ้น รอไปก่อนฮ่ะ ถึงแม้อีปริ้นจะส่งอันใหม่มาให้แล้ว ก็ยังไม่ลง โฮะๆๆ ตอนนี้มีแค่ชั้นที่อ่านได้อยู่คนเดียวจริงๆ ชั้นกั๊กของค่ะ ก็กลัวว่า เดี๋ยวลงถี่ๆไปจะไม่สนุก เพราะเริ่มชินชา ควรได้อ่านนานๆทีเหมือนที่เราได้เช่นกัน

One Response to “ทริปเด็กสุขา : New York”

Trackbacks/Pingbacks

  1. MoMA & MUJI « Simple & Clean - November 2, 2009

    […] post ทริปเด็กสุขา : New York,  ฮ่องกง […]

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: