a day weekly

21 Jun

เราจะเขียนเรื่องนี้ตั้งนานแล้ว มัวแต่ขายของ จนตอนนี้กลายเป็นเรื่องไม่ฮอตไปแล้วเนี่ย

เรารู้จัก a day weekly ครั้งแรกก็ตอนปวรพูดถึงในบลอกตัวเอง ตอนนั้นเราก็ยังคิดว่ามันคือหนังสือเด็กแนว เหมือน a day เฉยๆ เพราะเราไม่ชอบ a day เลย เหมือนยัดเยียดความคิดให้คนอ่านมากไปว่าต้องแบบนี้ถึงจะติสท์ คนอื่นอาจจะไม่รู้สึกมั้ง หรือไม่ก็เพราะเราไม่ได้อยู่ในวงการศิลปะนักเขียนอะไรเท่าไหร่ และเราแค่คิดว่าหนังสือแบบนี้เราควรอ่านได้ทั้งเล่มอ่ะ (ถ้า cleo cosmo อ่านได้แค่บางส่วนก็ช่างเถอะ พวกแนะนำว่าทำตัวยังไงเราไม่ค่อยใส่ใจ แถมเดี๋ยวนี้ยืมเค้าอ่านตลอด) พอมีบางส่วน (หลายส่วน) ซึ่งรู้สึกว่าไม่ใช่สไตล์เราเท่่าไหร่ ก็เลยไม่ค่อยชอบ อย่างตอนมานีมานะก็ดีอ่ะนะ แต่ก็รู้สึกเหมือนโดนพยายามบังคับให้ว่าต้องย้อนอดีต ต้องระลึกของสมัยเด็ก แล้วก็เกิดเป็นกระแสคิดถึงมานีมานะกันใหญ่ แต่เราไม่ค่อยชอบแบบให้หนังสือมาปลุกกระแสให้เห่อ แล้วพอถึงเวลาพวกที่เห่อๆตามก็หายไป (อันนี้ คือ คำว่า ‘แนว’ สำหรับเรา ก็คือบ้าเห่ออะไรกันเป็นพักๆ ไม่ได้มีสไตล์อะไรแต่อย่างใด) เราอาจจะอคติมากไปก็ได้มั้ง แต่รวมๆมันไม่ใช่ฟีวเราอ่ะ

เอาล่ะๆ กลับมาที่ weekly (เริ่มออกทะเลเป็นปวร) พอปวรอธิบายว่า a day weekly มันไม่เหมือนกัน แต่เราก็ไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ ตอนนั้นอยู่ญี่ปุ่นด้วย ก็เลยไม่ได้มีโอกาสไปหยิบๆมาดู พอกลับมา ก็ลืมไปแล้ว จนเมื่อต้นเดือน เราได้ไปนั่งเย็นๆตรงร้านแถวท่าพระจันทร์ (เปิดร้านเปิดใหม่ อาจจะนานแล้วมั้ง ต้องเข้าไปในซอกหน่อยนะ ข้างๆเค้กแอ๊ว ร้านนี้เป็นร้านอาหาร แต่ก็มีเค้กมีไอติมแรดๆ ที่อยู่ในราคาที่กินได้) ตอนระหว่างรออาหาร ก็ไปหยิบๆแมกกาซีนมาอ่าน ก็ไปเจอ a day weekly นี่แหละ พออ่านๆดู มันมีแต่บทวิเคราะห์การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ซึ่งเป็นภาษาที่เข้าใจง่าย วิธีเขียนน่าสนใจ เราเองก็ไม่สามารถบอกได้ละเอียดมากนักหรอกนะ ว่ามันดียังไง เพราะอ่านไปนิดเดียว แต่ประทับใจมาก เพราะเราอยากเห็นแมกกาซีนไทยมีอะไรแบบนี้ตั้งนานแล้ว ไม่เอาพวกมติชนสุดสัปดาห์นะ มันซับซ้อนเกิน และดูผู้ใหญ่ไปหน่อย ตัวหนังสือก็ไม่ค่อยดึงดูด (เรื่องมากจิง) และราคาก็ 50 บาทเอง เมื่อเทียบกับคอสโมคลีโอ แต่เนื้อหาอัดแน่น และเวลาอ่าน times newsweek จะมีพวกบทความแบบนี้ ซึ่งอยากจะเข้าใจ แต่อังกฤษง่อย กว่าจะเข้าใจคงต้องเปิดดิคทั้งหมด จริงๆก็พอจะจับใจความได้ แต่ไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ พอเจอเป็นภาษาไทยก็เลยตื่นเต้นอยากอ่าน

เผอิญวันนั้นมีเป้าหมายคือไปกินข้าวและก็ไปนั่งเมาท์ ไม่ได้ให้ไปอ่านอะเดย์ เราก็เลยว่าเดี๋ยวค่อยมาซื้อกลับไปอ่านที่หอละกัน ถ้าคนเคยเดินท่าพระจันทร์ก็น่าจะรู้อ่ะนะ ว่าร้านหนังสือแถวนั้นเยอะทีเดียว แต่ถามกี่ร้านๆ ก็บอกว่า a day weekly หมด เห็นแต่ a day เฉยๆ เราก็แบบโกดๆ ทีอยากอ่านดันไม่มี จนอีกอาทิตย์นึง กะว่าเล่มใหม่คงออกแล้ว ไปซื้อต้นอาทิตย์ก็น่าจะมี แต่ก็ไม่มีซักร้าน จนไปเจอเล่มของอาทิตย์ก่อน แต่หน้าปกเป็น เสนาะ เทียนทอง เอ่อ จะซื้อเล่มแรกขอหน้าปกดีๆกว่านี้ได้มั้ยอ่ะ เลยไม่ซื้อ แต่ก็แอบงง ว่าชั้นอุตส่าห์มาซื้อเร็วแล้วนะ ทำไมไม่มี จะขายดีอะไรขนาดนั้น พอดีได้มาอ่านในเวบต่างๆ ถึงได้รู้ว่า a day weekly เจ๊งแล้ว เซ็ง พออยากอ่าน ก็เจ๊งทันที -_-“

สาเหตุที่แท้จริงว่า a day weekly เจ๊ง ยังไม่มีใครรู้ แต่เห็นสันนิษฐานว่าเกี่ยวกับเรื่องกอง บก. (คนละทีมกับของ a day มิน่าถึงอ่านได้) กับเจ้าของ a day ซึ่งเป็นแฟนอุ้มสิริยากร (อุ้มนั่นก็มีส่วน) และก็เรื่องลงโฆษณา (กอง บก.ไม่โอเค เพราะจะดูเป็นหนังสือเน้นโฆษณา โดนอิทธิพลจากสปอนเซอร์มากเกินไป) เรื่องว่า a day weekly ยอดขายไม่ดี (แต่มันก็ดีขึ้นเรื่อยๆนะ) และก็มีพาดพิงถึงชินวัตรอีก รวมๆแล้วก็เลยยุบเลย ก็เลยเป็นประเด็นพูดถึงในเวบบอร์ดต่างๆ แม้กระทั่งซ้อเจ็ดยังเอาไปพาดพิงนิดหน่อย เซ็งเลยอ่ะ อดอ่านอ่ะ แต่ก็ไม่เป็นไร เราว่าจะใช้เวลาที่เหลืออยู่สองสามวันในเมืองไทยไปเช่าเล่มเก่าๆมาอ่าน (เนื่องจากอ่านการ์ตูนจบแล้ว)

ปวร ถ้ามีแมกกาซีนอะไรแบบนี้ ขอให้แนะนำด่วน ก่อนที่มันจะเจ๊งอีก

Categories: ,

11 Responses to “a day weekly”

  1. Anonymous June 21, 2005 at 12:07 pm #

    โธ่ เล่ามาตั้งนาน ไอ้เราก็อยากอ่านไปด้วย พออ่านถึงตอนท้าย เศร้าไปเลยยยยยยยยยย นึกว่ากลับเมืองไทยแล้วจะไปซื้อมาอ่านซะหน่อย ทำไมหนังสือดีๆ ต้องเจ๋งด้วย ตอนนี้เริ่มเซ็งตระกูลชินวัตรสุดขีด
    เอ

  2. DeeDee June 21, 2005 at 1:46 pm #

    ไปอ่านมาแล้ว หลังจากเปิดๆดูทั้งเล่ม มันมีพวกบันเทิง ศิลปะ เทคโนโลยี สัมภาษณืผู้คนด้วย แต่ก็มีอยู่นิดหน่อยจิงๆ ส่วนใหญ่เน้นสังคม เศรษฐกิจ การเมืองจริงๆ ซึ่งตอนแรกบอกไปว่าภาษาเข้าใจง่าย จริงๆแล้วไม่เลย ภาษาอะไรฟะ ไม่ได้เรียนเศรษฐศาสตร์มาจะเข้าใจได้ไงล่ะ แต่นั่นก็แค่บางส่วน เราก็ข้ามๆมันไป แต่พวกวิเคราะห์สถานการณ์ต่างประเทศนี่น่าสนใจดีนะ (อันนี้แหละ ที่อยากอ่านแบบเข้าใจๆมานานแล้ว) และก็มีพวกปัญหาด้านเศรษฐกิจสังคมซึ่งก็เกี่ยวๆกับพวกเราอยู่ทีเดียว กราฟฟิคก็ดึงดูดให้อ่านดี

    เอ อ่านจากบลอกเอมาแล้วล่ะ ประเทศไทยน่ากลัวขนาดนี้เชียวเหรอ และทักษิณเลวร้ายขนาดนี้เชียวเหรอเนี่ย

    แต่ก็ดีนะ ที่รู้สึกว่าเพื่อนๆเราก็ใส่ใจเรื่องพวกนี้เหมือนกัน

  3. Benzai June 21, 2005 at 9:05 pm #

    หึ ๆ (หัวเราะแบบตัวร้ายในการ์ตูน)
    ดีดี้ไม่รู้อะไรซะแล้วว่าทักษิณมันร้ายขนาดไหน
    เราเป็นคนหนึ่งที่ติดตามมันมาตั้งแต่ที่มันมาบริหารงานใหม่ ๆ เลย
    ยกตัวอย่างตอนนี้ที่วุฒิสภาจะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ
    ต้องให้ลงชื่อ120เสียง แต่ตอนนี้เสียงไม่ถึง เพราะทักษิณมันวางแผนไว้แต่เป็นนายกสมัยแรกแล้ว
    แก้กฎหมายการเลือกตั้งสว.
    ซึ่งเดิมจะเป็นการคัดเลือกไม่ใช่เลือกตั้ง
    แล้วส่งคนของมันเข้าไปอยู่ในวุฒิสภาหมด
    เพราะฉะนั้นก็คงไม่มีใครลงชื่อเปิดอภิปรายเป็นแน่
    ส่วนสส.ตอนนี้ก็เป็นของมันหมด
    โหวตร่างอะไรก็ผ่านหมด ประชาธิปัตย์ทำอะไรไม่ได้
    ตอนนี้มันใหญ่คับฟ้าแค่ไหน
    ดูมันขึ้นมาเป็นนายกสมัยนี้สิ มีผลงานอะไรดีบ้าง
    ทั้งน้ำมันขึ้นเอา ๆ สินค้าแพงเอา ๆ
    โครงการหนองงูเห่าสุดเหม็นโฉ่ พวกเงินกู้นอกระบบ
    โผล่เป็นดอกเห็ด (อีซี่ บาย,เอออน) คนใช้เงินเหมือนเบี้ย นึกว่าเศรษฐกิจดี แต่ที่ไหนได้
    เป็นหนี้กันบานเบอะ
    ยังมีเรื่องการแข่งขันมือถือ (ก็ของมันอีก)
    ไปแก้กฎหมายให้เสรีมากขึ้น ต้นทุนลดลง (ไม่ต้องเสียเงินให้รัฐค่าสัมปทาน) ออกโปรโมชั่นลดแหลกแจกกระหน่ำ ก็แน่ละสิ ต้นทุนลดลงนี่
    สุดท้าย…เงินเข้ากระเป๋ามันหมด
    มีอีกไอ้ แอร์เอเชียก็เหมือนกัน ทำเป็นเปิดเสรีการบิน
    พอเปิดปุ๊บ บริษัทมันก็เปิด เงินเข้ากระเป๋ามันอีก
    ยังมีโครงการนักบินเอื้ออาทร
    เอื้ออาทรให้ตัวเองสิไม่ว่า
    เพราะมันรู้ว่าพอเปิดเสรีการบิน
    ความต้องการนักบินก็เพิ่มขึ้น มันก็สนับสนุนให้คนมาเป็นนักบินกันเยอะ พอเทรนด์เสร็จ ก็เข้าบริษัทมันไป
    เรียบร้อยโรงเรียน
    ความจริงมีเรื่องอีกเยอะ ไอ้นี่มันโกงกินแบบทางอ้อม
    แล้วก็เรียกว่าทำประโยชน์ให้ทั้งสองฝ่าย
    คือตัวเองและประชาชน แต่ประชาชนตาดำหารู้ไม่ว่า
    ตอนนี้มันใหญ่คับฟ้าไปแล้ว
    ใครตามเกมทักษิณไม่ทันตั้งแต่มันเป็นนายกสมัยแรก
    ก็ไปเลือกมันกัน นึกว่ามันดี สุดท้ายสมัยนี้เป็นยังไงล่ะ
    เราคนนึงล่ะที่ไม่เลือกมัน และเกลียดมัน
    ยังมีอีกเยอะแต่เขียนมากเดี๋ยวจะอ่านจนเบื่อ

  4. ต้น June 22, 2005 at 6:25 am #

    อ้าว เจ๊งแล้วเหรอ เราก็ชอบอ่าน A Day Weekly เหมือนกันเวลาอยู่เมืองไทย เพราะเขียนดี ดูเป็นหลักเป็นการ มีสาระ ไม่เหมือนกับสิ่งพิมพ์อื่นที่ชอบเขียนในแนวประชดประชัน เหน็บแนม หรือเขียนในลักษณะที่ไม่กระชับ น่ารำคาญ

    น่าเสียดายนะที่มันเจ๊ง นานๆ เมืองไทยจะมีอะไรที่มีสาระให้อ่านสักที

  5. Anonymous June 22, 2005 at 3:33 pm #

    Akky
    ทู้นี้ดุเดือดแฮะ เราขอไม่ออกความคิดเห็น เพราะไม่ เห็นว่ามีตัวเลือกไหนที่จะดีไปกว่ากัน ณ ตอนนี้

  6. Anonymous June 23, 2005 at 7:12 pm #

    กลายเป็นบล๊อกวิจารณ์ทักษิณไปแล้ว ฮ๋าๆ
    แต่ก็น่ากลัวจริงๆอ่ะ
    จะโกงจะทำไรก็เอาเหอะ แต่บริหารประเทศดีๆ อย่าเห็นแก่ตัวมาก อย่าทำคนตายมากกว่านี้เลย

    เอ

  7. ปวร June 24, 2005 at 4:40 am #

    แสดงว่าอ่านซ้อเจ็ดอะสิ ถึงมพาดพิงถึงอุ้ม สิริยากรด้วย สามารถจริงๆ สามารถทำให้คนเกลียดคนดังได้ เราเพิ่งรู้ว่ากระแสเกลียดน้องนอตก็มาจากนังซ้อเจ็ดเหมือนกัน
    ส่วนเรื่อง a day weekly หายเราก็รู้เพราะว่าเข้าไปอ่านเจอใน http://www.2bangkok.com ก็เซ็งทีเดียว ไม่มีอะไรอ่าน เพราะเราก็ไม่ได้สมัคร newsweek ต่อ เลยต้องเป็นขาประจำมติชนที่บ้านต่อไป แต่มีเรื่องที่น่าสงสัยอยู่อย่าง คนเขียนคอลัมน์ทั้งหลายก็ต้องไปหาอะไรทำที่อื่น เราว่านะ อีกหน่อยก็คงมีหนังสือวิเคราะห์ข่าวยี่ห้อใหม่ออกมาแหละ เพราะให้เราไปอ่านมติชนสุดสัปดาห์ เนชั่นสุดสัปดาห์ก็ไม่เอานะ กระดาษไม่สวย (ก็คงรู้ว่า aesthetic ของสินค้าเป็นสิ่งที่เราคอนเซิร์นมาก – แรดจริง)
    ตอนนี้เราไม่รู้จะเขียนอะไรลงบล็อกตัวเองดี ไม่ใช่ว่าไม่มีอะไรเขียนนะ เพียงแต่อยากจะเปลี่ยนแนวเรื่องที่เขียนมั่ง (กลัวคนอ่านเบื่ออะ)

  8. ปวร June 24, 2005 at 4:49 am #

    อีกอย่าง เรื่องทักษิณ เราไม่มีความเห็นอะไรหรอก ตราบใดที่ทุกอย่างดูโอเคสำหรับเรา หมายถึง การบริหารประเทศ สามารถทำให้เครดิตประเทศไทยยังมีอยู่หลังจากเหตุการณ์จชต. กับสึนามิ ถึงแม้ว่าจะดูนักเลงใช้อารมณ์มากหน่อย เราก็ไม่อยากไปหาว่าเขาโกงกินหรือชื่นชมมากหรอก เราก็ยังคงยอมรับว่าเขาดีไปก่อน (คิดแบบ null hypothesis จะไม่ปฏิเสธคำกล่าวอ้างจนกว่าจะมีหลักฐาน) เรื่องผลประโยชน์ มันไม่เข้าใครออกใครหรอก การกระทำทุกอย่างต่อให้จะเป็นคนดีแค่ไหน ก็หวังผลประโยชน์ทั้งนั้นแหละ คนที่ดูดีในสายตาประชาชนดูไม่กอบโกย เขาก็ต้องการผลประโยชน์จากชื่อเสียงแหละ พอเครดิตดี เขาจะต้องการอะไรตามมาก็ได้ ส่วนทักษิณนั้น เขาทำเพื่อประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก แต่เผอิญว่าประเทศนี้กลายเป็นของทักษิณไปแล้วนิ ถึงแม้ไม่ใช่ทั้งหมดแต่ก็ส่วนใหญ่แล้ว

  9. Thiti June 24, 2005 at 8:00 pm #

    นี่ Blog วิเคราะห์การเมืองหรอเนี่ย เปลี่ยนเรื่องๆ เดี๋ยวทะเลาะกัน

  10. Anonymous June 28, 2005 at 2:18 am #

    this is me Golf siriraj112

    Just wanna say HI!
    didn’t see you for a long time , miss you much : )

  11. DeeDee June 28, 2005 at 2:31 pm #

    ประทับใจอ่ะ ที่มาเถียงๆกัน เราชอบนะ เพราะเป็นการทะเลาะด้วยเหตุผล ได้ใช้ปัญญากันดี คราวหลังหาทอปปิคที่ให้ทะเลาะกันได้จิงๆดีกว่า (ชอบเห็นคนทะเลาะกัน) เราเคยอ่านพวกกระทู้เครียดๆ เถียงกันแทบเป็นแทบตาย ทั้งๆที่รู้ว่ามันไม่ค่อยมีข้อสรุปที่แท้จิงหรอก แต่มันก้ได้ความรู้ได้มุมมองอะไรเพิ่มขึ้นเยอะเลย อย่างเรื่องทักษิณนี้ก็เหมือนกัน เราว่านะ เราน่าจะมาคิดกันมากกว่าว่าพวกเราทำอะไรได้บ้างมั้ยอ่ะ ที่นอกจากจะมาดูข้อดีข้อเสีย (แต่ก็ไม่น่าจะทำอะไรได้อยู่ดี)

    อ้อ แต่จากคอมเมนต์ของติ้งกับปวร (และบลอกปวรด้วย) เหมือนเป็นการบอกคนอื่นได้อย่างดีเลย ว่าคนเรียนหมอไม่ได้สนใจแต่เรื่องหมออย่างเดียว อย่างที่คนอื่นคิดกัน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: