โรงเรียนอินเตอร์ ภาค 7

20 Sep

อยู่เมดเหนื่อยๆ เจอแต่เคสลุงเยินๆ เห็นแล้วดีเพรส แต่บางทีก็มีเคสอะไรให้อารมณ์ดีได้เหมือนกัน

  • มีเคสมาแอดมิทด้วยเรื่องไข้ เป็นเจ้าหน้าที่จากคลินิคพม่าแห่งนึงแถวนี้ ซึ่งเค้าเป็นกะเหรี่ยง และคอยมาเป็นล่ามให้ ผป ที่โอพีดีอยู่บ่อยๆ เราเห็นปุ๊่บก็จำได้เลย แฟนเป็นฝรั่ง สวยด้วย กะลังท้องอยู่ กะเหรี่ยงคนนี้ก็เป็นกะเหรี่ยงที่ดูดีอยู่นะ เวลาเราไปราวน์ทุกเช้า ต้องราวน์สองภาษา อธิบายคุณกะเหรี่ยงเป็นภาษาไทยเสร็จปุ๊บ พอกะลังจะเดินหนีไป คุณภรรยาก็ถามเป็นภาษาอังกิดต่อว่าแฟนเค้าเป็นยังไง ติดเชื้ออะไร บลาๆ ก็ต้องอธิบายเป็นไบลิงกวลทุกวัน จนวันสุดท้าย คุณภรรยาถามว่า ตกลงเค้าติดเชื้ออะไรคะ ที่อยากรู้เพราะว่าเดือนหน้าเรากำลังจะย้ายไปอยู่ไอร์แลนด์กันน่ะค่ะ เผื่อที่นู่นจะถามว่าติดเชื้ออะไรรุนแรงก่อนเข้าประเทศรึป่าว เลยสัมภาษณ์ได้ความว่าคุณกะเหรี่ยงทำงานที่คลินิคมา 6 ปีละ จะเลิกทำและย้ายไปอยู่กะคุณภรรยาที่บ้านเกิดเค้า
  • เราก็แบบ …ว้าย เก๋จังเรย คุณกะเหรี่ยงดูชีวิตดีจังเรย แฮปปี้เอนดิ้ง เย้ๆ (ต่างกะลุงๆส่วนใหญ่ที่นอนอยู่) และหนูก็อยากไปไอร์แลนด์บ้างอะ
  • ในวันเดียวกัน ขณะกำลังจะเดินไปวอร์ดเมดที่ตัวเองกะราวน์อยู่ มันต้องผ่านวอร์ดศัลย์+ออโถ (กระดูก) ซึ่งเคยเป็นวอร์ดที่รักของเราในอดีต แล้วรพ.ต่างจังหวัดที่แออัดยัดเยียดส่วนใหญ่ จะเสริมเตียงกันไปเรื่อยๆ จนเตียงล้นออกมาอยู่นอกทางเดิน พอเราผ่านทางเดินก็จะมีคนไข้นอนกันระหว่างทาง ซึ่งปกติก็ไม่ได้สนใจ
  • แต่อยู่ดีๆ มีพม่าคนนึงเรียก หมอๆ พอหันไปดู อ้าว อีพม่าคนนี้เอง ที่เมื่อสามเดือนก่อน เคยโดนรถสิบล้อทับขาหรือยังไงเนี่ย แล้วส้นเท้าแหกกระจาย ดึงอีกนิดเดียวส้นเท้าก็หลุดทั้งยวงได้ และพม่าคนนี้เป็นพม่าที่เอะอะโวยวายมาก ตอนแรกพูดไทยได้ แต่พอทำแรงๆมันจะโวยวายเป็นภาษาพม่า และทำเป็นพูดไทยไม่ได้อีกตลอดไป สตาฟเราก็ด่าๆๆๆ ตั้งแต่เข้าไปล้างแผล+ตัดแผลในห้องผ่าตัด จนออกมาสตาฟก็ยังบ่นไม่เลิก ว่าพม่าพวกนี้รักษาฟรีตลอด เงินก็ไม่เคยจ่าย รพ.จะเจ๊งเพราะมัน แล้วยังโวยวายอีก วันๆเอาแต่กินเหล้า บลาๆ จนเวลามาเดินราวน์ก็บ่นๆๆ พม่านี่ก็ร้องโอดโอยเว่อร์ๆตลอดเวลา สตาฟเราก็ขู่ว่าจะตัดขามัน มันก็ไม่ยอม (ไม่ยอมในแบบพูดไทยไม่ได้ แต่โวยวายเป็นพม่าเหมือนเดิม) แต่ในความเป็นจิงแล้ว สตาฟเราก็ไปคอนซัลท์สตาฟคนอื่นด้วย ว่าแผลมันไม่ดี (แทบหลุดทั้งยวงขนาดนี้) คงต้องตัดส้นทิ้ง แล้วเดี๋ยวโยกเนื้อที่อื่นมาทำส้นให้มันละกัน เพราะถ้าไม่ทำให้ เวลาเดินจะเจ็บมาก (สตาฟมีการเป็นห่วงเป็นใย) ซึ่งก็แปลว่ามันต้องนอนรพ.นาน (และนอนฟรี กินฟรี) หลังจากนั้นเราผ่านพ้นจากวอร์ดนี้มา ไม่ได้สนใจอะไรอีก
  • 3 เดือนต่อมา พม่านี่จำเราได้! เรียกเรา แล้วอวดให้ดูส้นที่ได้รับการผลิตขึ้นมาใหม่ ด้วยความภาคภูมิใจ (เราไม่เห็นหรอกนะ มันพันผ้าพันแผลไว้) เราก็เลยถามว่า เอาเนื้อตรงไหนมาปะใส่ล่ะ (ถามภาษาไทยนี่แหละ) มันก็บอกว่าไม่รู้ แต่เปิดต้นขา ที่มีรอยไถกราฟท์ (เนื้อเยื่อที่น่าจะเอาไปโปะ) ให้ดู …แหม ไม่รู้แต่โชว์ถูกที่นะ เราก็แสดงความยินดีด้วยไปแบบขำๆว่ามีการมาอวดอีกนะ แถมคราวนี้กลับมาพูดไทยได้เหมือนเดิมละ แล้วก็คิดได้ว่า เอ๊ะ นี่มันอยู่ฟรีกินฟรีที่รพ.ตลอดสามเดือนจนได้ส้นใหม่เลยหรอเนี่ย เห็นแล้วก็ดีใจด้วยจากใจ
  • เคสดราม่าบ้างก็มี
  • เป็นกะเหรี่ยงเด็ก มาไกลจากอุ้มผาง อายุประมาณ 15 ปี ดันเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง แบบไปทั่วร่างกายละ วันๆก็ไข้ขึ้นและความดันเลือดต่ำตลอด (หรือ ช็อคอยู่นั่นเอง) แต่ขนาดความดันร่วงๆ ก็ยังโซ้ยข้าวครบสามมื้อ และโซ้ยอย่างรวดเร็ว ราวกับว่าอดอยากมานาน แต่หลังๆก็เริ่มซึมจิง แล้วก็หอบมากขึ้นๆ มีพ่อมาเฝ้าเป็นระยะ จนในที่สุดก็ต้องตายตามอาการของโรค ยังเด็กๆอยู่เรยง่ะ
  • แต่ที่เศร้าคือ พ่อเอาศพลูกกลับไม่ได้ เพราะไม่มีเงินขนศพกลับ แถมพี่พยีนต้องแถมเงินให้พ่อเป็นค่ารถกลับอุ้มผางไปด้วย พี่พยีนบอกว่า บางเคสไม่มีแม้กระทั่งเสื้อผ้าให้ศพใส่ ต้องขอรับบริจาคเสื้อผ้าให้ศพก็มี
  • เคสพม่าที่เป็นชาวพม่าจิงๆ เวลาตายก็ลำบากเหมือนกัน
  • เวลาที่คนไข้อาการดูไม่น่ารอด ส่วนใหญ่รพ.อื่นๆอาจจะคุยกะญาติว่าจะ CPR หรือ ปั๊มหัวใจ กลับมามั้ย ซึ่งหลายๆเคสมักจะซีเวียร์แล้วถึงมาถึงจุดนี้ ก็จะพยายามบอกญาติว่าปล่อยคนไข้ไปสบายๆเหอะ ก็แล้วแต่เคสและญาติไป แต่ก็มักจะรอตายในรพ. หรือถ้ายังอาการดีๆ ก็อาจจะพากลับไปตายที่บ้านดีกว่า
  • แต่เคสพม่า ต้องคิดไปอีก 1 สเตป ว่าจะข้ามกลับพม่าหรือไม่ เพราะหมายความว่า ต้องรีบให้ญาติขนกลับข้ามแม่น้ำเมยไปฝั่งเมียวดีก่อนที่คนไข้จะตายจริง เพราะถ้าเป็นศพไปแล้ว จะไม่อนุญาตให้ข้ามกลับ ส่วนใหญ่ญาติพม่าจะมาเร่งๆเอง ว่าขอเอาคนไข้กลับแล้ว ไม่รักษาต่อแล้ว ก็จะได้กลับไปทำศพที่พม่าตามที่หวังไว้
  • ช่วงนี้ชีวิตเยินบ้าง แต่ก็มีความสุขตามอัพภาพคับ ได้ทำขนม แพนนา คอตต้า, ทีรามิสุ, บลูเบอร์รี่ชีสพาย พรุ่งนี้ว่าจะทำแกงกะหรี่ อาทิตย์ก่อนหน้านั้น อีเบวก็เพ่ิงมาเยี่ยม
  • แต่ไม่ได้อ่านหนังสือเท่าไหร่เรย ฮือๆๆๆๆ

2 Responses to “โรงเรียนอินเตอร์ ภาค 7”

  1. Lunla February 7, 2012 at 10:55 am #

    เอ ทำไมเอาศพข้ามไม่ได้อะคับ

  2. DeeDee February 8, 2012 at 1:56 pm #

    มันผิดกฎระหว่างประเทศอะไรงี้มั้ง ไม่แน่ใจแบบเป๊ะๆอะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 388 other followers