Visa to US

22 Dec

ติดค้างเรื่องนี้มานานละ สัญญากะหลายคนที่เมืองไทย ที่มีแนวโน้มว่าจะมาอะเมกาว่าจะเขียนให้ว่า ต้องจัดการเรื่องวีซ่ายังไงบ้าง ตอนนี้จริงๆแล้วก็ค่อนข้างลืมๆแล้วด้วย จริงๆในเวบของสถานทูตก็มีบอกหมด แต่เอาเป็นภาษาเราง่ายๆ (ง่ายเหรอเนี่ย) สรุปรวมให้อ่านทีเดียว น่าจะงงน้อยกว่าเนอะ

แยกเขียนเป็นสองส่วนนะ อันแรกคือวีซ่า J-1 สำหรับเด็กแลกเปลี่ยนระยะยาว กับ B-1 วีซ่าท่องเที่ยว ไปแค่สองสามเดือน อ่านของใครของมันฮ่ะ

J-1
เรามาด้วยวีซ่า J-1 คือวีซ่าเด็กแลกเปลี่ยน ถ้ามีลูกเมียตามมา จะได้เป็นวีซ่า J-2 ซึ่งวิซ่าชนิดอื่น ก็จะอนุญาตให้ลูกเมียตามมาได้ แล้วเปลี่ยนเลข 1 เป็น 2 สำหรับวีซ่า J-1 จะมีข้อเสียคือ หลังจากกลับเมืองไทยไปเป็นการถาวรแล้ว ห้ามเข้าอะเมกาอีกเป็นเวลา 2 ปี (แต่ไม่ชัวร์ว่า ถ้ากลับเข้ามาด้วยวีซ่าท่องเที่ยวอาจจะได้) เพราะจุดประสงค์ของวีซ่านี้คือให้ exchange แลกเสร็จปุ๊บก็กลับประเทศไปซะ ห้ามทำงานต่อ เพราะอาจจะมีคนชอบขอเปลี่ยนชนิดวีซ่าเป็นทำงานหลังจากแลกเสร็จมั้ง

เอกสารสำคัญของวีซ่านี้คือ DS-2019 ซึ่งกว่าจะได้ก็ชาติกว่า หลังจากตกลงกะสถานที่ที่เราจะไปแลกได้แล้ว เค้าก็จะดำเนินการของ DS นี้ให้ ประมาณเดือนนึงหรือมากกว่า ก็จะส่งเอกสารนี้มาให้เราที่เมืองไทย ระหว่างรอเอกสารนี้ (ควรเมวจิกถามเค้าบ่อยๆว่า อีกกี่ชาติถึงจะได้) เพราะสองอาทิตย์ก่อนที่จะได้เนี่ย เราควรเริ่มติดต่อสถานทูตนัดวันสัมภาษณ์ได้แล้ว พอ DS มาปุ๊บ อีกวันสองวันจะได้สัมภาษณ์เลย ก็จะอธิบายเป็นสเกลดังต่อไปนี้ฮ่ะ

ให้วันที่ 0 เป็นวันสัมภาษณ์ที่สถานทูตนะ วันที่ติดลบคือวันก่อนหน้ากี่วันก็ว่าไป

-2 เดือน : ติดต่อหลักแหล่งที่จะไป เริ่มหาเอกสารรับรองจากเมืองไทย แล้วส่งให้เค้าด่วนที่สุด ก็หวังว่าเค้าจะจัดการ DS-2019 ให้เลย
-1 เดือน 1 อาทิตย์ : ช่วงนี้ DS-2019 กำลังทำอยู่ ซึ่งใช้เวลา 1 เดือนเต็ม อาจจะเปลี่ยนแปลงตามโรงเรียนนะ ควรถามคนที่เราติดต่อด้วย ว่าเมื่อไหร่ได้
-1 เดือน : ซื้อ PIN ที่ไปรษณีย์ ทุกแห่งทั่วประเทศ (ใครซื้อให้ก็ได้ แต่ต้องมีชื่อนามสกุลภาษาอังกิดของเราถูกต้อง) ราคา 456 บาท อย่าซื้อแบบ 700 นะ เพราะแบบนั้นสำหรับพวกใช้เนทไม่เป็น ต้องจองวันทางโทรศัพท์แทน พอได้พินมา ก็เข้า เวบสถานทูต เข้าไปลงทะเบียน ถ้าเค้าถามว่า ได้ DS-2019 รึยัง ให้ตอแหลไปว่าได้แล้ว กรอกชื่อและอื่นๆ หน้าท้ายๆจะมีปฎิทินวันสัมภาษณ์ว่าว่างวันไหนบ้าง ก็เลือกวันที่หลังจาก DS-2019 จะมาไปอีกสองสามวัน แต่ถ้าเกิดแอคซิเดนท์ มาสาย ก็เข้ามาเปลี่ยนวันได้ฮ่ะ แต่ต้องเปลี่ยนก่อน 1 อาทิตย์นะ และเค้าจะให้เปลี่ยนได้แค่อีก 2 ครั้ง (หรือครั้งเดียวไม่รู้) เพราะฉะนั้น ควรทำตัวแน่วแน่นิดนึง
-3 อาทิตย์ : ช่วงนี้ควรทำเอกสารทุกอย่างให้พร้อม (ยกเว้น DS) เช่น เอกสารรับรองจากโรงเรียน จากแหล่งทุน (สำหรับพี่อ้อ ไปขอที่บัณฑิตว่าเป็นนักเรียน (ใช้เวลา 1 อาทิตย์) ขอเอกสารจากโครงการเรื่องเงินที่เค้าซัพพอร์ท (ควรขอก่อนหน้านี้ ชีมักงี่เง่า)
-2 อาทิตย์ :
-1 อาทิตย์ : จ่าย ค่าวีซ่า อีกสี่พัน (แต่ตอนนี้เห็นว่าลดราคา) ไปจ่ายที่ไปรษณีย์ที่อยู่ตามในนี้เท่านั้นนะ NIV checklist เอาท่ีใกล้บ้านที่สุด (ใครจ่ายก็ได้ แต่ต้องมีชื่อนามสกุลภาษาอังกิดของเราถูกต้อง) เก็บใบเสร็จไว้ดีๆอีกเช่นกัน และต้องจ่ายค่า SEVIS อันนี้เฉพาะเด็กแลกเปลี่ยน เค้าเก็บเงินเพิ่มอีกสี่พัน ก็เข้าไปในเวบ กรอกๆ แล้วก็จ่ายตังค์ผ่านบัตรเครดิตไป หน้าสุดท้าย จะเป็นใบเสร็จว่าจ่ายแล้ว ให้ปรินท์ออกมา ถ้าปรินท์ไม่ได้ ก็ปรินท์เป็น pdf เก็บไว้ปรินท์ทีหลัง เพราะเซฟไม่ได้ ใบนี้สำคัญมากนะ แล้วเค้าจะส่งใบเสร็จตัวจริงตามมาทีหลัง ซึ่งถึงตอนนั้นก็ไร้ค่าแล้วล่ะ อันนี้ ต้องจ่ายก่อนวันสัมภาษณ์ 3 วันนะ (เสาร์อาทิตย์ไม่นับ)
ช่วงนี้ DS-2019 น่าจะเสร็จแล้ว รอเวลาส่ง fedex อยู่ ว่างๆก็กรอก DS-156, 157, 158 เล่นๆไปก่อน (กรอกในคอมนะคะ) ซึ่งเค้าไปหาลิงค์ได้ที่ NIV checklist ได้ แต่ 156 ควรรอ ds ก่อนก็ดี
-3 วัน : DS น่าจะเดินทางมาถึงแล้ว ก็เตรียมไปถ่ายรูปไว้ (ถ่ายก่อนหน้าก็ได้ แต่เผื่อเพิ่งตัดผมไม่กี่วันอย่างเรา) อย่าลืมว่ารูปของสถานทูตอะเมกาโคตรเรื่องมาก ควรถามที่ร้านก่อนว่ารู้จักมั้ย ถ้าไม่รู้ก็ขอให้เปลี่ยนร้าน ช่วงนี้ก้เอาเอกสาร DS-156, 157, 158 มากรอกและปรินท์ให้หมด แนะนำว่า DS-156 ควร log in เข้าเวบที่ไปจองวันสัมภาษณ์น่ะ ใช้ PIN เดิม มันจะมีให้เลือกกรอก DS-156 ก็กรอกทางนั้น แล้วก็ปรินท์ ซึ่งกรอกทางนี้จะได้บาร์โค้ดจากสถานทูตเลย จะช่วยให้โพรเซสเร็วกว่า
-1 วัน : ดู checklist อีกรอบว่าของครบแล้ว แนะนำว่า DS-2019 ควรซีรอกซ์เก็บไว้ด้วย เพราะเดี่ยวเค้าจะยึดไป เก็บไว้เล่นๆแหละ รูปก็แปะกาวบน DS-156 เลย เตรียมเงิน 55 บาท (เตรียมให้พอดี) ไปซื้อซองที่สถานทูต เอาไว้ใส่พาสปอร์ตเรากลับมา และปรินท์ฟอร์มที่ให้ยื่นขอซื้อซองออกมากรอกเลยก็ดี เชคด้วยว่าสถานทูตอยู่ไหน (อย่างเรานี่ ไปถึงรถไฟฟ้าชิดลมแระ แล้วค่อยโทรถามแม่ว่าสถานทูตไปทางไหน อาจี้มากๆ) เชคด้วยว่าสัมภาษณ์กี่โมง ควรไปถึงก่อน ชม.นึง (แต่หนูใกล้เวลามากฮ่ะ)
0 วัน : พอมาถึงสถานทูต จะเจอผู้คนเสื้อแดงเป็นเจ้าหน้าที่สถานทูตฮ่ะ ตั้งแต่ทางเข้าก่อนโดนยามตรวจกระเป๋าน่ะ จะมีเสื้อแดงนั่งตรวจเอกสารอยู่ ให้เค้าดููก่อน เค้าจะเชคว่าเรามาถูกวันมั้ย ตรวจเอกสารที่เราเอามา แล้วก็เขียนรหัสให้ จากนั้น ให้ยามตรวจกระเป๋า ฝากของ ดิจิตอลแอฟเวอรี่ห้ามเอาเข้า รู้สึกว่าต้องฝากของพร้อมบัตรประชาชนฮ่ะ เตรียมไว้ด้วย เข้าไปได้แล้ว ก็ไปจ่ายตังต์ซื้อซองก่อน กรอกซองเป็นที่อยู่บ้านเรา แล้วก็ไปหาเสื้อแดง เค้าก็ดูๆแล้วเราไปต่อแถว ช่องต่อแถวนี้ ยื่นเอกสารทั้งหมดให้เค้า เค้าจะถามว่าสัมภาษณ์ภาษาอะไรดีคะ แต่พวกที่โดนถามมักเป็นคุณป้า อย่างเราเค้าให้เอาภาษาอังกิดเลย หลังจากนั้น เค้าจะยึดเอกสารเราไว้เลย ให้มาแต่บัตรคิว มีประตูไม้เยินๆข้างๆ ให้ผลักเข้าไปรอในห้องนั้น จะเห็นเขมรรอกันอยู่แล้วมากมาย พวกนี้ต้องมาทำที่นี่เหมือนกันฮ่ะ แล้วก็รอเรียกบัตรคิวไปเรื่อยๆ พอได้ เค้าก็ถามนิดหน่อยพอเป็นพิธี แล้วเซ่ด คอนแกรทจูเลชั่น ได้วีซ่าแล้วจ้ะ เราก็งงๆว่าทำไมมันง่ายอย่างนี้ ก็ขอบคุณเป็นรีเฟลกซ์ แล้วก็เดินออกมา กลับบ้านได้แล้วฮ่ะ
+3 วัน : น่าจะได้พาสปอร์ตคืนทางไปรษณีย์ จะเห็นว่ามีซองแม็กติดกะพาสปอร์ต นั่นคือ DS-2019 ไม่ต้องมือบอนไปยุ่งกะมัน เดี๋ยวพอถึง immigration ที่อะเมกาแล้วเค้าจะเปิดเอง

B-1
วีซ่าที่จะพูดถึงอีกอันคือ วีซ่าท่องเที่ยว เรียกว่า B-1 ซึ่งพวกหน้าที่การงานดีๆ เป็นหมอ (เช่น อีแฮ่น) หรือเป็น นักเรียน (เช่น อีปวร อีพร) จะแสดงถึงว่ามีอะไรผูกมัดที่เมืองไทย ไม่หนีเข้าประเทศเค้าหรอก พวกนี้ก็ได้วีซ่า 10 ปี กันถ้วนหน้าฮ่ะ แต่กรณีอื่นที่ดูไม่มีงานทำ อาจจะได้มากน้อยต่างกันไป ทุกอย่างคล้าย J-1 เป็ะๆ แต่ไม่ต้องเสียเงินเพิ่มอีกสีพัน และไม่ต้องรอเอกสารจากเมืองนอกใดๆ อันนี้เราไม่มีประสบการณ์ตรงนะ อาศัยอ่านจากเวบเอา

ให้วันที่ 0 เป็นวันสัมภาษณ์ที่สถานทูตนะ วันที่ติดลบคือวันก่อนหน้ากี่วันก็ว่าไป

-1 เดือนครี่ง : ซื้อ PIN ที่ไปรษณีย์ ทุกแห่งทั่วประเทศ (ใครซื้อให้ก็ได้ แต่ต้องมีชื่อนามสกุลภาษาอังกิดของเราถูกต้อง) ราคา 456 บาท อย่าซื้อแบบ 700 นะ เพราะแบบนั้นสำหรับพวกใช้เนทไม่เป็น ต้องจองวันทางโทรศัพท์แทน พอได้พินมา ก็เข้า เวบสถานทูต เข้าไปลงทะเบียน กรอกชื่อและอื่นๆ หน้าท้ายๆจะมีปฎิทินวันสัมภาษณ์ว่าว่างวันไหนบ้าง ซึ่งของวีซ่าท่องเที่ยวจะแน่นเอี้ยดมาก ถึงให้รีบเข้ามาจองเนิ่น ถ้าเกิดแอคซิเดนท์ ก็เข้ามาเปลี่ยนวันได้ฮ่ะ แต่ต้องเปลี่ยนก่อน 1 อาทิตย์นะ และเค้าจะให้เปลี่ยนได้แค่อีก 2 ครั้ง (หรือครั้งเดียวไม่รู้) เพราะฉะนั้น ควรทำตัวแน่วแน่นิดนึง
-2 อาทิตย์ : ช่วงนี้ควรทำเอกสารทุกอย่างให้พร้อม เช่น สเตทเม้นท์ธนาคาร ใบรับรองการทำงาน การเป็นนักเรียน (ถ้าอันไหนคิดว่าขอนาน ควรทำก่อนหน้านี้) เอกสารพวกนี้เค้าไม่ระบุแน่นอน แต่เป็นอะไรก็ที่ยืนยันว่าเราผูกพันอยู่กะเมืองไทย ไม่แอบเข้าประเทศเค้า ส่วนสเตทเมนต์ ก็ไม่จำเป็นต้องเงินเยอะ เอาแค่ว่า มีเงินเข้าบัญชีเรื่อยๆ ให้อยู่รอดได้ กรอก DS-156, 157 ด้วย หาลิงค์ได้ที่ NIV checklist และปรินท์ให้หมด แนะนำว่า DS-156 ควร log in เข้าเวบที่ไปจองวันสัมภาษณ์น่ะ ใช้ PIN เดิม มันจะมีให้เลือกกรอก DS-156 ก็กรอกทางนั้น แล้วก็ปรินท์ ซึ่งกรอกทางนี้จะได้บาร์โค้ดจากสถานทูตเลย จะช่วยให้โพรเซสเร็วกว่า
-1 อาทิตย์ : จ่ายค่าวีซ่าอีกสี่พัน (แต่ตอนนี้เห็นว่าลดราคา) ไปจ่ายที่ไปรษณีย์ ที่อยู่ตามใน NIV checklist เท่านั้นนะ เอาท่ีใกล้บ้านที่สุด (ใครจ่ายก็ได้ แต่ต้องมีชื่อนามสกุลภาษาอังกิดของเราถูกต้อง) เก็บใบเสร็จไว้ดีๆอีกเช่นกัน ถ่ายรูปด้วย แปะลงบน DS-156 เลย
-1 วัน : ดู checklist อีกรอบว่าของครบแล้ว เตรียมเงิน 55 บาท (เตรียมให้พอดี) ไปซื้อซองที่สถานทูต เอาไว้ใส่พาสปอร์ตเรากลับมา และปรินท์ฟอร์มที่ให้ยื่นขอซื้อซองออกมากรอกเลยก็ดี เชคด้วยว่าสถานทูตอยู่ไหน (อย่างเรานี่ ไปถึงรถไฟฟ้าชิดลมแระ แล้วค่อยโทรถามแม่ว่าสถานทูตไปทางไหน อาจี้มากๆ) เชคด้วยว่าสัมภาษณ์กี่โมง ควรไปถึงก่อน ชม.นึง (แต่หนูใกล้เวลามากฮ่ะ)
0 วัน : พอมาถึงสถานทูต จะเจอผู้คนเสื้อแดงเป็นเจ้าหน้าที่สถานทูตฮ่ะ ตั้งแต่ทางเข้าก่อนโดนยามตรวจกระเป๋าน่ะ จะมีเสื้อแดงนั่งตรวจเอกสารอยู่ ให้เค้าดููก่อน เค้าจะเชคว่าเรามาถูกวันมั้ย ตรวจเอกสารที่เราเอามา แล้วก็เขียนรหัสให้ จากนั้น ให้ยามตรวจกระเป๋า ฝากของ ดิจิตอลแอฟเวอรี่ห้ามเอาเข้า รู้สึกว่าต้องฝากของพร้อมบัตรประชาชนฮ่ะ เตรียมไว้ด้วย เข้าไปได้แล้ว ก็ไปจ่ายตังต์ซื้อซองก่อน กรอกซองเป็นที่อยู่บ้านเรา แล้วก็ไปหาเสื้อแดง เค้าก็ดูๆแล้วเราไปต่อแถว ช่องต่อแถวนี้ ยื่นเอกสารทั้งหมดให้เค้า เค้าจะถามว่าสัมภาษณ์ภาษาอะไรดีคะ แต่พวกที่โดนถามมักเป็นคุณป้า อย่างเราเค้าให้เอาภาษาอังกิดเลย หลังจากนั้น เค้าจะยึดเอกสารเราไว้เลย ให้มาแต่บัตรคิว มีประตูไม้เยินๆข้างๆ ให้ผลักเข้าไปรอในห้องนั้น จะเห็นเขมรรอกันอยู่แล้วมากมาย พวกนี้ต้องมาทำที่นี่เหมือนกันฮ่ะ แล้วก็รอเรียกบัตรคิวไปเรื่อยๆ พอได้ สำหรับคนที่ไม่มีงานทำอาจจะโดนถามมากหน่อย แต่ก็น่าจะได้นะ
+3 วัน : น่าจะได้พาสปอร์ตคืนทางไปรษณีย์

ไม่รู้เขียนอะไรตกหล่นป่าว เพราะเขียนตอนไม่มีเนท ไม่ได้เชคอะไรเท่าไหร่ มีอะไรผิดมาบอกด้วยฮ่ะ

ปล. ตอนนี้มีเนทใช้แร้ววว เป็นไวร์เลสได้ก็ด้วย airport express ของเราเอง เพราะที่เค้าซื้อมามีปัญหา นั่งเซทอัพอยู่ชาติกว่า จัสท์เสียบแอร์พอทเข้าไปสองนาทีก็ใช้ได้เรยฮ่ะ เซ็งจิง

2 Responses to “Visa to US”

  1. Phang-sang December 22, 2006 at 1:53 pm #

    ตอนเราไปขอเจวัน อะไม่ได้เอาหลักฐาน(อย่างเป็นทางการ)
    ว่าจ่ายสี่พันเพิ่มไปแล้วด้วย พวกพี่ๆสีแดงก็บอกน้องไม่ได้นะคะ
    กันทุกๆคน แต่เราก็ดื้อประมาณว่าตั๋วหนูอีกหนึ่งสัปดาห์บินค่ะ
    นัดใหม่ไม่ทันนะคะ จนหลุดไปเจอผู้สัมภาษณ์ไม่เห็นฮีว่าใดๆ
    เลยฮ่ะ ถามสามประโยคแล้วก็ไล่กลับบ้าน ช้านได้วีซาแล้ว
    รุ่งขึ้นพาสปอร์ตก็มาถึงบ้านเลยอีกต่างหาก รวดเร็วจิงๆ

    ส่วนเรื่องสองปีเห็นว่าไม่มีผลกะผู้ขอเอฟวันหรือวีซ่านักเรียน
    จะมีผลกะคนขอเฮชวัน(วีซาทำงาน)เท่านั้นแต่ก็สามารถทำเรื่อง
    ผ่อนผันยกเลิกได้ด้วยมีคนทำมาแล้วแต่อาจจะยุ่งยากซักหน่อย

  2. Mk December 23, 2006 at 5:47 pm #

    ตอนนั้นไปขอหลังวันรัฐประหารหนึ่งวัน หลักฐานไม่ครบเพราะโดนรถถังปิดออฟฟิศ ไปตีกับคนคุมอยู่ตั้งนาน ปรากฎมันถามคำเดียวผ่านเลย อยากโดดถีบหน้า

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: