โว ภาค 1 Vo I

13 Jan

โว มาจาก volunteer ที่แปลว่าอาสาสมัคร เป็นโค้ดที่เราใช้เรียกกันอย่างย่อๆ แล้วก็ขอแบ่งภาคแบบ พรสรร มั่ง แต่ไม่รู้จะทำได้กี่ครั้งกันเชียว เพิ่งไปเป็นโวสอนหนังสือให้เด็กตาบอดมา โดยมีเหตุผลอะไรบางอย่างเบื้องหลัง แต่ยังไม่อยากบอก มันมีศูนย์ของเด็กตาบอกตรงแยกตึกชัย ซึ่งเดินจากคณะวิทย์ต๊อกแต็กสิบนาทีก็ถึงแล้ว

เวลาที่ให้ไปสอนคือ 15.30-18.00 ซึ่งจะมีน้องๆตาบอด ที่ไปเป็นนักเรียนกับเด็กทั่วไปนี่แหละ แต่พอได้การบ้านมาก็ไม่สามารถทำเองได้ ก็เลยต้องมีโวมาช่วยอ่านช่วยเขียน ซึ่งจะว่าไปแล้ว ก็เหมือนเราไปนั่งทำการบ้านนี่เอง แต่น้องเค้าต้องรับรู้ด้วยว่าเราทำอะไรลงไป จริงๆแล้ว ทำอย่างอื่นก็ได้อีก เช่น เตรียมเอกสารอักษรเบรลล์ (รู้สึกถึงความอเมซซิ่งมาก ถ้าอ่านออกได้บ้างก็น่าจะดูแรดดีนะ) แต่เพิ่งไปวันแรกเอง เลยยังไม่รู้อะไรมาก

เริ่มแรก เราไปกับอีฟกันสองคน ซึ่งอีฟก็ไปโพทนาซะทั่ว ว่าจะไปโว แบบให้คนอื่นรู้สึกว่าเป็นคนดีบ้าง แต่ดูจะไม่ค่อยมีใครเชื่อเท่าไหร่ และพอดีปริ้นเพิ่งกลับจากบ้านนอก (อุบล) เลยชักชวนให้มาเป็นคนดีด้วย พอไปถึง ก็ไปลงชื่อ (เรายื่นไปสมัครไปตั้งกะเมื่อวานแล้ว) แล้วก็จะมีเด็กเดินมารีเควสท์ว่าต้องการให้สอนวิชาอะไร ถ้าเราเอาด้วย ก็ไปกับน้องเค้า ซึ่งน้องพวกนี้เดินกันอย่างอเมซซิ่ง เดินเข้าเดินออก ขึ้นลงบันได อย่างกะคนปกติ น้องส่วนใหญ่จะเป็นเด็กมัธยม ก็คิดอยู่ว่าถ้าเป็นม.ปลายคงสอนอะไรไม่ได้ นอกจากภาษาอังกฤษ

เผอิญเราได้เด็กม. 2 เป็นผู้หญิง น้องมีการบ้านสุขศึกษา ซึ่งเราก็ต้องอ่านโจทย์ให้น้องฟัง แล้วน้องก็บอกมาว่า คำตอบอยู่ประมาณหน้าไหน จำได้อีกนะ แล้วเราก็อ่านให้เค้าฟัง แล้วก็ลอกลงไป เพราะน้องเขียนเองได้ที่ไหนล่ะ แล้วโจทย์บังคับให้ตกแต่งให้สวยงาม เราก็เครียด แต่ก็ละเลงๆไป น้องเค้าก็บอกว่าดีๆ ซึ่งน้องคนนี้บอดไม่สนิท เห็นได้ลางๆข้างนึง แต่ต้องเอามาติดตาเลย ถึงจะเห็น พอเราละเลงเสร็จน้องก็เอาไปจ่อดู แล้วมีการบ้านอีกอัน เป็นภาษาอังกฤษ แต่ให้วาดรูปอาหารห้าหมู่ ก็มีตัวอย่างของเพื่อนน้อง ซึ่งคาดว่าเป็นคนปกติ เค้าวาดงดงามมาก แต่เราไม่สามารถวาดได้งามอย่างนั้น เลยไปแปะมือกับปริ้น ให้มาวาดแทน

ตอนที่เราทำการบ้านให้น้องเค้าไป น้องก็ชวนคุย น้องบ่นๆว่า วันนี้ห้องคอมปิด เพราะมีกีฬาสีของเด็กอนุบาล เราก็ตกใจว่าน้องเล่นคอมกันยังไง น้องบอกว่า ถ้าไม่มีเนทก็ไม่มีคนเข้าห้องคอมกันหรอก เราเลยถามว่า เข้าไปแชทกันรึไง น้องบอกว่า ถ้าแชทได้ คงโดยสั่งปิดไปนานแล้ว แค่ที่เล่นๆอยู่นี้ยังถือว่าไม่ค่อยเหมาะเลย เราเลยถามว่าทำอะไรกัน เค้าบอกว่า ก็ดูดวง ฟังเพลง ตายละ ดูดวงกันได้ด้วย น้องอธิบายว่า เหมือนมีอุปกรณ์เสริม คอยบอกว่าตรงนี้คลิกได้ เราก็ฟังไม่ค่อยเคลียร์อ่ะนะ แต่กะว่าอาทิตย์หน้าจะมาดูงาน อยากรู้มากๆ เดี๋ยวมาดูดวงด้วย น้องเล่าด้วยว่า น้องสอบอังกฤษทอปด้วยนะ และก็เพิ่งสอบพุทธศาสนาได้อันดับสอง โรงเรียนน้องเค้าก็คือ รร. สันติราษฎร์ ซึ่งเป็นรร. เด็กปกตินี่แหละ แบบว่าน้องเรียนเก่งกว่าเด็กปกติอีกเหรอเนี่ย เพื่อนๆอายกันบ้างมั้ยนี่ (น้งไม่ได้เล่าแบบโอ้อวดหรอกนะ พอดีมีจังหวะ เลยบอก) แล้วที่โรงเรียนเค้าก็มีบัดดี้คอยทำอะไรให้ด้วย เช่นพาขึ้นรถเมล์สาย 92 พาเดินชอปปิ้งแถวอนุสาวรีย์ (รร. อยู่แถวนั้น) น้องบอกว่าจะมีโรงเรียนคนตาบอดเปิดที่หอวังเร็วๆนี้ด้วย แบบว่าอิจฉา เพราะจะได้เดินเซ็นทรัลลาดพร้าว

หลังจากเราแปะมือกับปริ้น เราก็ไปรับเด็กของปริ้นมาดูแลต่อ น้องคนนี้เป็นผู้ชาย ให้อ่านเทวากับซาตาน หรือ Angels and Demons ให้ฟัง รู้สึกว่าถ้าอ่านจบ น่าจะไปสมัครเป็นผู้ประกาศข่าวหรือรายการวิทยุได้นะเนี่ย บางตอนที่เราอารมณ์ร่วมด้วย ก็อ่านแบบใส่อารมณ์ตาม แต่อ่านไปไม่กี่บทก็เจ็บคอมากๆ ตอนหลังปริ้นวาดรูปเสร็จ ก็มาแปะมือกันอีกรอบ

ส่วนของอีฟ ซึ่งก็อเมซซิ่งใช้ได้ แต่เราจำมาได้คร่าวๆ และคงใส่ไข่ต่อ ของอีฟเป็นเด็กม. 4 หรือ 5 ไม่รู้ ลืม มาให้สอนภาษาอังกฤษ ก็ดึใจได้ของถนัด แต่ปกิส มีศัพท์ที่โง่ไม่รู้ด้วย คือ congenial แปลว่า ผสมผสาน (อีฟ เรามานึกๆดูว่ามิสคอนจี (Ms Congeniality) มันได้นะ เพราะนางงามมิตรภาพก็แบบเข้ากับคนอื่นได้ไง และเพิ่งเปิดดิคตาม แปลว่า friendly ด้วยแหละ) แล้วน้องก็มีการขอเวลาจดศัพท์ด้วย ก็หยิบอุปกรณ์ขึ้นมา เป็นกระดาษ A4 ทั่วไป แต่พับครึ่ง เพื่อมีความหนา และก็มีอุปกรณ์คล้ายไม้บรรทัด เอามาหนีบกระดาษไว้ ซึ่งก็มีช่องๆ รวมสี่แถว แต่ละแถวก็มีช่องย่อย ให้เจาะๆลงไปเป็นตัวหนังสือเบรลล์ได้ ซึ่งจะใช้กระดาษได้แค่ฝั่งเดียว เพราะมันนูน เก๋มั้ย สมุดจดศัพท์ของน้องเค้า การบ้านที่ให้ทำเป็นเกี่ยวกับ sign หรือสัญลักษณ์ ซึ่งอีฟก็ต้องอ่านอธิบายให้ฟัง แล้วปล่อยให้น้องคิดเติมคำตอบในช่องว่างเอง ซึ่งน้องก็คิดนาน แต่อิีิอีฟก็ใจร้อนตามประสา เลยใบ้ๆให้เป็นระยะ ซึ่งจะว่าไปก็ยากอยู่นะ น้องเค้าไม่เคยเห็นป้ายเป็นๆนี่ จะคุ้นเคยแล้วตอบได้ไง แต่มีอันนึงที่ถือว่ายากโคตร คือ ถามว่า Nothing To Declare จะเป็นป้ายที่เห็นได้ที่ไหน แล้วน้องจะรู้มั้ยเนี่ย อีปริ้นยังไม่รู้เลย (สำหรับคนที่ไม่รู้ มันหมายความว่า ไม่มีของต้องสำแดง เวลาเข้าประเทศ ตรงสนามบินจะมีด่านตรวจอันสุดท้าย ถ้าเราไม่มีของผิดระเบียบ ก็เข้าช่องนี้)

จบแล้วสำหรับภาคนี้ ก็ตื่นตาตื่นใจกันพอสมควร และรู้สึกว่าเป็นคนดี๊คนดี อาทิตย์หน้าคงไปอีก แต่ไม่รู้เมื่อไหร่

Vo is Volunteer. It’s a code that I use with friend for the volunteer activity that we’re looking for and doing. I just did once on last Friday but not sure how many times I can do it. There’s a reason behind why do I become a good girl but don’t wanna mention about that now. Where I went is the center for blinded students which is only 10-min walk from my faculty.
It’s not ended yet click!
We’re supposed to be there around 15.30-18.00 for the weekday or whole day for the weekend. There’re secondary school students who go to normal school but they’re blinded. After their classes, they have to come here and do their homework. However, they need volunteers to help reading and writing for them. Each student will request which subject he/she want for that they. If we, the volunteer, feel that we’re capable for, then we go with that student.

My student was a girl in 9th grade. The first homework is about health and mind. I read the question, then she told me the pages for the answer. How could she remember? Then I read her the answer and let her to pick what she wanted to write. But it’s me though who wrote it. The question also requested for color decoration. Oh god, I’m bad at art. But I tried to paint and create as much as I can. When I finished, she took the sheet close to her eyes because one of her eyes can see vaguely when the object comes very close. Well, she said that what I painted were alright. Another homework is to draw and paint the food in 5 categories. I definitely can’t make it so I get another friend to do it. While I took my friend’s student. He only wanted me to read a well-known fiction ‘Angels and Demons’. That made me got a sore throat.

When I did a homework for the first student, we also had a chance to chat. She complained that the computer room was closed. She said if there’s no internet, nobody wanted to enter. So I wondered what they could do with internet. She said ‘listening to a music and looking for prophecy’. She also explained that there’s a special device telling which button could be clicked. I don’t really understand so I plan to visit this room next week. She also told me, in her normal class, she got the top scores in English class and second in Buddhism class.

For another friend, she got a 10th or 11th grade student who wanted her to teach English. While my friend explained new vocabulary, the student also made a note. You might wonder how could she wrote the words. She brought the A4 paper and fold into B5 to get the more thickness. The paper was then fixed with some kind of special ruler which have many holes to punch Braille’s characters. That’s so amazing! The homework is about ‘sign’ which is quite difficult for the blinded student because she’s never seen any before. The most difficult one is ‘where can you see the sign ‘Nothing To Declare”? How could she know?? Even some of my friends who have normal eyes but never traveled abroad don’t know. (For those who don’t know, it means you don’t have the non-prohibited or low-taxed products with you when you enter another country. So it can be at the airport.

That’s all for the first time. I plan to go there again next week.

Categories: , ,

10 Responses to “โว ภาค 1 Vo I”

  1. Anonymous January 15, 2006 at 9:57 am #

    อ่านแล้วยิ้มเลย ดีแล้วล่ะจ้า มีเวลาว่างไปทำอะไรแบบนี้ แถมได้ช่วยเหลือเด็กๆด้วย

    เราเคยไปทำอยู่สี่ห้าเดือน แต่ไม่ใช่แบบที่ดีดี้ทำอ่ะ แบบไปเล่นกับเด็กมากกว่า (แต่ที่เดียวกันเลย ตะก่อนฉันแรดขับรถไป แต่เดี๋ยวนี้ ถ้าจะไปคงต้องขึ้นรถเมล์ เพราะขับไม่เป็นแล้ว) น้องที่สายตามีปัญหานี่เค้าแม่นมากเลยเรื่องพวกเสียงหรือการสัมผัส เราไปหาครั้งที่สองก็จำเสียงเราได้แล้ว แถมเด็กพวกนี้ชอบแอบกินขนมระหว่างเรียน แล้วจะสังเกตได้ว่าปากมีแผลกันเป็นแถวเพราะชอบกินขนมกรอบๆกัน -_-

    ทำความดีเยอะๆและชวนคนไปทำเยอะๆนะ ยกย่องๆๆ

    เอ ^_^

  2. Tik January 15, 2006 at 11:29 am #

    ตายละ ไม่น่เชื่อเลยว่าอีอีฟจะไปทำงานอะไรพวกนี้ด้วย
    นี่แสดงว่า fight เรื่องไปต่อนอกกันได้เรื่องนะเนี่ย
    ฝากบอกอีอีฟว่าระวังไปวีนเด็กตาบอดนะ อีนี่ยิ่ง type 8 อยู่ด้วย

    ยังไงก็ของให้ไปทำกันนานๆ นะ อยากไปบ้างจัง เราamazing เรื่องจออักษรเบลล์มาก อยากเห็นเวลาเค้าจดกันจริงๆ เห็นว่าต้องจดกลับหลังแล้วพลิกมาอ่านอีกทีอะไรเนี่ยแหละ

  3. Yuth January 15, 2006 at 10:52 pm #

    ไม่น่าเชื่อด้วยว่าอีฟจะสามารถ

    เราก็เคยอยากไปมาก ตอนนี้ก็อยากไปอยู่แต่ว่าหาเพื่อนไปไม่ได้ คือไม่คิดมาก่อนว่าดีดี้จะมีจิตใจงดงามถึงเพียงนี้ เลยเก็บเรื่องนี้ไว้คนเดียว เผลอแป๊บเดียวแพ้ซะแล้ว โดนตัดหน้าไปก่อน แต่เราเคยไปเป็นครูอาสาที่เชียงรายนะ ไม่ได้เหมือนครูเท่าไรหรอก เหมือนเป็นเพื่อนเล่นกะเด็กชาวเขามากกว่า บางทีเราก็รู้สึกว่าเราสนุกด้วยหนะตอนที่อยู่ตรงนั้น

    ส่วนอักษรเบลล์เนี่ยก็เป็นเรื่องน่าศึกษา ในเหรียญสิบหรือว่าในลิฟท์ที่ รามา ก็จะมีอักษรเบลล์อยู่ด้วยที่ข้างๆ ปุ่มซึ่งก็ดีเหมือนกันเวลาคนตาบอดมาก็สามารถรู้ได้ อีกอย่างที่อยากจะเรียนคือภาษาใบ้หนะ เวลาคุยคงเมื่อยกันน่าดูเนอะ ฮ่าๆ

  4. DeeDee January 15, 2006 at 11:39 pm #

    เดี่ยวบอกให้อีฟมาอ่านว่ามีแต่คนไม่เชื่อ

    ใครมีงานโวๆขอให้บอก ตอนนี้ทั้งเราทั้งอีฟจะรีบไปทันที (อาทิตย์หน้าก็มีอีก ปวรหามาให้)

    จริงๆเราก็เคยได้ยินเรื่องโวที่นี่จากพี่ในแลบคนนึงมาซักพักแล้วล่ะ แต่ก็เป็นฟีวตั้วคือ ไม่คิดว่าจะมีใครไปด้วย และเราก็ไม่คิดว่าเราจะเป็นคนดีได้้ด้วย แต่เดี๋ยวคราวหน้าจะไปอีก จะโทรไปตามนะตั้ว

  5. ปวร January 16, 2006 at 4:53 am #

    เปลี่ยนสีคราวนี้ เอาสีส้มออกแล้วสบายตาดี แล้วก็คำว่า ถ้าอยากอ่านต่อก็ คลิก ดูเก๋ดีนะ (คิดได้ไง)

    ลองดูบนวินโดว์สยัง ถ้าแก้อะไรต้องไปเชคในพีซีด้วย เพราะบางทีมันไม่เหมือนกัน จะบอกว่าเราชอบเวลามาเปิดอ่านบนวินโดวส์มากกว่า เพราะตัดคำได้เริ่ดกว่าบนแมคอะ แต่ตัวหนังสือมันไม่ค่อยสวยเท่าไหร่

  6. ShiNy JuNe January 16, 2006 at 7:30 am #

    ถ้ายังอยู่ที่นู่น จะต้องขอไปกะดี้แน่เลยอ่ะ จริงๆนะ
    อยากไปตั้งหลายทีแล้วอ่ะ อยากไปๆ

    อืม.. แล้ว อ. กับ ป. เป็นเพื่อนรักกันแล้วหรอจ๊ะ

  7. DeeDee January 16, 2006 at 4:34 pm #

    ปวร เพิ่งรู้ว่าไม่ชอบสีส้ม จริงๆอยากเอาไว้ แต่มันจะทำดูประหลาดๆเลยยอมเปลี่ยน

    พี่จูน ขอคำใบ้ตัวย่อหน่อยสิ คือแอบงงๆนิดหน่อย เพราะถ้าเป็นอีฟและปวรก็รักกันดีมานานแล้ว หมายถึงใครอีกรึป่าว

  8. Anonymous January 17, 2006 at 4:53 pm #

    มาrespondฮ่ะ
    ของงนิดนึง ชั้นกับอีปวรต้องเกลียดกันเหรอ?? ไม่เก็ทฟีลอ่ะ
    To อีติ๊ก&ตั้ว: จริงๆชั้นออกจะโวเเบบไม่ได้ตอแหลอันใดนะ เเต่คราวหน้าอยากได้น้องเด็กๆบ้างอ่ะ จะได้รู้สึกว่าชีวิตมีค่าบี้ง (คนอื่นบอกมา)เพราะน้องโตๆให้ฟีลว่าช่วยเหลือตัวเองได้ดีเเล้วล่ะ เเบบว่ามีชีทอักษรเบรลล์everyเเล้ว
    อีฟ

  9. ปวร January 18, 2006 at 3:56 pm #

    บล็อกดีดี้กลายเป็นอะไรที่เอาไว้ เม้นฯ (คอมเมนต์) กันเหรอ ตายแล้ว ถ้าเรากับอีอีฟเกลียดกันจริงๆ ก็คงด่า คงนินทากันมัน แต่ตอนนี้ อีอีฟคงไม่เล่นด้วย เพราะต้องการเป็นคนดี (ด้วยการไปโวฯ บ้าง อินฮิบิตการด่าชาวบ้านบ้าง) ซึ่งก็ดีเหมือนกัน เป็นเทรนด์ เราก็เอาเป็นแบบอย่างบ้าง ด้วยการชวนไปโวฯ และก็ไม่ด่าคนอื่น (ปรกติไม่ค่อยด่า แต่ก็เหน็บแนมตามเรื่องตามราวและตามเทรนด์) แต่เราก็ไม่พยายามทำตัวเป็นคนดีหรอก เดี๋ยวเป็นอีดาวไป ที่ทั้งเรียบร้อย น่ารัก ขี้อาย มีฐานะ นิสัยดี (เหน็บแนมอีกแล้ว)

  10. ShiNy JuNe January 20, 2006 at 9:40 am #

    ป. อะ หมายถึง ปริ๊น ไม่ใช่ปวรจ้า

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: