โว ภาคพิเศษ: เลี้ยงเด็กกำพร้า ภาค 2

24 Jan

เด็กวันนี้เปลี่ยนเป็น 3-6 ขวบ ก็พูดด้วยรู้เรื่องขึ้น แต่มีบางอย่างฟังไม่ออกวันนี้อีฟมาด้วย ก็ลำไยแถวสีลม แต่เด็กก็มากันเลทเหมือนกัน ชีวิตเลยเริ่มต้นจริงๆตอน 11 โมง ก็พาเด็กไปถีบเรือที่สวนลุม ต่อด้วยกินข้าวที่ฟู้ดเซนเตอร์ เวิล์ดเทรด และตอนบ่ายก็อยู่ที่ TK park ของเวิล์เทรด

วันนี้มีมุขอะไรแปลกๆมากมาย เผอิญปวรจดเป็นคีย์เวิร์ดมาให้ เดี๋ยวเราลืมเอามาเขียนบลอก (เพราะเห็นพรสรรทำ เลยเอามั่ง) ก็ขอเล่าตามนั้นก่อน

น้องผู้หญิงคนนึงมาคุ้ยๆกระเป๋าอีฟ พอเจอตลับแป้งรองพื้น ก็ถามคำถามบังคับคือ ‘นี่อะไรอ่ะ’ ตามด้วย ‘ขอใช้มั่งสิ’อีฟก็บอก ‘ไม่ได้ๆ’ เราก็นึกว่าอีฟจะหวงไม่อยากให้น้องใช้ร่วมกัน แต่อีฟบอกว่า ‘มันผิดเบอร์จ้ะ สีแป้งอันนี้เบอร์ 02 น้องต้องใช้เบอร์ 03’ ก็หวังว่าน้องคงจะเข้าใจว่าน้องผิวคล้ำกว่า ใช้สีอ่อนแล้วหน้าจะลอย (หรือไม่ก็ อีฟพยายามบอกว่าชั้นขาวกว่าน้อง)

ที่สวนลุม ก็จะมีสัตว์มากมาย เช่น นกพิราบ อีกา เต่า และที่เป็นของแปลกสำหรับน้องๆคือ ตัวเงินตัวทอง ดูน้องตื่นเต้นกันมาก ชอบเรียกชื่อนี้กันใหญ่เลย แล้วก็หันมาเรียก ‘พี่ตัวเงินตัวทอง’ เอ๊ะ เรียกเราเหรอ หรือจะชี้ให้ดู แต่เด็กบางคนที่ไม่มีใครบอกมาก่อน พอเห็นแล้วก็ตะโกนว่า ตะขาบ บ้างก็ ตะกวด บ้างก็ กิ้งก่า หนักสุดเห็นจะเป็น เต่า แสดงถึงจินตนาการอันสูงส่งดี

มีน้องคนนึง เดินมาบอกว่า ‘ตะกี๊ หนูเห็นยักษ์ด้วยล่ะ หนูเห็นมันอยู่ในน้ำ มันโผล่ขึ้นมา …’ และอีกยาว ที่ฟังไม่ออกแล้ว ปวรก็บอกให้ตั้งใจฟัง เผื่อเป็น fiction ของเด็ก เด็กๆมีจินตนาการที่เราไม่เข้าใจ

เด็กปวร ชื่อ น้องปิ่นโต (ปวรเรียก เบนโตะ) ชอบมาพัวพันเกาะแกะมากๆ ตัวเล็กนิดเดียวเอง ชอบมาเกาะขา เกาะแขน แล้วโหน ปวรเลยให้น้องเกาะแขน แล้วยก บอกว่าเป็นการฝึกไปไพรเวทเซลล์ เพราะจะต้องหิ้วของเยอะ เป็นการฝึกกล้ามเนื้อแขนไว้ก่อน เรากับอีฟก็เอามั่ง กับปิ่นโตนี่แหละ แบบว่าพอวางจากอีกคน ก็ให้มาเกาะอีกคนต่อ แต่คิดไปคิดมา จะทำให้แขนส่วนหน้าดูล่ำเกินไป ควรบริหาร triceps มากกว่า เลยต้องเอาแขนไปข้างหลัง แล้วหิ้วจากทางนั้น น้องปิ่นโตเลยกลายเป็นอุปกรณ์ยกน้ำหนักจำเป็นไป โค้ดการฝึกอันนี้ก็คือ มาไพรเวทเซลล์กัน

ตอนนั่งรถจากสวนลุมไปเวิล์ดเทรด เราก็โดนน้องคนนึงเกาะ เด็กผู้ชายนะ ก็ไปนั่งหลังสุดของรถตู้กับปวรอีกคน พอรถแล่นน้องบอกให้จับที่จับซึ่งติดกับเบาะหน้า เราก็จับตามๆไป แล้วก็น้องก็ไปบังคับปวรต่อ แต่ปวรต่อต้าน บอกว่า ‘ไม่จับแล้วจะทำไม’ น้องบอกว่า ‘เดี๋ยวปลิว’ ซักพักก็แอบไปดึงผมอีฟซึ่งอยู่เบาะหน้า แล้วก็มาจะให้เรากิน เราก็พยายามผลักไป ก็ไปให้ปวรกินต่อ ก็ไม่เอาเหมือนกัน เราก็เลยจับมือให้น้องกินเอง น้องบอกว่า ‘ไม่เอา’ เราเลยถาม ‘ทำไมล่ะ’ ‘ผมมีขี้เหา’ อ้าว อีฟมีขี้เหาด้วย (ไม่ใช่ไข่ด้วยนะ) และน้องคนเดิม สามารถร้องเพลง ชินเหม่โจได๋ ได้ด้วย ถึงแม้จะท่อนฮุกแต่ก็เหมือนมากๆ ปวรอัดไว้แล้ว (ถ้าได้แล้วอาจจะเอามาลง) และยังมีโอ้ละหนอมายเลิฟ ของเบิร์ด แต่เนื้อเพลงเป็นเวอร์ชันของน้องเอง แล้วน้องก็แอบบอกว่า ‘หนูชอบร้องเพลงแหละ’ เราก็บอกว่าร้องอีกสิ น้องบอกว่า ‘ไม่เอา หนูอาย’ (แล้วที่ตะกี๊ร้องไปไม่รู้กี่เพลงแล้ว นั่นเรียกว่า อาย ใช่มั้ย)

ตอนถีบเรือตอนเช้า เราก็จับคู่อีฟ มีน้องมาด้วยสองคน น้องอยากถีบมั่ง แต่ขาสั้น ก็เลยกลายเป็นเรากับอีฟถีบกันสองคน แล้วถีบรอบนึงนี่ มันกว้างมากเลยนะ รอบสระสวนลุมเลย ผอมได้เลยนะเนี่ย พอจะลง น้องก็อยากเอาอีกรอบ แต่พี่หมดแรง (ตอนหลังน้องร้องไห้เลยด้วย ที่ไม่ได้ไปต่อ) จริงๆต้องถีบให้เด็กคนอื่นอีก แต่หมดแรงแล้ว แล้วก็เลยดิสคุสกับอีฟ ว่าทำไมคนเราถึงต้องมาเดทตามสวนแล้วถีบเรือกันด้วย เหนื่อยจะตาย โรแมนติคตรงไหน น่าจะมีเลิกกันมากกว่า (สงสัยจาก บลอกน้องนัท)

ตอนกินข้าวที่เวิล์เทรด เด็กเราก็อยากกินหนม ก็พาไปซื้อขนมโตเกียวมากล่องนึง ก็มีหลายอันอยู่ แต่น้องไปยอมแบ่งเพื่อน เราเลยบอกว่า ‘แบ่งเพื่อนบ้าง แล้วเดี๋ยวพาไปซื้อใหม่’ ก็เลยยอมแบ่ง พอน้องกินหมด ก็มาชักชวนให้เราพาไปซื้ออีก (ก่อนหน้านี้ก็กินข้าวมันไก่ไป 1 จานเต็มๆแล้วนะ อดอยากจากไหนมากันเนี่ย) คราวนี้ น้องบอกว่า เดี๋ยวค่อยกิน จะเอากลับไปแบ่งเพื่อน เราก็ว่าดี น้องดูมีน้ำใจขึ้นมาเฉยเลย หลังจากนั้น พอน้องเจอเพื่อนคนอื่นก็บอกว่า ‘เรามีขนมด้วย เดี๋ยวเราจะแบ่งให้กิน’ แล้วน้องก็บอกเราอีกว่า ‘เดี๋ยวหนูจะเอาไปแบ่งเพื่อน จะได้เป็นเด็กดี มีน้ำใจ’ แล้วพอเจอเพื่อนคนอื่นอีก ก็พูดอย่างเดิมอีกว่าเดี๋ยวจะแบ่ง สรุป น้องนี่เป็นไทป์สาม พอจะทำดีแล้วอวดเหลือเกิน อยากได้หน้ามาก รวมกับเรื่อง หนูอาย แต่อยากร้องเพลงอีก ยิ่งคอนเฟิร์ม (จริงๆแล้ว น้องๆเจอพี่เลี้ยงแบบเรา ปวร อีฟ แทคทีม ก็โดนวิเคราะห์ enneagram กันถ้วนหน้า พวกพี่ๆสตาฟบางคนก็โดน)

ตอนเดินผ่านร้านโมเดลในเวิล์ดเทรด น้องๆก็ไปยืนดูกันใหญ่เลย รู้สึกเครียดแทน เดี่ยวน้องเทิร์นเป็น โอตาคุ กันหมดจะทำยังไงเนี่ย แล้วน้องเราคนเดิมบอกว่า ‘ตัวนั้นเห็นปิ๊ด้วย’ เสียงดังด้วยนะ อายแทน

หลังจากนั้นไป TK park ก็พาไปดูหนังสามมิติ เราว่าดีกว่าดิสนีย์แลนด์อีกนะเนี่ย (เอ่อ แค่คิดว่าเมืองไทยไม่น่ามีน่ะ) น้องดี๊ด๊ากันมากๆ พอมีเต่าออกมา น้องก็ตะโกนว่า ‘ออกมาแล้วๆ’ พอนางเงือกออกมา ก็ตะโกนว่า ‘เจ้าหญิงออกมาแล้ว’ แล้วจะเป็นเรื่องในทะเล ก็เลยมีฟองสบู่ออกมาจริงๆ น้องก็ออกไปรวมตัวกระโดดๆจับใหญ่เลย ออกไปจนจะติดจอ วี้ดว้ายกระตู้วู้มากๆ เห็นแล้วอยากเป็นเด็กมั่ง อยากกระโดดด้วย

พอมีตัวอะไรในเรื่องผ่านมาจนติดหน้าจอ ด้วยความรู้สึกของสามมิติ น้องก็จะเอื้อมมือไปจับกันใหญ่เลย ตลกดี ปวรบอกว่าในเรื่องมี ลาล่า ลูลู่ ในโปงลางสะออนด้วยนะ จะมีตัวนักดำน้ำสองตัว แล้วพูดว่า ‘พี่คะ’ (กรุณาทำเสียงให้กระแดะตามลาล่า) ถ้ามีโอกาสขอให้ไปดูกัน เราก็ไม่ได้สังเกต เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปดูใหม่ ตอนอยู่ในห้องฉายหนัง ก็มีคนมาพูดแนะนำอะไรก่อนยาวเหยียด น้องแต่ละคนก็มีวิถีชีวิตของตัวเองอีกแล้ว อยากพูดอะไรก็พูดขึ้นมา เช่น ไฟตรงนี้สว่างจัง ซึ่งไม่เกี่ยวกับเรื่องที่พูดเลย อยากเป็นเด็กบ้างจัง ทำอะไรก็ไม่ผิด

หลังจากนั้นก็ไปโซนห้องสมุด มั่นใจมากว่า ผู้คนที่อ่านหนังสืออยู่ในนั้น ต้องเปลี่ยนเป็นเกลียดเด็กแน่นอน ถ้าเกลียดอยู่แล้วคงยิ่งเกลียด ก็เด็กเจี๊ยวจ๊าวกันมาก ขนาดพยายามบอกให้เงียบแล้ว ซึ่งพอเงียบ ก็เปลี่ยนเป็นกระโดดโลดเต้นแทน เราก็พาน้องเรามาอ่านนิทาน (มันรีเควสท์เอง) ก็พออ่านไปซักพัก ก็ไม่เอา เบื่อแล้ว อ้าว หรือเป็นเจ็ดเนี่ย แต่อีฟบอกว่าเด็กก็ attention deficit อยู่แล้ว เลยพาไปรวมกับผองเพื่อนที่นั่งดูการ์ตูนอยู่ เป็นเรื่องผีกระหังกระสืออะไรก็ไม่รู้ เด็กบางคนก็ปิดหูปิดตาใหญ่เลย

จริงๆวันนี้ต้องจบตั้งกะบ่ายสอง แต่เสร็จจริงคือ สี่โมง เรางี้หมดแรง เราก็กลัวเด็กเราจะติดมากๆตอนต้องแยก แต่พอก่อนจะแยก เราก็ให้หนมที่บอกว่าจะเอาไปแบ่งเพื่อน ซึ่งฝากเราไว้ก่อน แล้วน้องก็หายหัวไปเลย สามจริงๆ แต่น้องพวกนี้ก็คงชินกับการเจอคนแปลกหน้าอยู่บ่อยๆ แล้วก็ทำตัวสนิทสนมด้วยเร็วและง่ายมากๆ จนรู้สึกว่า โตขึ้นจะเป็นยังไงเนี่ย อาจจะ ใจง่าย ผิวเผิน ไม่จริงใจ รึป่าว กลัวแทนจัง

เนื่องจากเหนื่อยสุดขีด เลยไปนั่งเย็นๆกันสามคนต่อที่โอบองแปงอีกสองชม. วันนี้ไร้ค่าทีเดียวในแง่ของการทำงาน แต่เรื่องของเด็กน้อยก็ถือว่าสนุกดี แต่เหนื่อยโึคตรเหนื่อย

อยู่ดีๆก็คิดขึ้นมาได้ ว่าอยากเห็นเพื่อนบางคนในเวอร์ชันรักเด็ก เนื่องจากไม่สามารถจินตนาการเซนส์ของความเป็นพ่อเป็นแม่ออก เรียงตามลำดับจากมากดังนี้
1. วาสนา
2. อินทุอร
3. ดาว
4. พรสรร
5. อนุชา (จริงๆพอนึกออก แต่เป็นแบบคุณแม่เลี้ยงลูกมากกว่า)

จริงๆแล้วก็มีปวรและอีฟด้วย แต่ก็เห็นมาแล้ว พวกนี้ทรีทเหมือนเพื่อน ยิ่งอีฟนี่ เวลาเห็นเด็กทะเลาะแบบสู้ๆกัน แทนที่จะห้ามแบบผู้ใหญ่ทั่วไป อีนี่ก็ยุใหญ่เลย มีการเป็นพี่เลี้ยงนักมวยวางแผนให้อีก

>>> กลับไปอ่านโว
ภาคพิเศษ ภาค 1
ภาคปกติ ภาค 1 ภาค 2

Categories: ,

One Response to “โว ภาคพิเศษ: เลี้ยงเด็กกำพร้า ภาค 2”

  1. Catfish January 27, 2006 at 5:48 pm #

    ขอยืนยันเรื่องการถีบเรือย่ะ แม้ว่าจะเป็นกิจกรรมที่เหนื่อยโคตรๆ แต่ก็ช่วยทำให้คนเป็นพัดลมกันมาก็เยอะนะยะ ตอนพี่สาวเราไปเดทกะแฟน(ตอนนั้นยังไม่เป็นแฟนกัน)มันสองคนไปถีบเรือที่สวนลุม ปั่นกันไปกัดกันไป พอเจอคู่ตัวเห้.(สองตัว)ลงมาว่ายน้ำเล่นเท่านั้นแหละ สามัคคีกันถีบเรือขึ้นมาเชียวว(ถีบหนีตัวเห้..)หลังจากนั้นก็คบกันมาเรื่อยจนถึงบัดนี้
    อีกกิจกรรมนึงที่เราว่าช่วยให้เป็นแฟนกันเร็วขึ้นคือ ดูหนัง(ผี) เช่น ชัตเตอร์ หรือเด็กหอ กะเดินขึ้นภูกระดึง หึหึ
    ว่าแต่ตัวเห้…นี่มันเหมือนเต่าตรงไหนวะ???
    แล้วก็เพลง ชิมเหม่โจได๋ ชื่อเพลงว่า”คาถาขอใจ”ย่ะ ร้องโดยอาจาีรียา ที่ร้องเพลงสะใ้ภ้นายกนั่นแหละ เพลงมันก็ดังน่ะแต่ทำไมตามคาราโอเกะไม่ค่อยมีก็ไม่รู้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: