เราไม่ได้บ้าแฮนด์ครีมอะไรนักหนา แต่ด้วยอาชีพหน้าที่การงานที่ต้องล้างมือมันตลอดเวลา วันละหลายๆรอบ แถมล้างด้วยแอลกอฮอลล์ทั้งนั้น ตั้งแต่ทำแลบจนกลับมาเป็นนศพ. (ยังไม่นับช่วงเรียนกรอสอีกนะ) มือแห้งเหี่ยวมาก พอทนไม่ได้ที ก็จะไปดิ้นรนหาแฮนด์ครีมมาใช้ที จนมาพบของถูกใจคือ Kiehl’s Hand Salve แต่…
มาพบของถูกยิ่งกว่า คือ ซอฟท์ครีมศิริราช ผสมยูเรีย 10% ในราคา 25 บาทเท่านั้น ในขณะที่ของคีลหลอดละเจ็ดแปดร้อยบาท แต่ด้วยความที่มันเป็นของรพ. มันก็เลยไร้สีไร้กลิ่น หลอดก็แอบใช้ลำบาก พกลำบาก หน้าตาไม่กิ๊บเก๋ แต่ช่วงนี้อนุชามาไฟลท์ใส่เราด้วยการผสมสกินแคร์นู่นนี่นั่นด้วยตัวเอง เราก็เลยไฟลท์ตาม เนื่องจากอยากได้แฮนด์ครีมกลิ่นหอมๆกะเค้าบ้าง แต่ต้องการกลิ่นตามใจฉัน คือ กลิ่นตะไคร้ ซึ่งขอเรื่องมากว่าต้องเป็นตะไคร้ของ Panpuri เพราะเคยไปลองดมแล้วชอบมาก มันผสมนู่นนี่นั่นจนเป็นตะไคร้ที่ซอฟท์แต่สดชื่น
แต่จากการไปดมล่าสุด กลิ่นมันไม่แรงเท่าไหร่เรย ถามพนักงานไปก็ได้คำตอบว่า เค้าปรับปรุงกลิ่นให้ซอฟท์ลงอีก แง ทำอย่างงี้ทำไมคะ ก็เลยไปร้านโปรดอีกร้านที่อยู่ใกล้กันและของไทยเหมือนกัน คือ Thann/Harnn (แต่ตอนนี้มันแยกร้านกันแล้วง่ะ) ก็ชอบตะไคร้ของทั้งสองร้านเรย แต่ของ Thann จะฉุนกว่า เลยตัดสินใจเลือก Massage oil ของ Thann มา เราไม่ใช้พวกน้ำมันแบบตามจตุจักรหรือร้านทั่วไป ก็เพราะมันจะเป็นกลิ่นแยกๆของแต่ละเฮิร์บ แต่ยี่ห้อพวกนี้จะมิกซ์อย่างอื่นเข้ามาด้วย และเป็นแบรนด์ไทยทำอะไรเก๋แบบนี้ต้องสนับสนุน
จากนั้นก็มาทำแฮนด์ครีมกลิ่นที่ต้องการในราคาถูกมั่กๆกัน
อุปกรณ์

อุปกรณ์
1. ซอฟท์ครีมศิริราช ยูเรีย 10% 25 บาท
2. Massage oil กลิ่นที่ต้องการ ของหนูซื้อเป็นเจ๊ท เลยได้ขวดเล็ก ถ้าซื้อเดี่ยวๆจะขวดใหญ่ประมาณ 700 บาท พยายามถามคนขายว่าเอา essential oil ที่ใช้จุดเป็นหอมระเหยมาทาตัวได้มั้ยคะ (เพราะถูกดี อิอิ) แต่ไม่มีใครอนุญาตเรย เค้าว่ามันระคายเคืองอะ
3. กระปุกใส่ครีม (เอากระปุกเหลือใช้ของคีลมา)
4. ไม้พาย (หาได้ตาม daiso ถ้าอยากแรดก็ มูหยิ)
5. หลอดเปล่า (หาได้ตาม daiso ถ้าอยากแรดก็ มูหยิ) อันนี้สำหรับต้องการพกพา
วิธีทำ
1. บีบซอฟท์ครีมศิริราชออกมาตามที่ต้องการ

บีบๆ
2. หยดออยล์ลงไปตามต้องการ

ใช้ไม่กี่ดรอปก็หอมแล้ว ถ้าไม่หอมพอค่อยๆทยอยเติมก็ได้ ไม่งั้นเดี๋ยวเหนอะมือ
3. คนๆๆๆ
4. เย้ เสร็จแล้ว
5. จะเทใส่หลอดบีบด้วยกรวย (หาได้ตาม daiso ถ้าอยากแรดก็ มูหยิ) หรือจะทิ้งไว้ในกระปุกอย่างนั้นก็ได้ แต่เก็บได้นานเท่าไหร่นี่ยังไม่รู้ง่ะ น่าจะเหมือนอายุแฮนด์ครีมทั่วไปนะ แต่เพื่อไฮยีนที่ดีก็ทยอยผสมทีละเล็กละน้อยก็ได้ หมดแล้วค่อยทำใหม่ จะได้ลองกลิ่นอื่นด้วยไง
ผลการใช้
ความเหนอะ: คีล แฮนด์ ซาล์ฟ < ออริจิแนว ศิริราชซอฟท์ครีม < ศิริราชซอฟท์ครีม+แมสสาจออยล์ แต่เหนอะกว่าไม่มากหรอกนะ
ความนิ่มมือ: เราให้ว่าพอๆกันนะ ไม่มีความสามารถแยกความแตกต่าง
ช่วงนี้ลดละเลิก Kiehl’s ไปได้หลายอย่างแล้ว ทั้งๆที่แต่ก่อนชอบมาก แต่มันซื้อยากลำบากด้วยมั้ง (เมืองไทยแพงเว่อ ไม่ซื้อ)
Tags: hand cream, kiehl's, thann
Thanks for a tip ja ^__^
พี่อ้นมาเยี่ยมเยียนด้วย ^^
ไอเดียเริ่ดมากเลยพี่ดีดี๊
ได้ของราคาไม่แพงแถมกลิ่นถูกใจ ^-^
ขอบคุณค่ะ แต่ยังไงแฮนด์ครีมของนัทก็เหนอะน้อยที่สุดตั้งแต่เคยใช้มา
เริ่ดมาก hi-so ราคาประหยัด จะลองบ้าง เดี๋ยวใช้ TA cream with urea cream ของ ร.พ. มาลองมั่ง ล้างมือวันละเป็นร้อยรอบเหมือนกัน
เห็นอุ้มบอกว่าของจุฬาก็มีครีมถูกๆ 25 บาทเหมือนกัน แสดงว่าต้องมีกันทุกรพ.เนอะ ว่าแต่มี TA cream ด้วยจะดีหรอ
เริ่ดๆๆ ทำตามบ้างดีกว่า ว่าแต่เอา oil มาแลกกันหยดได้มั้ย จะได้ไม่ต้องซื้อหลายกลิ่น:)
จะบอกว่าเราซื้อออยล์วันที่แยกกะอุ้มจากเควิลเลจอะ ที่บอกว่าจะแวะเอมโพ จำได้มะ มีกลิ่นที่อยากได้อีกอันคือ กลิ่นมะลิ ของ panpuri ที่อนุชาซื้อแฮนด์ครีมกลิ่นนี้จิงๆมาแล้ว หอมดีนะ กลิ่นไทยๆดี ซื้อเร็วๆ
โอ้ววว ทำอย่างไรจะเขียนบทความยาวๆแบบนี้ได้นะ
อยากเขียนอยู่หลายเรื่อง
เราว่าเทอมีความสามารถด้านการ เขียนยิ่งกว่าเราอีกนะ เมื่อนึกถึงมักติคนในอดีต เขียนบ้างเร็ว หนูอยากอ่านสูตรวิตามินซีของ เทอ
มีรูปประกอบด้วยเริด
ช่วงนี้บ้า DIY เรอะ
ว่างชิมิ ชีวิตเอ๊กซ์เนี่ย