ย้ายบ้าน ภาค 3

21 Jul

ยังวนเวียนเรื่องบ้านไม่เลิก ก็มันมีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้างนี่ ก็เลยอยากเล่า ไม่รู้จะจบตอนเมื่อไหร่ดีเหมือนกัน

ตอนอยู่กับโฮสท์ เค้ารู้ว่าเราไม่กินอาหารทะเล ซึ่งลูกเค้าก็เกลียดเหมือนกัน พอโฮสท์พยายามถามว่าอันนี้นิดหน่อยกินได้มั้ย เราก็ยืนยันหนักแน่นมากว่า กินไม่ได้ เพราะถือว่าลูกเค้าก็ไม่กิน บางคนก็คงรู้อยู่อ่ะนะว่าเราไม่กินอาหารทะเล แต่ไม่ได้เพราะแพ้ แค่กระแดะไม่กินเอง จำไม่ได้เหมือนกันว่าเริ่มไม่กินตั้งแต่เมื่อไหร่ เพราะตอนเด็กๆมากๆยังพอกินได้ย้าง แต่อยู่ดีก็เกิดอาการรู้สึกสงสาร เพราะของทะเลมันมักจะมาทั้งตัว รู้สึกเหมือนตามันยังมองอยู่เลย พอไม่กินนานๆก็จะไม่ชอบยิ่งขึ้น เพราะรู้สึกเหม็นคาว แต่ตอนนี้หลังจากต้องเจอผู้คน ต้องเดินทาง ก็เลยพยายามปรับตัว ยอมกินบ้าง จนบางอย่างก็ชอบ แต่ของเหล่านั้น ต้องผ่านการแปรรูปก่อน ถ้ามาเป็นตัวๆจะไม่กิน แต่ถ้าเป็น ขนมจีบกุ้ง ฮะเก๋ากุ้ง เกี๊ยวกุ้ง เนี่ยชอบมากๆ (แต่แบบผสมหมูสับนี่ กินไม่ได้นะ) เพราะมีการปกปิด หรือแปรรูปเป็นอะไรก็ได้ แต่อย่างลูกชิ้นปลาเนี่ย ถ้าของดีมาก ใส่เนื้อปลาเยอะ เราก็ไม่ชอบอีก เพราะรู้สึกคาว แต่บางครั้งถึงแม้จะไม่ปกปิด เราก็กินได้เฉยเลย เพราะฉะนั้นไม่มีกฎแน่นอน ยิ่งถ้าไปกินกันหลายๆคน แล้วต้องหารเนี่ย ยังไงๆก็จะยอมกิน ไม่ได้สิ เดี๋ยวไม่คุ้ม ส่วนปลาหมึกกับหอย จะเป็นอะไรที่ยังไงก็ขอหลีกเลี่ยงอยู่ดี ถึงจะแปรรูปแล้วก็ตาม ยกเว้น ทาโกะยากิ กับปลาหมึกแบบแผ่นๆ (ไม่รู้เรียกยังไง) ที่ชอบเลยล่ะ หอยทอดก็กินได้ แต่กินแต่แป้งไม่กินหอย

พอมาอยู่บ้านใหม่ เราก็ไม่อยากเรื่องมาก ถ้าไม่ใช่หอยและปลาหมึกก็พยายามกิน ปะกิสว่า บ้านนี้ชอบกินปลาค่ะ บางวันกินทีสองตัว ถึงแม้จะตัวเล็กๆ แต่ก็คนละตัวเลยอ่ะ และแค่นั้นสำหรับเราก็ถือว่าเยอะมากๆแล้ว เพราะเราไม่ได้เอนจอยการบริโภคปลาเป็นตัว เพียงแต่กินได้ และอาหารบ้านนี้จะออกแนวเฮลธี้และง่ายๆกว่าของโฮสท์ อย่างเช่นอาหารเช้า กับโฮสท์จะเป็นไข่ดาว ไส้กรอก คอนเฟลค อย่างนี้ทุกวันจิงๆ (แต่บางวันจะเป็นฟองดู ตื่นเช้ามาทีนี่ตกใจ) ส่วนอาหารเย็นจะอลังการมาก ซึ่งก็ไม่ทุกวันหรอกนะ ถ้าโอคาซัง (แม่) ทำอาจจะไม่อร่อยมาก (โดนลูกเค้าด่าทุกวัน) แต่ถ้าเป็นโอโตซัง (พ่อ) ทำด้วย ก็จะอร่อย และมีอะไรอลังการเยอะกว่า และได้ตื่นเต้นมันทุกวัน แต่เรากลับรู้สึกว่าไม่ค่อยได้ความเป็นญี่ปุ่นแบบง่ายๆเลย แบบที่เค้ากินในชีวิตประจำวันน่ะ พอย้ายบ้านมา ก็เลยได้ฟุลฟิล จะเป็นข้าวกับผักดอง ปลาทอด และอีกมากมายที่ไม่รู้เรียกว่าอะไร และมันคืออะไร แต่รู้สึกถึงอาหารญี่ปุ่นแท้ๆจิงๆ เพราะเคยรู้มาว่าอาหารญี่ปุ่นจริงๆ จะไม่ใช้น้ำมัน พวกที่เรากินๆกันส่วนใหญ่เป็นของรับๆมาจากประเทศอื่น ช่วงนี้ก็เลยรู้สึกถึงความเฮลธี้ เน้นกินผักหญ้าและปลา รสชาติก็จืดๆ หรือเค็มจากโชยุแค่นั้น ตอนเช้าก็มีน้ำแครอทปั่นกับผลไม้อย่างอื่นอีกทุกเช้า แต่บอกเค้าไว้เหมือนกันว่ายังไง นัตโตะก็กินไม่ได้ (อ่านเรื่องนัตโตะจากบลอกพรสรรได้) หอยปลาหมึกก็กินไม่ได้ เราว่าปลาที่นี่อร่อยนะ ไม่ค่อยคาว เนื้อก็อร่อยดี จริงๆเราไม่ค่อยรู้ว่าปลาอร่อยเป็นยังไงหรอกนะ แต่มันแตกต่างอ่ะ รู้สึกได้

อยู่ดีๆเราก็สำนึกได้ว่า เวลาเราอยู่ประเทศไหนก็ควรเอนจอยอาหารที่นั่น ไม่ต้องดิ้นรนไปกินอะไรแรดๆมากหรอก ยกเว้นว่านานๆอยากที เพราะอย่างอาหารญี่ปุ่นในเมืองไทย ที่เราบางทีเกิดอยากกินขึ้นมา นั่นก็เพราะว่า อยากโชยุ หรืออยากวาซาบิ เพราะทดสอบจากการที่บางทีแค่ไปซื้อสแนคแจ็ครสวาซาบิมากิน ก็รู้สึกว่าได้ฟุลฟิลแล้ว แต่อาหารญี่ปุ่นที่นี่มันไม่ได้อร่อยแบบนั้นอ่ะ ไม่ต้องปรุงอะไรมากมาย หน้าตาบางทีก็ไพร่ๆ แต่ก็อร่อยที่ตัวอาหารเองเลย ผิดกับอาหารไทยที่ต้องปรุงเยอะมากๆ แต่เราว่านั่นก็เป็นเสน่ห์ของอาหารไทยอยู่ดี เพราะจะว่าไปแล้วเราชอบพวกอาหารใส่เครื่องเทศเครื่องปรุงแรงๆมากกว่า ถ้าเกิดอยากขึ้นมา เราใช้วิธีไปกินแกงกะหรี่แทน ถือว่าฟุลฟิลได้ดีทีเดียว แต่พออยู่เมืองไทยก็จะพยายามกินอาหารต่างชาติให้น้อยลง แต่ถ้าอร่อยแบบออริจิแนวก็ว่าไปอย่าง ถ้าอยู่ที่ญี่ปุ่นก็จะเอนจอยแต่อาหารญี่ปุ่น แกงกะหรี่ พาสต้า และเค้กละกัน

ส่วนเรื่องเนท ก็ใช้ได้แล้วล่ะ จากการพยายามศึกษา wireless LAN และได้ศัพท์เพิ่มมาหลายคำ เช่น router WAN แต่ก็ไม่ได้เข้าใจอะไรเท่าไหร่ แล้วก็ไปซื้อ router (อ่านว่า รูทหรือเราท์ก็ได้) สำหรับ wireless มาติด จากการปรึกษาข้ามประเทศกับปวร คนแถวนี้ง่อยกันหมดเลย หรือถ้ารู้เรื่องก็พูดอังกิดไม่ได้ ปะกิสว่าก็ใช้ไม่ได้อยู่ดี แต่ กลับพบว่ามีสัญญาณจากบ้านอื่นให้ใช้ได้ฟรีๆ โดยเค้าไม่มีพาสเวิร์ดแต่อย่างใด ตั้งสองบ้านแน่ะ คาดว่าเป็นบ้านที่ขนาบข้างอยู่ เร็วด้วย นั่งเล่น นอนเล่นตรงไหน ก็สัญญาณแรงมากๆ เราก็วิตกอยู่ว่า เค้าจะจับได้มั้ยนะ ว่าเราไปลักลอบใช้ เดี๋ยวเค้ามาเคาะประตูบ้านอะไรแบบนี้ หรือไม่ก็วันดีคืนดีเกิดล็อคขึ้นมา แต่จากการปรึกษาปวรเหมือนเดิม ก็ว่าจะลักลอบต่อไป และจะเอา router ที่ซื้อมาไปคืนที่ร้าน

แต่ แต่ แต่ ฮารูเล่าให้แม่เธอฟังทางโทรศัพท์ เรื่อง wireless แม่เธอเลยจู่ๆนึกขึ้่นมาได้ว่าที่บ้านนี้ก็ติด wireless เหมือนกัน เครียด แล้วทำไมเพิ่งบอก อุตส่าห์ไป study ตั้งนาน แล้วที่เราลักลอบอยู่นี่ จริงๆแล้วเป็นของที่บ้านนี้ใช่มั้ยนี่

วันนี้เพิ่งกิน haagen daz รสเมล่อน อร่อยทีเดียวนะ ผสมเนื้อเมล่อนด้วย ใครมีโอกาสก็ไปชิมซะนะ ก่อนจะหมดฤดู

Categories: , ,

4 Responses to “ย้ายบ้าน ภาค 3”

  1. may July 21, 2005 at 3:58 pm #

    ชั้นเข้ามาอ่านแล้วนะ
    ฮาดีเหมือนเดิม
    =))

  2. พรสรร/ポンサン/Pornsan/펀산 July 21, 2005 at 7:57 pm #

    ฉันชอบเนื้อสัตว์บกมากกว่าสัตว์น้ำ

    เวลาไปจ่ายกับข้าว นานๆจะซื้อปลาเสียที

  3. ปวร July 21, 2005 at 10:52 pm #

    ดีเนอะ กินเป็นแต่ของถูก
    อย่ากระแดะกินเป็นเลย ของแพง ไม่งั้นก็จะจนแบบเรา
    พูดแล้วอยากกิน ฟัวกราส์อีก แต่ไม่มีตังค์ อีตุ้ยก็ชวนไปหลอดจิมยิกๆ แต่มันเงินเดือนสี่ห้าหมื่นนิ เรามันเงินหมื่นเดียว ก็ปฏิเสธไปก่อน

  4. แม่ July 29, 2005 at 9:32 pm #

    …ฝืนกินตามเค้าไปเหอะ อย่าเรื่องมากนัก…

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: