Lavender Trip I

31 Jul

เหนื่อยจัง เราไปดูทุ่งลาเวนเดอร์มาล่ะ ไปมาสองวัน ค้างคืนนึง เป็นครั้งแรกที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง คนเดียว และจัดการทั้งหมดเองด้วย (มีพรสรรช่วยเชคอะไรให้นิดหน่อย เดี๋ยวจะหาว่าไม่ให้เครดิต) คราวนี้ตื่นเต้นมากๆกว่าตอนไปสกีอีกนะ ตุ๊มต่อมว่าชั้นจะรอดมั้ย จะว่าไปแล้วเที่ยวญี่ปุ่นนี้ก็ไม่ยากหรอกนะ ถ้ามีแผนที่ มีข้อมูลทุกอย่างเป็นภาษาอังกฤษ และพออ่านตัวหนังสืออกบ้างก็ดี บางที่มีแอบโกรธเหมือนกันที่ไม่มีเวบภาษาอังกฤษ แบบนั้นก็ขอให้ไปดาบหน้าเอาละกัน เพราะถ้าเป็นเมืองใหญ่พอ จะมีเอกสารมีแผนที่เป็นภาษาอังกฤษ จีน เกาหลี แจกเต็มไปหมด เจ้าหน้าที่ตรง tourist info ก็พูดอังกฤษกันได้ดีทีเดียว ถามอะไรไร้สาระก็ตอบได้

IMG_1152

จุดประสงค์หลักของการไปคราวนี้ คือดูลาเวนเดอร์ เพราะได้แรงบันดาลจากการอ่านการ์ตูนที่ชอบพูดถึงกัน (คินดะด้วยนะ รู้สึก)และพลาดดูซากุระมาแล้ว คราวนี้เลยอยากไป และก็ไปกิน…ลาเวนเดอร์ซอฟทครีม ชีสที่โรงงานชีส และโซบะ และชื่นชมธรรมชาติต้นไม้ใบหญ้า

IMG_1096

เริ่มทริปเมื่อวันศุกร์ ตั้งแต่เช้า นั่งรถไฟที่มีเฉพาะฤดูนี้ เรียกว่า Lavender Express นั่งไปสองชม.กว่า บวกต่อรถนิดหน่อย ก็ถึง Naka (central) Furano เมืองนี้โคตรบ้านนอก ไม่มีข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษอะไรเลย เจ้าหน้าที่ที่ถามได้ก็เป็นคุณยายแก่ๆ ซึ่งไม่รู้ภาษาอังกฤษแน่นอน แต่เมืองนี้เป็นเมืองที่เราตั้งใจมามากสุด เพราะมีฟาร์มลาเวนเดอร์ดังๆอยู่ที่นี่ ก็เลยกะค้างคืนที่นี่เลย พอดีจอง youth hostel ไว้แล้ว และในโฮมเพจก็ภาษาอังกฤษ เลยเดินไปยูธนี้ก่อน ไปเอาข้อมูล ยูธนี่ก็ดีนะ เราไม่ได้เป็นเมมเบอร์ แต่ก็ได้ราคาเมมเบอร์ ถูกดี รู้สึกเค้าคิดราคาเดียวหมดเลย หลังจากนั้นก็เดินไปฟาร์มโทมิตะ ซึ่งโฆษณาโคดๆ ยังไงก็ต้องไป

ก่อนหน้านี้ที่นี่ฝนไม่ค่อยตก แต่พอเราจองตั๋วปุ๊บ ก็พยากรณ์อากาศว่าฝนจะตกวันที่เราจะไปสองวันพอดี และพอเดินถึงฟาร์มปุ๊บฝนก็เริ่มปอยๆทันที ซวยจิง ฟาร์มนี้ก็ใหญ่อลังการดี มีจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวเยอะดี คนเยอะมากๆๆๆๆ นอกจากคนญี่ปุ่นแล้ว ก็ทัวร์คนจีน ฮ่องกง ไต้หวันลงกัน รู้สึกเหมือนอยู่เมืองจีน

IMG_1136

นี่คือวิวที่ฮิตถ่ายรูปและเอาไว้โปรโมท จริงๆเราไม่ค่อยชอบหรอกนะ แต่เอาเพื่อเปรียบเทียบกับรูปลาเวนเดอร์อย่างเดียว เพราะพอเห้นแล้วนึกถึงกับดาวและปวร ว่าดาวน่าจะชอบแบบนี้ ส่วนปวรน่าจะบอกว่าแบบนี้ลาว (อ้างอิงจากความเห็นของดาวและปวรต่อสีตึกเมเจอร์รัชโยธิน) ดอกไม้ก็สีสดดีอ่ะนะ แต่เราว่าควรสลับสีให้ดูมีศิลปะกว่านี้หน่อย เราเลยชอบที่เป็นลาเวนเดอร์เพียวๆ หรือป๊อปปี้เพียวๆมากกว่า

หลังจากนั้น เราก็ไปอีกฟาร์มนึง ซึ่งทำเอาเหนื่อยมากๆ เพราะเป็นทางเดินที่ชันโคตรๆ ก่อนหน้านี้ก็เดินเยอะมาแล้ว แต่พอไปถึงก็คุ้มค่ามากๆ เพราะคนน้อยมากๆ เป็นฟาร์มเล็กๆ แต่เราว่าปริมาณลาเวนเดอร์มากกว่า ที่เรารู้ก็เพราะที่ยูธแนะนำให้มา เนื่องจากใกล้ยูธ เห้นแล้วก็กะถ่ายรูปกระหน่ำแน่นอน แต่ฝนจากที่ปอยๆ กลายเป็นตกกระหน่ำ จบข่าว แต่ก็ถ่ายรูปได้พอสมควร แค่ไม่ได้นั่งแอพพรีลาเวนเดอร์นานๆเท่านั้นเอง หลังจากนั้นก็ทำอะไรอีกไม่ได้ เพราะฝนตก เลยกลับยูธไปวางแผนชีวิตวันต่อไป แต่จะว่าไปแล้ว แค่นี้เราก็ฟูลฟิลแล้วนะ

อ้อ ได้เพื่อนด้วย เป็นคนไต้หวัน เมทร่วมห้องก็คนฮ่องกงสิงคโปร์ แอบฟังเค้าคุยกันด้วย คนพวกนี้เรียกชื่อเมืองกันเป็นภาษาตัวเองหมดเลย ถ้าหลงทางคงได้แต่เขียนถามเอา เพราะพูดกันไม่ได้ ยังดีเราพอรู้บางตัว เลยเข้าใจว่าเมืองที่เค้าพูดถึงคืออะไร เช่น bibaushi เป็น meimaniu (เหมหม่าหนิว) บางทีถามว่าไปไหนมา เค้าก็ตอบมาชื่อนึง เราก็ตอนแรกงงว่าทำไมไม่ไปที่เค้าแนะนำกัน พอฟังดีๆ อ้อ มันก็อันเดียวกันนี่หว่า รู้สึกว่าภาษาจีนง่อยๆของเราบางทีก็มีประโยชน์ แต่เราไม่ได้ไปเที่ยวกับพวกนี้หรอก อยากไปคนเดียวมากกว่า

IMG_1104
หน้าสลอนกันเชียว ทานตะวันก็ฮิตมาดู เค้าเรียกทานตะวันว่า himawari ชื่อน้องชินจัง

ต่ออีกวัน อันถัดไป

Categories: ,

One Response to “Lavender Trip I”

  1. wonviku August 6, 2005 at 7:16 pm #

    ยาวจังเด่วค่อยมาอ่าน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: